กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 26 เมษายน 2553 13:07

พธม.ท้อรัฐบาลปลุกตั้งอาสาป้องชาติ-นัดยื่นจี้จัดการกบฎ29เม.ย.

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

พันธมิตรฯปลงรัฐบาล-กองทัพ7วันเฉย แนะจัดอาสาป้องกันตัว ยกระดับป้องบ้านเมือง นัดเครือข่ายทั่วประเทศยื่นจี้ทหารจัดการก่อการร้ายพร้อมกัน29เม.ย.

ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 12.30 น. แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย แกนนำรุ่น 1 และแกนนำรุ่น 2 และผู้ประสานงาน คือ นายสุริยะใส กตะศิลา ได้หารือร่วมกันต่อสถานการณ์บ้านเมืองภายหลังเคยเสนอให้รัฐบาลจัดการกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยภายใจ 7 วัน 

เมื่อครบกำหนดแล้ว จึงมีแถลงการณ์ฉบับที่ 9/2553 เรื่อง "รวมพลังประชาชน หยุดยั้งอำนาจรัฐเถื่อน" โดยเนื้อหาสนับสนุนประชาชนต่อสู้อำนาจรัฐเถื่อน ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 70 พลเมือง ทำหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 4 ข้อ โดยเน้นสนับสนุนเป็นพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านทำหน้าที่เฝ้าระวังปกป้องชุมนชนของตนเอง ต่อต้านการกระทำที่ผิดกฎหมายเป็นภัยต่อราชบัลลังก์ความมั่นคงของประเทศ เหตุรัฐปล่อยให้ประชาชนเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐเถื่อนตามลำพัง รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศจุดยืนนโยบายกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมต่อการเอาผิดการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและก่อการร้าย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบก 

นอกจากนี้ พันธมิตรฯ จะให้เครือข่ายทั่วประเทศเดินทางไปยื่นหนังสือพร้อมกันทั่วประเทศหน้าหน่วยทหารในแต่ละจังหวัดเพื่อท้วงถามนโยบายที่ชัดเจนในการจัดการกับขบวนการก่อการร้าย ส่วนพธม.ส่วนกลางจะมอบให้นาย พิภพ ธงไชย พล.ต.จำลอง ศรีเมืองไปยื่นหนังสือที่กรมทหารราบที่ 11 พระองค์ในวันพฤหัสที่ 29 เมษายน เวลา 10.00 น. อย่างไรก็ตามพันธมิตรฯจะมีการประเมินมาตรการเคลื่อนไหวเป็นระยะ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะยกระดับการเคลื่อนไหวให้เข้มข้นขึ้นเป็นลำดับร่วมกับพันธมิตรฯทั่วประเทศต่อเนื่องจนกว่าความสงบสุขจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ 

ทั้งนี้ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้งรุ่น 1 และรุ่น 2 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 8/2553 ดังนี้ แถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 9/2553

รวมพลังประชาชน หยุดยั้งอำนาจรัฐเถื่อน

สืบเนื่องจากมติของที่ประชุมเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553 ที่ ม.รังสิต โดยมติที่ประชุมได้ให้เวลารัฐบาลดำเนินการจัดการกับการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและดำเนินการกับกลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุมภายใน 7 วันตามแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยฉบับที่ 8/2553 นั้น

บัดนี้ระยะเวลาดังกล่าวได้ครบกำหนดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กลับพบว่ารัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงยังมิได้ดำเนินการตามที่ภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้อง ส่งผลให้สถานการณ์เข้าสู่วิกฤติมากขึ้น ผลกระทบและความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจและสังคมรุนแรงและขยายตัวอย่างน่าเป็นห่วง ความรุนแรงในรูปแบบของการท้าทายกฎหมายและกติกาของบ้านเมือง ได้กลายเป็นค่านิยมที่ลุกลามไปยังต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นการซ่องสุมกองกำลังติดอาวุธ ตั้งด่านยึดรถทหารและตำรวจ ตรวจค้นเอาผิดกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นต้น

จึงกล่าวได้ว่าวิกฤตการณ์ประเทศไทยได้ขยายตัวรวดเร็วและรุนแรงจนเรียกได้ว่าเข้าสู่มิคสัญญี แล้ว แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงกลับยังไม่มีมาตรการที่สามารถยับยั้งและหยุดความเลวร้ายของวิกฤติการณ์ลงได้ ปล่อยให้การชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และมีลักษณะก่อการร้าย ตลอดทั้งการก่อวินาศกรรมคุกคามสังคมและประชาชน เสมือนจับประชาชนเป็นตัวประกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

รัฐบาลในฐานะที่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องประชาชนกลับไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ซ้ำร้ายรัฐบาลยังแสดงความอ่อนแอไม่บังคับใช้กฎหมาย จนเจ้าหน้าที่สับสน ฉวยโอกาสเฉื่อยงานกระทั่งเป็นไส้ศึกให้กับกลุ่มก่อการร้ายจนเกิดภาวะ สุญญากาศทางอำนาจ

สภาวะไร้ระเบียบทางทางการเมืองหรือ อนาธิปไตย ดังที่กล่าวมาข้างต้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงมีความเห็นและความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 70 เพื่อทำหน้าที่เป็นพลเมืองปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดังนี้

1. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเห็นว่าสถานการณ์ในขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ทำการยึดอำนาจรัฐในหลายพื้นที่ไปแล้วไม่ว่าจะเป็นการยึดรถทหารและตั้งด่านตรวจค้นที่จังหวัดขอนแก่น การบุกเผาที่ราชธานีอโศก การปิดถนนตรวจค้นประชาชนทั่วไปที่ถนนพหลโยธิน การก่อวินาศกรรมและความรุนแรงในหลายๆ พื้นที่ กลุ่มคนเสื้อแดงได้สถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนขึ้นมาซ้อนอำนาจรัฐ แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้ประชาชนเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐเถื่อนตามลำพัง

2.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศจุดยืน นโยบายและกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อการเอาผิดการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและการก่อการร้าย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศจะต้องแสดงให้เห็นถึงมาตรการและแนวทางที่ชัดเจนต่อการ กอบกู้วิกฤติการณ์ของบ้านเมืองในครั้งนี้ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีทราบดีว่าวิกฤติในขณะนี้เป็นวิกฤติความมั่นคงของประเทศ ซึ่งต้องใช้มาตรการทางการทหารและเป็นการยากที่จะแก้ด้วยวิถีทางการเมืองปกติ ซึ่ง ผบ.ทบ.ก็กล่าวยอมรับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยว่าพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลทุกประการ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้ประกาศมาตรการที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการกับกลุ่มกลุ่มการร้ายอย่างไร จนสร้างความสับสนให้กับประชาชน

จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ แม้นายกรัฐมนตรีจะได้มอบอำนาจให้กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รับผิดชอบศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการควบคุมสถานการณ์ก็ตาม แต่ทุกอย่างยังคลุมเคลือไม่รู้ว่าใครมีอำนาจสูงสุดเด็ดขาดในการสั่งการและจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในขณะนี้

3.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในจังหวัดที่มีพื้นที่สุ่มเสี่ยงและมีการสถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนซ้อนอำนาจรัฐ และเพื่อให้มาตรการในการกอบกู้สถานการณ์บ้านเมืองเท่าทันและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลและกองทัพจะต้องใช้มาตรการทางทหารโดยการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ที่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อยุติการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายโดยเร็ว

4.สำหรับแนวทางการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภายหลังจากครบเงื่อนไข 7 วันนั้น ที่ประชุมมีมติและกำหนดมาตรการเคลื่อนไหว 5 มาตรการโดยลำดับดังนี้
        4.1 ขอให้พี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศสนับสนุนและเข้าร่วมเป็นพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ และดำเนินการจัดตั้งกลุ่มทุกระดับทั้งในระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับภูมิภาค เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวัง ปกป้องชุมชนของตัวเอง ต่อต้านการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นภัยต่อราชบัลลังก์และความมั่นคงของประเทศ
        4.2 ขอให้พี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทุกจังหวัดจัดกลุ่มและตัวแทนไปยื่นหนังสือให้กับหน่วยงานทหารในแต่ละจังหวัดเพื่อกระตุ้นสำนึกให้กองทัพและทหารออกมาทำหน้าที่ทหารหาญของชาติเพื่อจัดการขบวนการก่อการร้ายและการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย คืนความสันติสุขให้กลับคืนสู่สังคมไทยโดยเร็ว โดยนัดหมายยื่นหนังสือพร้อมกันทั่วประเทศหน้าหน่วยทหารในแต่ละจังหวัดเพื่อทวงถามนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการจัดการกับขบวนการก่อการร้าย ในวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ.2553 เวลา 10.00 น โดยแกนนำส่วนกลางจะไปยื่นหนังสือที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
        4.3 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะจัดพิมพ์เอกสาร และซีดีเปิดโปงขบวนการล้มเจ้า และแผนการยึดอำนาจรัฐเพื่อทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเบื้องหลังของขบวนการก่อการร้าย เพื่อเผยแพร่ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับรู้ข้อเท็จจริงและสาเหตุของวิกฤติการณ์ในครั้งนี้
        4.4 ขอให้พี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศไม่สังฆกรรมกับกลุ่มผู้สนับสนุนการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและการก่อการร้าย ไม่ซื้อขายสินค้าและต่อต้านธุรกิจในเครือของคนเสื้อแดง โดยให้ติดตามรายละเอียดในคำประกาศของพันธมิตรฯ อีกครั้งหนึ่ง
        4.5 ขอให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในแต่ละจังหวัดที่มีความพร้อมจัดชุมนุมโดยสงบ สันติ และรณรงค์ในแต่ละจังหวัดให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องกับประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะมีการประเมินสถานการณ์และมาตรการการเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะยกระดับการเคลื่อนไหวให้มีความเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งจะมีการประชุมรับฟังความคิดเห็นและมีการประเมินผลจากพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง จนกว่าความสงบสุขจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ

Tags : พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เสื้อแดง

advertisement

advertisement

advertisement