รองอัยการสูงสุดมั่นใจยื่นฟ้องคดียุบปชป.13ก.ค.เป็นวันครบกำหนด30วันตามกฎหมาย ยันมีหลักฐานแน่น
วันนี้(10 ก.ค.)นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด กล่าวถึงการร่วมประชุมกับคณะทำงานนายทะเบียนพรรคการเมือง พิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ รวม 8 ข้อในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจำนวน 258 ล้านบาท จากบริษัททีพีไอโพลีนจำกัด (มหาชน) ที่อาจเป็นการทำนิติกรรมอำพราง เข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ม.95 ว่า ทั้งสองฝ่ายมีความมั่นใจว่าได้รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ทั้ง 8 ข้อแล้ว ซึ่งทุกประเด็นทั้ง 8 ประเด็นนั้น จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นพฤติการณ์ทำผิดของพรรคประชาธิปัตย์ตามที่ถูกกล่าวหาได้ชัดเจน
นายวัยวุฒิ กล่าวว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้อัยการพิจารณาข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่าก่อนหน้านี้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นมาตั้งแต่ต้นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำผิด จึงไม่มีอำนาจนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกนั้น ซึ่งเป็นข้อไม่สมบูรณ์ข้อที่ 6 ที่อัยการสูงสุดได้ตั้งข้อสังเกตเป็นข้อไม่สมบูรณ์ไว้ ซึ่งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการและนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้องทุกประการแล้ว ว่าการที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคหรือไม่ต้องเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ก่อน ที่จะใช้อำนาจในส่วนของนายทะเบียนพรรคการเมือง
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์อ้างว่าคดีนี้ขาดอายุความเพราะเกิดตั้งแต่ปี 2547-2548 นั้น เห็นว่า ไม่ขาดอายุความเพราะการทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีอายุความนานถึง 10 ปีขึ้นไป และที่อ้างว่านายประจวบ สังข์ขาว พยานให้การกลับไปกลับมาหลายครั้ง จนไม่รู้ว่าจะเชื่อได้หรือไม่นั้น ทางคณะทำงานร่วมฯ ได้รวบรวมคำให้การของนายประจวบไว้ทุกครั้ง และจะใช้เป็นหลักฐานให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเอง
นายวัยวุฒิ กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ไปนายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องแจ้งความเห็นว่าจะมอบให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมส่งเอกสารพยานหลักฐานทั้งหมดให้อัยการสูงสุดร่างคำร้องก่อนวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 30 วันตามกฎหมาย ดังนั้นจึงอยากฝากให้ทางนายทะเบียนพรรคการเมืองช่วยแจ้งความเห็นและส่งเอกสารพยานหลักฐานมาให้อัยการสูงสุดในวันที่ 12 กรกฎาคม นี้ เพื่อที่อัยการจะได้ดำเนินการได้ เพราะถ้าหากเกินวันที่ 13 กรกฎาคมไปแล้ว อัยการสูงสุดไม่สามารถยื่นคำร้องให้ได้ นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องยื่นเอง
"วันที่ 12 กรกฎาคม นี้ อัยการสูงสุด จะแสตนด์บาย์รอความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อได้รับแล้วจะได้เซ็นต์ลงนามคำสั่งหรือเอกสารต่างๆได้ทันที อย่างไรก็ตามตอนนี้ตนและคณะในฐานะที่ได้รับมอบอำนาจจากอัยการสูงสุดเริ่มต้นร่างบรรยายคำฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เสร็จไปแล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ มีความหนาเกือบ 100 หน้า ซึ่งหากเสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์แล้วจะมีความหนาเกิน 100 หน้า ซึ่งถ้าหากได้รับความเห็นจากนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว คาดว่าจะสามารถร่างคำฟ้องส่งศาลรัฐธรรมวินิจฉัยคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ในวันที่ 13 กรกฎาคม ก่อนครบกำหนดตามกฎหมาย” รอง อสส.กล่าว
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น