กระทรวงการต่างประเทศชี้ "ฮุนเซน" เยือนเขาพระวิหารวันนี้ ไม่กระทบอธิปไตยไทย ลั่นไม่สามารถอ้างสิทธิเหนือดินแดนได้
นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในวันนี้ (5 ก.พ.) สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมทหารกัมพูชา บริเวณพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร และบริเวณปราสาทพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จะไม่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย เพราะการมาไม่สามารถอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนได้
ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน ได้มีการแจ้งทางการไทยรับทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะเข้ามาเป็นระยะเวลานานเท่าใด ตามธรรมเนียมทางการไทยจะส่งคนไปต้อนรับ
อย่างไรก็ตาม ทางการข่าวยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะร่วมเดินทางมาหรือไม่ ซึ่งหากมาจริงก็ไม่กระทบกับอธิปไตย แต่จะเหมาะสมหรือไม่ ทางกัมพูชาคงพิจารณาเองได้
"ในเรื่องของความสัมพันธ์ของสองประเทศนั้น อย่าเพิ่งไปคิด แต่ให้รู้ว่าไม่มีใครอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ได้เด็ดขาด และหากวันใดนายกรัฐมนตรีของไทยจะลงไปบ้าง ก็สามารถทำได้เหมือนกับสมเด็จฮุน เซน เช่นกัน"
ด้าน พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ยังอยู่ในระดับปกติ การมาเยือนของสมเด็จฮุน เซน ทางทหารไทยได้มีการเตรียมพร้อมแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย เพราะต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ
Tags : ฮุนเซน • เขาพระวิหาร
ความคิดเห็นที่ 3
มรรค๘ , 7 กุมภาพันธ์ 2553 21:18
จะรวมพลังที่ไหนไปสู้ รู้ก็รุ็กันว่า ไทยสองมาตรฐาน ผู้มีอำาจมีบารมีทำปฏิวัติยึดอำาจจากปชช. ทำให้ปชช.แตกแยก ต่อสู้กันเอง ก็เป็นโอกาศดีของต่างชาติที่จะรุมยำประเทศไทย งบประมาณไทยเข้มแข็ง ก็กินกันอย่างน่าเกลียด เครื่องตรวจวัตถุระเบิดราคาเป็นพัน แต่ผู้นำทหารตำรวจ ซื้อเป็นแสน ตู้น้ำยัดเยียดให้ชาวบ้าน ก็ราคาเป็นแสน เรื่องเขมรก็คงไม่มีปัญหา ก็คาราคาซังกันไป เพราะทะเลาะกันก็ขาดทุนทั้งคู่ เสียแต่เงินค่าดูแล แทนที่จะหาประโยชน์ร่วมกัน คงต้องรอรัฐบาลหน้าครับ
ความคิดเห็นที่ 2
คนไท , 5 กุมภาพันธ์ 2553 10:31
เสียครั้งแรกเกาะหมากจากแผนผัง เขาเปลี่ยนเป็นปีนังจำได้ไหม
นั่นแหละจากขวานทองเล่มของไทย หนึ่งร้อยกว่าตารางไมล์หลักฐานมี
ครั้งที่สองเสียซ้ำยังจำได้ เสียมะริดและทวายตะนาวศรี
ปีสองพันสามร้อยยี่สิบหกโชคไม่ดี เสียเนื้อที่กว่าสองหมื่นตารางไมล์
ครั้งที่สามบันทายมาศถูกตัดเฉือน แล้วเปลี่ยนเป็นฮาเตียนตั้งชื่อใหม่
ปีสองพันสามร้อยหกสิบสามแสนช้ำใจ เสียเนื้อที่เท่าไรไม่ปรากฎในบทความ
ครั้งที่สี่เจ็บแค้นเสียแสนหวี กินเนื้อที่ถึงเชียงตุงเหนือกรุงสยาม
ตั้งหกหมื่นตารางกิโลโถมันทำ ใครสร้างกรรมเดี๋ยวนี้เห็นดีกัน
ครั้งที่ห้ามาเสียรัฐเปรัค เขาหาญหักผลักล้มเชือดคมขวาน
ปีสองพันสามร้อยหกสิบเก้าแสนร้าวราน ต่างหยิบขวานขึ้นถือ * ้ชื่อไทย
ครั้งที่หกอกตรมเดินก้มหน้า เสียสิบสองพันนาน้ำตาไหล
ตั้งเก้าหมื่นกิโลโถทำได้ แทบขาดใจต่อสู้ศัตรูมา
ครั้งที่เจ็ดเสียดินแดนแคว้นเขมร เกิดพิเรนเพราะฝรั่งกำลังบ้า
เที่ยวออกล่าเมืองขึ้นชื่นอุรา เสียอีกหนึ่งแสนกว่าตารางกิโล
ครั้งที่แปดเสียแคว้นดินแดนใหม่ ชื่อสิบสองจุไทยก็ใหญ่โข
เป็นเนื้อที่อีกแปดหมื่นตารางกิโล ต้องร้องโฮใจระเหี่ยเพราะเสียดาย
ครั้งที่เก้าเศร้าแสนแค้นไม่สิ้น เสียลุ่มน้ำสาละวินด้านฝั่งซ้าย
สิบสามหัวเมืองต้องจำเหมาให้เขาไป ใครที่ทำช้ำใจไทยต้องจำ
ครั้งที่สิบเลียบลำแม่น้ำโขง ถูกเขาโกงฝั่งซ้ายเพราะไทยถลำ
ครั้งที่สิบเอ็ดเสียฝั่งขวานั่งหน้าดำ มันเจ็บช้ำฝังจำอยู่กลางใจ
ครั้งที่สิบสองใจรันทดเพราะหมดท่า เสียมณฑลบูรพาอีกจนได้
เขามาพรากจากแหลมทองถิ่นของไทย อีกสองหมื่นตารางไมล์โดยประมาณ
ครั้งที่สิบสามเสียตรังกานูไทรบุรี ในแผนที่มองเห็นเป็นหลักฐาน
ไปถึงปะลิสติดรัฐกลันตัน อีกสามหมื่นโดยประมาณตารางไมล์
ครั้งที่สิบสี่เสียเขาพระวิหาร ปัจจุบันเป็นของเขมรท่านเห็นไหม
จำไว้เถิดเนื้อเชื้อชาติไทย จงรวมใจเข้าร่วมรวมพลัง
เหมือนลงเรือลำเดียวน้ำเชี่ยวจัด ช่วยกันคัดช่วยกันพายให้ถึงฝั่ง
อย่าหันหลังหน้าพะว้าพะวัง คนนั่งกลางเท้าอย่าราลงวารี
เป็นแดนดินถื่นสุดท้ายที่ไทยหวัง ทะเลล้อมรอบข้างหมดทางหนี
ครั้งที่สิบห้าต่อไปอย่าให้มี ใครย่ำยีข่มขู่จงสู้มัน
เราจะถอยต่อไปไม่ได้แล้ว ผืนแผ่นดินสิ้นแนวทะเลกั้น
ขวานเล่มนิดฤทธิ์ฉกาจเคยฟาดฟัน ระบือลั่นว่าไทยรักสามัคคี
เหล่าอมิตรที่คิดครองเมืองทองข้า จำสัตย์จาข้าลั่นลงอย่าสงสัย
แม้ผู้ใดหมายปองครอบครองไทย จงเอาไปหากแผ่นดินนี้สิ้นคน
วันใดพ่ายแก่ไพรี วันนั้นปฐพีไม่มี....ก_รู
ความคิดเห็นที่ 1
คนไท , 5 กุมภาพันธ์ 2553 10:28
เมื่อพูดถึงคดีเขาพระวิหาร ใครหลายๆคนคงยังจำกันได้ดีว่าเป็นคดีที่คนไทยทั้งประเทศต้องน้ำตาตกในขนาดไหน เมื่อปีพุทธศักราช
๒๕๐๒ ก่อนศาลโลกจะตัดสิน ๒ ปีเศษ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้แต่งกลอนด่าเขมรไว้ ว่าเขมรเป็นโคตรเนรคุณ...
"สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่
ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล
เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน
ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน
กะลาครอบมานานโบราณว่า
พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน
ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป
อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม
เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้
ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย
ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด
เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู
ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร
แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี
ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ
เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่
คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี
ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน
หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต
เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น?
ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน
องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา?
เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง
ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
ทัพไทยช่วยปราบศัตรู * ้พารา
สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง
ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว
จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง
ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา
ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์
ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา
เพราะทรงพระกรุณาประทานไป
มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ
ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้
สมกับคำโบราณท่านว่าไว้
อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย...
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
๑๘ ตุลาคม ๒๕๐๒