กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 2 มีนาคม 2553 17:26

'จตุพร'เสี้ยมบึ้มแบงค์กรุงเทพฝีมือทหาร

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"จตุพร"ปูดทหารปาบึ้มธ.กรุงเทพ อ้างสั่งสอนรมว.วิทย์ฯ อย่ายุ่งตรวจสอบกองทัพ ท้า"สุเทพ"มีหลักฐานน้ำเลี้ยงฟาดได้เลย ปัด"วีระ-เสธ.แดง"บินไปดูไบ

ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 13.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) แถลงอ้างถึงว่ารู้สาเหตุการปาระเบิดธนาคารกรุงเทพหลายสาขาทั่วกทม.ว่า ที่ไม่ควรจะละเลยคือเป็นการสั่งสอนธนาคารกรุงเทพ เพราะคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที 200 

เขาอ้างอีกว่า แม้ว่าธนาคารกรุงเทพจะผูกพันกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว คือ โยนความผิดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง และเป็นการสั่งสอนว่าทีหลังอย่ายุ่งกับกองทัพ และเชื่อว่าเสียงระเบิดจะไม่มีวันหมดและไม่มีทางจะจับกุมคนผิดได้ เพราะด่านของทหารที่ร่วมกับตำรวจนั้นเป็นต้นทางให้กับพวกนี้

"จตุพร" โวตั้งคนประกบ'สุเทพ'บ้าง

ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 13.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลขึ้นบัญชีดำจำนวน 212 รายชื่อเพื่อเฝ้าติดตามพฤติกรรมว่า วันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกแล้วว่ามีการติดตามจริงแต่มีเพียงแค่ 10 คนเท่านั้น แต่อยากถามนายสุเทพว่าใช้สิทธิอะไรในการคุกคามประชาชน

ขอท้านายสุเทพว่า ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 มี.ค.นั้น ที่นายสุเทพโม้ว่ามีหลักฐานเส้นทางการเงินของกลุ่มคนเสื้อแดงขอให้เอาออกมาแสดงด้วย ส่วนที่อ้างว่าไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงนั้น อยากถามว่าเป็นความมั่นคงของใคร หากนายสุเทพมีหลักฐานจริงก็ขอให้เอามาฟาดพวกตนให้ตายได้เลย อย่างไรก็ตาม แม้นายจะสุเทพจะให้คนติดตามพวกตนแต่พวกตนก็ไม่ได้รู้สึกกลัว แต่ถ้าหากพวกตนรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยก็จะให้คนเสื้อแดงติดตามนายสุเทพดูบ้าง อย่าคิดว่าจะทำกับพวกตนได้เพียงฝ่ายเดียว ยืนยันว่าการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 มี.ค.นั้นจะมีคนมาร่วมชุมนุมเกิน 1 ล้านคนอย่างแน่นอน ส่วนการเตรียมข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ในส่วนของพรรคมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว แต่ในส่วนข้อมูลของตนนั้นจะเก็บบางส่วนเผื่อไว้สำหรับการอภิปรายด้วย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3-4 เรื่อง แต่ยังสังหรณ์ว่าไม่รู้จะได้ใช้ในการอภิปรายหรือไม่ เพราะว่ารัฐบาลอาจจะไปก่อน

เผยเตรียมการ์ดไว้ 3พันคน-เมินการ์ดเสธ.แดง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมใหญ่จะใช้การ์ดของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกอง ทัพบกหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ในส่วนของคนเสื้อแดงก็มีการ์ดของตัวเอง เพราะแต่ละกลุ่มมีการฝึกอบรม จัดระบบการสื่อสาร การดูแล เชื่อมประสานทุกอย่าง และก่อนการชุมนุมก็จะมีการประชุมการ์ดทั้งหมด ฉะนั้นกำลังของการ์ดครั้งนี้ประมาณ 2 พันคนแต่ตั้งเป้าจะให้ได้ 3 พันคน   

นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณี “เคทอง”เสียงลึกลับระบุจะมีเหตุระเบิดอย่างต่อเนื่องว่า ไม่เคยรู้จักกับเคทองและไม่เคยร่วมเวทีปราศรัย แต่ก็เป็นสิทธิของเขาจะต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนกรณีเคยมีคลิปนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มนปช.และพล.ต.ขัตติยะคู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ยังไม่ได้ดูคลิปเลยและไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่ยืนยันได้ว่านายวีระไม่เคยเดินทางไปกับเสธ.แดงเพื่อพบพ.ต.ท.ทักษิณอย่างแน่นอน ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มี

เพิ่มมาตรการรปภ.แบงค์กรุงเทพสาขาบุรีรัมย์

บรรยากาศที่ธนาคารกรุงเทพสาขาบุรีรัมย์ ซึ่งเปิดทำการเป็นวันแรกหลังหยุดติดต่อกันหลายวัน มีประชาชนเข้ามาใช้บริการตามปกติ ไม่ได้ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดธนาคารกรุงเทพหลายจุดทั่วเขตกรุงเทพมหานคร แต่ทางธนาคารสาขาบุรีรัมย์ก็ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากขึ้น

นอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรปภ.คอยเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยประจำธนาคารแล้ว ยังจัดเจ้าหน้าที่ของทางธนาคารคอยสังเกตตรวจตราและสอดส่องบุคคลมีพฤติกรรมน่าสงสัยด้วย เพื่อป้องกันการก่อเหตุลอบวางระเบิดหรือเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงพนักงานได้รับความปลอดภัยมากที่สุด

น.ส.กุลธิดา จรูญสารทูล ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพสาขาบุรีรัมย์ กล่าวว่า เปิดวันแรกยังมีผู้มาใช้บริการมากเป็นปกติ เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่กรุงเทพไม่ได้ส่งผลกระทบกับลูกค้าที่มาใช้บริการแต่อย่างใด แต่ทางธนาคารก็ได้มีการร่วมกันสอดส่องบุคคลต้องสงสัย  และเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยทั้งยาม และตำรวจ เชื่อว่าเหตุการณ์ร้ายดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด สั่งคุมเข้ม ธนาคารกรุงเทพในเชียงใหม่ 

ด้าน พ.ต.อ.ทิวธวัช นครศรี รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวถึงมาตรการรักษาความสงบ เรียบร้อยใน จ.เชียงใหม่ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจบานปลายลุกลามมาถึงว่าหลังจากมีความเคลื่อนไหวก่อเหตุในสถานที่หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร ได้สั่งเพิ่มมาตรการในการดูแลจุดเสี่ยงให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ทั้งในแหล่งชุมชนที่มีประชาชนเป็นจำนวนมาก ห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการและธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารกรุงเทพหลายสาขาในเขต อ.เมืองเชียงใหม่  ได้สั่งให้ตำรวจที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่เข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยในวงรอบถี่ขึ้น พร้อมขอ ความร่วมมือกับเจ้าของสถานที่และประชาชนในการมีส่วนร่วมการให้ข้อมูลข่าวสาร  

ในส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ จากการติดตามใน ขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยมีรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีเป้าหมายในการร่วมชุมนุมใหญ่ ที่กรุงเทพมหานครระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค. มากกว่า แต่ที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มมือที่สามที่อาจ จะเข้ามาก่อกวนในพื้นที่ โดยขณะนี้กำลังจับตามมองบางกลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มที่ชอบออกมายั่วยุให้ เกิดความรุนแรงซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนจากนอกพื้นที่ที่เข้ามาแบบเฉพาะกิจ 

สำหรับมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในศูนย์ราชการจังหวัดเป็นหนึ่งในแผนของจังหวัด ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีคำพิพากษา นายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงใหม่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าอาจมีผู้ชุมนุมประท้วงที่ศูนย์ราชการจึงวางแผนป้องกันซึ่งก็ เป็นไปตามมาตรการปกติของการดูแลสถานที่ราชการอยู่แล้ว 

พ.ต.อ.ทิวธวัช กล่าวถึงการทำงานของสื่อใน จ.เชียงใหม่ ภายหลังทราบว่าในการทำข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ของผู้สื่อข่าวบางสำนักรถูกกลุ่มผู้ ชุมนุมพูดจาในลักษณะข่มขู่จนเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยในการทำงาน โดยยอมรับว่ากลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่คงไม่มีอะไร แต่ห่วงกลุ่มมือที่สาม โดยผู้สื่อข่าวทีเกรงว่าจะไม่ได้รับ ปลอดภัยในการทำงาน ให้แจ้งมาที่ตนเองเพื่อดูแลความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เกิดเกิด การกระทบกระทั่งกันขึ้นจนถึงขั้นบานปลาย

ตั้งแผงปูนล้อมศาลากลาง-ตร.ออกตรวจตู้เอทีเอ็มถี่

ภายหลังเกิดเหตุวางระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ ส่วนที่จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการป้องกันการก่อวินาศภัยในจุดที่สำคัญของจ.เชียงใหม่เพิ่มขึ้น โดยที่ศาลากลางจังหวัดได้มีการนำลวดหนามและแท่งคอนโดคอนกรีตอย่างหนา มาปิดกั้นไว้โดยรอบอาคารทางเข้าศูนย์ราชการจ.เชียงใหม่ โดยอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ พร้อมนายสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจ.เชียงใหม่ และหน่วยงานกอ.รมน.กับฝ่ายงานความมั่นคง ได้เดินทางมาตรวจสอบซักซ้อมป้องกันความปลอดภัยเป็นการเร่งด่วนแม้จะเป็นวันหยุดราชการ 

นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่ห่วงคือเกรงจะมีพฤติกรรมเลียนแบบในการวางระเบิดที่ธนาคารกรุงเทพ จึงจำเป็นต้องป้องกันทั้งสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐรวมถึงสถานที่สำคัญทุกแห่ง เพราะหากเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้นจนถึงขึ้นต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงก็จะส่งผลเสียหายต่อประชาชนคนเชียงใหม่และคนทั้งประเทศเอง 

ขณะนี้ก็ติดตามสถานการณ์ทุกอย่างๆใกล้ชิด ประสานความร่วมมือกับตำรวจทหารในการดูแลความปลอดภัยทั้ง กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร ที่ว่าการอำเภอรวมไปถึงธนาคารที่อยู่ในข่ายที่อาจเกิดเหตุ ซึ่งในส่วนของศาลากลางจังหวัดนั้นเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการมากกว่า 30 แห่งอาจเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุและเป็นทรัพย์สินที่เป็นเงินภาษีของประชาชน เฉพาะตัวอาคารมีมูลค่าก่อสร้างกว่า 400 ล้านบาท ไม่นับรวมทรัพย์สินของหน่วยราชการต่างๆและอุปกรณ์สำนักงานซึ่งหากประเมินค่าแล้วเป็นหลายร้อยล้าน รวมกันทั้งตัวตึกและทรัพย์สินทั้งหมดก็คาดว่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งมันไม่ควรถูกยึดหรือทำลาย 

ด้านนายสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในการป้องกันการก่อวินาศกรรมที่ศาลากลางจ.เชียงใหม่ครั้งนี้ เราได้ร้องขอลวดหนามหีบเพลง 3 ชั้นจากกองทัพภาคที่3มาล้อมรอบทางเข้าศูนย์ราชการจ.เชียงใหม่ไว้ นอกจากนี้ยังนำแท่งคอนกรีตปูนขนาดใหญ่ซึ่งปกติใช้สำหรับกั้นน้ำท่วมที่ริมฝั่งแม่น้ำปิงมาวางซ้อนเป็นแนวที่สองถัดจากรั้วหนามเพื่อป้องกันการนำรถชนฝ่าแนวเข้ามา มีการเตรียมถังเคมีจำนวน 50 ถังและรถดับเพลิงสำหรับรับเหตุกรณีมีการปาระเบิดเพลิงเข้าใส่ในตัวอาคารและถูกพรมลุกลาม และตามตัวตึกของกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรมีการนำเทปกาวจำนวนมากไปติดไว้ตามแผ่นประตู หน้าต่างกระจกโดยรอบเพื่อป้องกันการทุบกระจกและการขว้างปา 

ขณะที่นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ได้เตรียมรับกับสถานการณ์ไว้หลายอย่าง คือเตรียมกำลังอส.และฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้านไว้เสริมตำรวจกรณีฉุกเฉิน มีการตรวจตรารักษาความปลอดภัยตามปั๊มน้ำมันเพราะเราห่วงมือที่สามซึ่งไม่หวังดี ซึ่งในพื้นที่ขณะนี้มีสิ่งบอกเหตุเตรียมก่อวินาศกรรมแล้วหลายอย่างคือมวลชนบางกลุ่มมีการเตรียมยางรถยนต์สะสมไว้กว่า 200 เส้นพร้อมประกาศผ่านวิทยุชุมชนให้เตรียมขวดบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอ้างว่าเตรียมไว้ใช้ในการป้องกันตัวเอง ซึ่งตรงนี้ทางผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ระบุชัดว่าไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปยึดสถานีวิทยุชุมชนใด ๆ ที่ประกาศเป็นเพียงคำกล่าวอ้างเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดเท่านั้น 

พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค5 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุที่กรุงเทพฯ ได้สั่งการให้เพิ่มกำลังสายตรวจเพื่อออกตรวจตราธนาคารต่าง ๆและตู้เอทีเอ็ม รวมถึงคุ้มกันบุคคลสำคัญ และหน่วยงานราชการทุกแห่งที่ร้องขอ ซึ่งจัดเตรียมกำลังไว้ในที่ตั้งหากเกิดสถานการณ์ที่ปลอดภัยก็สามารถออกมาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลหน่วยงานที่ร้องขอได้ทันที

Tags : จตุพร พรหมพันธุ์ ระเบิดธนาคารกรุงเทพ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement