กองกำลังผสมทหาร-ทหารพราน-ตำรวจ ที่เจาะไอร้อง บุกค้นบ้านแนวร่วมป่วนใต้ติดอาวุธ 5คน ยึดปืนพกถูกปล้นจากพัฒนาที่4 ได้ 2กระบอก และอีกหลายกระบอก
เมื่อเวลา 06.00 น. พันเอกเฉลิมชัย สุทธินวล ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 พ.ต.อ. สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ได้ร่วมสนธิกำลังจำนวน 120 นาย ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุด ในพื้นที่บ้านดารุสอิซาน ม.14 ต.บูกิต หลังสืบทราบว่ามีกองกำลังติดอาวุธ RKK ได้แฝงตัวเคลื่อนไหวมากบดานเพื่อประชุมวางแผนเตรียมก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ อ.เจาะไอร้องและอำเภอใกล้เคียง
เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อมเป้าหมาย 5 จุดพร้อมๆกัน และกำลังอีกส่วนหนึ่งได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดลอย ตามเส้นทางในหมู่บ้านเพื่อป้องกันการหลบหนีของคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจค้นเป้าหมายนานกว่า 2 ชั่วโมง และสามารถจับกุมแกนนำและสมาชิกกองกำลังติดอาวุธ RKK ได้จำนวน 5 คน ที่กระจายกำลังกบดานอยู่ในบ้านพัก 2 หลังๆ ที่ 1. คือบ้านพักเลขที่ 87 ซึ่งมีนาย สะมาแอ หะมะ เป็นเจ้าของ และมีกองกำลังติดอาวุธ RKK จำนวน 2 คนซ่อนตัวอยู่ คือ 1.นาย มะไฟซอล มูดอ และ2.นาย ไซยิดอารมัน เจ๊ะอูมา ซึ่งมีหมายจับ ป.วิอาญาและหมายจับ พรก.ก่อคดีความมั่นคงหลายคดี ทั้งวางระเบิด ดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ พร้อมของกลางที่ยึดได้ ประกอบด้วย 1. อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. 1 กระบอก กระสุนปืน 11 ม.ม. 12 นัด กระสุนปืน .38 จำนวน 2 นัด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เอกสารภาษายาวี
ส่วนบ้านหลังที่ 2. คือบ้านพักเลขที่ 87/2 ซึ่งมีนาย อาหามะ สุกรี เป็นเจ้าของ และมีกองกำลังติดอาวุธ RKK จำนวน 3 คน ซ่อนตัวอยู่ คือ 1. นาย ยะหะรี มามะ 2.นาย มูฮิมะ เต๊ะ และ 3. นาย อุสมาน มูดอ ซึ่งมีหมายจับ ป.วิอาญา และหมายจับ พรก. ก่อคดีความมั่นคงหลายคดี ทั้ง วางระเบิด ดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ รวมทั้งดักสังหารคนของทางการและประชาชนผู้บริสุทธิ์ พร้อมของกลางที่ยึดได้ ประกอบด้วย 1.อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. 1 กระบอก กระสุน 11 ม.ม. 18 นัด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง หมวกไหมพรม สร้อยประคำ เครื่องยังชีพในป่า รวมไปถึงยารักษาโรค
ต่อมา จึงควบคุมแกนนำและสมาชิกกองกำลังติดอาวุธ RKK รวมทั้งเจ้าของบ้านทั้ง 2 หลัง และได้กลางที่ตรวจยึดมาได้ มาทำการสอบสวนและตรวจสอบประวัติที่ สภ.เจาะไอร้อง และพบว่า อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม.ทั้ง 2 กระบอก เป็นอาวุธปืนที่คนร้ายบุกปล้นมาจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 47 ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะส่งตัวบุคคลทั้ง 7 ไปสอบสวนขยายผลที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ต่อไป
เผยยิงพนักงานซีพี 3ศพ คนร้ายแต่งชุดทหารโบกให้รถหยุด
กรณีคนร้ายยิงพนักงานบริษัทซีพีจำกัด เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 1 คน เหตุเกิดที่ ถนนชนบทบ้านสายหมอ-บ้านบางไร่ ม.1 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 18.30 น.เมื่อ วันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดนายธีระเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งเจ้าหน้าที่สสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงจากเหตุกาณ์ครั้งนี้
นายธีระเทพ กล่าวว่า ในขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน โดยเฉพาะการสอบปากคำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งได้ข้อมูลระดับหนึ่ง แต่ยังต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการรักษาตัว ในขณะที่ประเด็นการสังหารในขณะนี้ ก็ยังมุ่งไปที่ 2 ประเด็น คือ 1.ความขัดแย้งภายใน ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มาตอนนี้ก็มีความขัดแย้งพอสมควร แต่ก็ยังไม่สามารถระบุชัดเจนลงไปได้ และยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าความขัดแย้งเรื่องอะไร และ2.ปัญหาความมั่นคง ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นจะใช้เวลาไม่นาน
"ตอนนี้น้ำหนักอยู่ที่ความมั่นคง เนื่องจากคนร้านแต่งกายชุดทหาร โบกให้รถหยุด ก่อนจะมีคนร้ายอีกชุดซุ่มยิงทั้งเอ็ม 16 และอาก้าประมาณ 30 นัด"
นายธีระเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง3คน เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 คนคือ 1.นายกฤษดา นวลขาว ผู้จัดการและเป็นคนขับรถ อยู่ที่อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 2.นายวันศิริ สุยะ อยู่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และจังหวัดอุดรธานี 1 คนคือ น.ส.อินทวงศ์ ชาวกล้า
ส่วนผู้บาดเจ็บคือว่าที่ร้อยตรีนิติกานต์ อุตระ จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นสามีของน.ส.อินทวงศ์ ผู้เสียชีวิต ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่รพ.ปัตตานี ทั้ง 3 คน มีญาติมารับศพกลับวันนี้ (6 มิ.ย.53)
นายสนั่น พงษ์อักษร นายอำเภอหนองจิก กล่าวว่าจุดที่เกิดเหตุคนร้ายเป็นถนนในหมู่บ้าน ลักษณะที่เกิดเหตุรถจอดสนิทอยู่บนถนน จึงสันนิษฐานว่า คนร้ายโบกให้รถหยุด หลังจากนั้นคนร้ายบอีกชุดยิงกราด ส่วนคนที่บาดเจ็บนั่งอยู่ด้านหน้าคนขับ จึงเปิดประตูหนีได้ทัน
"หลังจากที่นายกฤษดา คนขับถูกยิง ส่วนอีก 2 คน นั่งอยู่ด้านหลัง (ส่วนของแคป) ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูหนีได้ จึงถูกยิงเสียชีวิตคาที่ "สภาพกระสุนปืนที่ยิงที่รถกว่า 30 นัด รถไม่ตกจากไหล่ทาง จอดอยู่ข้างถนนปกติ" นายอำเภอหนองจิก กล่าว
Tags : ไฟใต้ • มะไฟซอล มูดอ