"อภิสิทธิ์"เผยอดีตประเทศญี่ปุ่นเจอปัญหาสิ่งแวดล้อม แจงไทยเคารพประชาชน ยึดเศรษฐกิจพอเพียงแก้ปัญหามาบตาพุด ยันรัฐไม่ปิดประตูลงทุนจากต่างประเท
โรงเเรมอินเตอร์คอนติเนนตัล-เมื่อเวลา 13.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาพิเศษที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น(เจโทร)และหอการค้าญี่ป่นในงาน "ประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมในศตวรรษที่ 20 และการดำเนินการป้องกันมลพิษของประเทศญี่ปุ่น” ในหัวข้อ “The progress of environmental preservation for the better investment climate in thai ความ ก้าวหน้าในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งเอื้อต่อภาวะทางการลงทุนที่ดีขึ้นของ ประเทศไทย ที่โรงแรมอินเตอร์คอนดิเนนตัลว่า สถานการณ์สำคัญในปัจจุบันนี้ประเทศต่างๆ กำลังมีความตื่นตัว และการตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งความตื่นตัวและการตระหนักในด้านนี้แท้จริงแล้วเป็นการสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจในการลงทุนมากพอสมควร
อย่างไรก็ตามความจำเป็นในการปรับตัวในอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อสภาพของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสภาวะชั่วคราว ด้านการปรับตัวที่มีความจำเป็นก็จะช่วยให้การวางตัวใน ปัจจุบันทำได้อย่างราบรื่น
นายอภิสิทธ์ กล่าวอีกว่า ประเทศญี่ปุ่นก็เคยเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมาก่อน แต่ในที่สุดประเทศญี่ปุ่นก็สามารถก้าวข้ามและแก้ปัญหาได้ และในปัจจุบันก็เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับที่อยู่ในแนวหน้าของโลกในด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจกัน ช่วงที่ผ่านมาประเทศต่าง ๆ ยึดการพัฒนาอุตสาหกรรมเน้นความเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมอาจจะ ไปเน้นในเรื่องต้นทุนการผลิต และยอมรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้เน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม แนวคิดเช่นนี้ในปัจจุบันไม่สามารถใช้ได้และถูกมองว่าล้าหลัง อีกทั้งไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก
นายกฯ กล่าวว่า ประเทศต่างๆที่อยู่ในช่วงของการพัฒนาอุตสาหกรรมต้องเก็บเกี่ยวบทเรียนและประสบการณ์ในการปรับเปลี่ยนแนวทางของอุตสาหกรรม ในกรณีของประเทศไทยจะสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิด จะเป็นเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนคือการเดินทางสายกลางที่จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจหรือการเติบโตนั้นมีความสมดุล ความยั่งยืนและมีความเป็นธรรม ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน เป็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับอนาคตที่ดีของลูกหลานของเราด้วย
ดังนั้นในประเทศไทยการปรับตัวเพื่อที่จะให้การทำงานมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในส่วนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่จะให้ความสำคัญกับการให้สิทธิประโยชน์ ในลงทุนและโครงการต่าง ๆ ช่วยจัดการในเรื่องของมลพิษ และมาตรการที่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“ปัญหาของมาบตาพุดนั้นเป็นปัญหาของมลภาวะและการร้องเรียนจากประชาชน ดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นสังคมรับรู้รับทราบมาตลอด ในบางช่วงอาจมีการละเลยแผน คลาดเคลื่อนในเรื่องของผังเมือง จึงนำไปสู่ปัญหาที่ขยายวงกว้างขึ้น และก่อให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านสาธารณสุขได้ตรวจพบว่าสุขภาพของประชาชนมีปัญหา เมื่อรัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศก็มีแนวทางชัดเจนที่จะต้องการแก้ไขปัญหา โดยให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม โดยประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ”นายกฯ กล่าว
นายกฯกล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่ได้มีนโยบายในการเปลี่ยนแปลงการลงทุนในต่างประเทศ เพราะยังมั่นใจว่าการลงทุนจากต่างประเทศนั้นมีประโยชน์กับการพัฒนาประเทศไทยในด้านเศรษฐกิจ เพียงแต่การคัดกรองของการดำเนินการในการลงทุนและการประกอบการจะต้องเป็นไปอย่างยั่งยืน
“ปัญหาที่เกิดขึ้นในมาบตาพุดไม่ได้เป็นปัญหาของนโยบายรัฐบาล แต่เป็นปัญหาของการตีความและการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา67 วรรคสอง ซึ่งรัฐบาลพยายามสร้างความชัดเจน ซึ่งความไม่ชัดเจนนั้นคือใครจะเป็นผู้ชี้ว่าโครงการใดบ้างที่จะก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีการจัดตั้งศูนย์ OSOS (One stop One Service) จุดเดียวเพื่อให้ภาคเอกชนได้เข้ามาสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้”นายกฯ กล่าว
นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ขอให้ศาลทบทวนบางโครงการในบางกรณี ซึ่งมีหลายโครงการที่ศาลได้ยกเว้นหรือตรวจสอบการผ่อนผันคุ้มครองช่วงคราว และขอให้ศาลอนุมัติให้ก่อสร้างต่อและธุรกิจเอกชนเข้ามาดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมการประกอบไปด้วย 4 ฝ่าย คือ ราชการ ธุรกิจเอกชน ประชาชน และวิชาการ เพื่อที่จะตกลงกันในการดำเนินงานต่อไป ตนขอบคุณที่เอกชนไม่ได้มีเจตนาที่ชัดเจนที่จะไม่ปฏิบัติตามและพร้อมที่เข้าสู่กระบวนการในการแก้ไขปัญหา มั่น ใจว่าการดำเนินการในครั้งนี้มีแนวทางที่ชัดเจนและยืนยันในนโยบายของรัฐบาล สร้างความก้าวหน้าต่อไปและเคารพสิทธิของประชาชนในพื้นด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน
“ผมคาดว่าปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาผลกระทบสุขภาพที่เกิดขึ้น เพราะการประกอบการด้านอุตสาหกรรม ดังนั้นการเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งใน การที่เราจะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางที่ผมเชื่อมั่นว่าจะก่อเกิดประโยชน์แก้ผู้ประกอบการ ประชาชนและรัฐบาล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ • รัฐบาล
