กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 18:43

แฉซื้อขายตำแหน่งก.มหาดไทย'ผู้ว่า20ล้าน'

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

อดีตรองปลัดมท.แฉซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทย"ผู้ว่าฯ20ล.-รองผู้ว่าฯ17ล.-นายอำเภอ10ล." เชื่อถอนทุนคืนจับมือกลุ่มการเมืองหาผลประโยชน์

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ร้านอาหารเพลิน ถนนวิภาวดีรังสิต- นายไพฑูรย์ บุญวัฒน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมกลุ่มข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่เกษียณอายุราชการ 4 คน ได้ร่วมกันแถลงข่าวระบุ "กระทรวงมหาดไทยยุคใหม่มีการซื้อขายตำแหน่ง "

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายทหารและตำรวจ พบว่า มีการซื้อตำแหน่งกัน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยนั้นมีการซื้อตำแหน่งผู้ว่าฯ โดยใช้ข้าราชการเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อส่งคนของตัวเองไปไว้ในจังหวัดเพื่อช่วยนักการเมืองในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ในการขายตำแหน่งของผู้ว่าฯสนนราคาเก้าอี้ 20 ล้านบาท ส่วนรองผู้ว่าฯราคา 17 ล้าน นายอำเภอถ้าเป็นอำเภอดีมีราคา 10 ล้าน เมื่อได้ตำแหน่งแล้วก็จะไปถอนทุนในตำแหน่ง โดยจะเอาผลประโยชน์จากพ่อค้ายาเสพติดในจังหวัด หรือทุจริตโครงการต่างๆที่สร้างขึ้น การปล่อยให้ซื้อเก้าอี้กันตรงๆ ดังนั้นย่อมเกิดการทุจริตกันตรงๆ เราเป็นกลุ่มข้าราชการที่แม้จะเกษียณอายุราชการ รู้สึกไม่พอใจ จึงต้องมาหารือกัน เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหา เพราะข้าราชการรุ่นหลังต้องการให้ช่วยออกมาเรียกร้องแทน เพราะไม่กล้าแสดงตัว 

“วันนี้ไม่มีสิงห์สีไหน ไม่มีจุฬาฯ ไม่มีธรรมศาสตร์ ไม่มีเชียงใหม่ ไม่มีราม เพราะได้รับความเดือดร้อนกันไปทั่ว ปลัดมหาดไทย (นายมานิต วัฒนเสน) ที่จบ ม.เชียงใหม่ก็เห็นอยู่ว่า มีการซื้อขายตำแหน่งกัน แต่ทำอะไรไม่ได้ การซื้อขายตำแหน่ง มีกันทุกรัฐบาล แต่จะมากจะน้อย แต่ยุคนี้มากเหลือเกิน และบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร รัฐบาลผสม ต่างคนต่างหาประโยชน์ พรรคประชาธิปัตย์อยู่กลุ่มไหน พรรคชาติไทยพัฒนาอยู่กลุ่มไหน แต่มหาดไทยมีใครอยู่นั้น ชวรัตน์ก็ไม่ได้เป็นหัวหน้า แต่ใครอยู่เบื้องหลังก็รู้กันอยู่” นายไพฑูรย์ กล่าว 

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า กลุ่มอดีตข้าราชการพวกเราต้องการส่งข่าวถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยว่า ข้าราชการต้องการให้แก้ไข ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ไม่ควรใช้กระทรวงมหาดไทยเป็นเครื่องมือในการหาทุน อย่างไรก็ตามจากนี้จะเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยต่อต้านสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยจะมีการประสานกับข้าราชการหลายกลุ่ม ทั้งอดีตผู้ว่าฯ อดีตทหาร อดีตตำรวจเพื่อผนึกกำลัง ต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หากไม่ดำเนินการแก้ไขจะเดินหน้าให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ข้าราชการที่ไม่ได้รับความเปํนธรรมอาจมีการอารยะขัดขืนบ้างเพื่อทำให้เป็นสัญลักษณ์ 

“จากนี้เชื่อว่ารัฐบาลจะมีการชอบธรรม และแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้ว ยืนยันไม่มีใครอยู่เบื่องหลัง เรื่องนี้ใครต้องมาแก้ก็ได้ ถ้ารมว.มหาดไทยคนนี้มีคุณธรรมไม่เอาประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก ใม่ใช่บำบัดสุขนักการเมืองอย่างเดียว” นายไพฑูรย์กล่าว และว่าหากข้าราชคนใดต้องการเรียกร้องให้ส่งข้อมูลมาที่ db2525@hotmail.com

เมื่อถามว่า จะกระตุ้นข้าราชการให้ออกมาเรียกร้องอย่างไร นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ก็ต้องไปฟ้องที่ศาลปกครอง ให้กระบวนการยุติธรรมช่วยเหลือ และประชาชนต้องสนับสนุนด้วย ข้าราชการที่ดีต้องช่วยกันอย่าให้นักเลงคลองเมือง เมื่อถามว่าสาเหตุการโยกย้ายนายอำเภอที่ล่าช้านั้นเพราะมีการต่อรองเรื่องซื้อขายไม่ลงตัวหรือไม่ นายไพฑูรย์ กล่าวสวนว่า “แน่นอน ที่ทำช้าเพราะรอ ส.ส.พรรคนี้ บอกว่าคนนี้ของผมนะ ทำให้เกิดความลงตัวและล่าช้าอย่างที่เห็น” 

ต่อมา นายชวลิต ชัยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีตนายอำเภอ ในฐานะทีมกลั่นกรองข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้เดินมานั่งที่โต๊ะแถลงข่าว พร้อมกล่าวว่าเป็นข้าราชการมหาดไทยมานาน 27 ปี ได้มาร่วมพูดคุยด้วยเพราะรักบ้านที่เคยอยู่ ต้องการปกป้องสถาบันมหาดไทยมาก ตนแปลกใจที่คนมีอำนาจ อดีตเคยเป็นข้าราชการมหาดไทย เคยเป็นปลัดอำเภอ มาทำกับกระทรวงลงคอได้อย่างไร เหมือนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา มีข้าราชการบุรีรัมย์จังหวัดถึง 17 คน ได้เข้าโรงเรียนนายอำเภอ ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ 

เมื่อถามว่า ความคืบหน้าของข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายชวลิต กล่าวว่า ขอปิดไว้ก่อน เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการการกลั่นกรองข้อมูล เมื่อถามว่าจะเจาะจงนายชวรรัตน์หรือไม่ นายชวลิต กล่าวว่า คณะกรรมการกำลังพิจารณาอยู่กลุ่มรองผู้ว่าฯฮึดสู้ปฏิเสธซื้อขายเก้าอี้ 

วันเดียวกันเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวน 37 คน จาก 32 จังหวัด นำโดยนายเกรียงเดช เข็มทอง รองผู้ว่าฯตรัง ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง นำเสนอคอลัมน์มีข้อความว่า

“ตำรวจกับรองผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯ โดนรีดหนักที่สุด...ถ้าอยากมีตำแหน่งใหญ่ขึ้น ส่วนใครที่เป็นรองผู้ว่าฯ ถ้าประสงค์จะขึ้นเป็นผู้ว่าฯ หากกล้าจ่าย 6 ถึง 7 เม็ดขึ้นไปได้เก้าอี้ตัวใหม่แน่นอน แต่ถ้ามากกว่านั้น ได้ไปอยู่ที่ดีๆ หาเงินง่ายๆ ” 

โดยนายเกรียงเดช ได้เป็นตัวแทนรองผู้ว่าฯอ่านแถลงการณ์มีเนื้อหาว่า รองผู้ว่าฯ 37 คน จาก 32 จังหวัด เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกับผู้ว่าฯ จำนวน 24 ท่าน ได้เคยออกมาปฏิเสธพร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงแก่สาธารณชนแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนตุลาคม 2552 และการที่ได้มีการเสนอข่าวหรือข่าวลือเรื่องมีการใช้เงินทองเพื่อแลกกับการแต่งตั้งหรือการโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ดี เพื่อทุจริตคอรัปชั่นให้ได้เงินง่ายๆ นั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีความจริงแม้แต่น้อย แต่เป็นเรื่องที่เกิดมาทุกยุคทุกสมัย ทุกรัฐบาล ซึ่งเป็นการตอกย้ำกลลวงของขบวนการหาประโยชน์ตามน้ำ หรือขบวนการตกเบ็ดในหมู่ข้าราชการ 

คณะรองผู้ว่าฯ เห็นว่าการเสนอข่าวในลักษณะคลุมเครือไม่ชัดเจนเช่นนี้ จะทำให้เคลือบแคลงสงสัย และจะนำมาสู่ความแตกแยกไม่เป็นผลดีต่อสถาบันฝ่ายปกครอง และบ้านเมือง จึงควรให้ยุติและไม่สนับสนุนให้มีการเสนอข่าวในลักษณะดังกล่าวอีกต่อไป ซึ่งคณะผู้แถลงข่าวขอเรียนว่าการแสดงออกในครั้งนี้ มิได้ต้องการจะให้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง และมิได้ต้องการตอบโต้ ขัดแย้งกับฝ่ายใด” นายเกรียงเดช กล่าว และว่า การมาแถลงครั้งนี้พวกตนมาด้วยความสมัครใจ ไม่มีแรงบีบจากฝ่ายการเมืองออกมาให้แถลงข่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มข้าราชการที่เกษียณอายุออกมาแถลงข่าวเช่นกันว่ามีการเรียกเก็บเงิน โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ว่าฯ 20 ล้านบาท รองผู้ว่าฯ 17 ล้านบาท และนายอำเภอ 10 ล้านบาท จะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร นายเกรียงเดช กล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า “ผมไม่ทราบ เราไม่ทราบ เพราะผมไม่ๆๆๆ คือผมก็ก็เรียนว่าเป็นนายอำเภอ เป็นผู้ว่าฯ เพราะโตมาด้วยระบบที่ทำงานมาตลอด”

เมื่อถามว่า นายไพฑูรย์ บุญวัฒน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในข้าราชการที่เกษียณอายุ แถลงว่ามีการเรียกเงินตำแหน่งผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ จริงแสดงว่าไม่มีความน่าเชื่อถือใช่หรือไม่ นายประวิณ ชำนิประศาสน์ รองผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ กล่าวว่า คนละประเด็นกัน แต่คนที่ยืนอยู่ที่นี่กล้ายืนยันว่า ไม่มีใครจ่ายเงิน 

เมื่อถามว่า ในภาพรวมการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปตามความเหมาะสม หรือว่ามีเฉพาะกลุ่มที่มีการแถลงข่าว นายประวิณ กล่าวว่า เมื่อข่าวออกมาเช่นนี้ ก็พุ่งเป้ามาที่พวกตนว่า จ่ายเงิน เพราะเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าฯ ดังนั้นขอชี้แจงยืนยันว่า คนที่นั่งอยู่ในที่นี้ไม่ได้จ่ายเงิน

Tags : นายไพฑูรย์ บุญวัฒน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

เขาบอกว่าคนเปน ผวจ รองผวจ นอภ ใด้ต้องจบ"เน"....(ฮา)

ความคิดเห็นที่ 4

ก่อนประชุมโยกย้ายแต่งตั้ง ประมาณ 1 อาทิตย์ ลูกน้องปัจจุบันเป็นรองผู้กำกับในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 2 มาหาที่บ้าน มาขอยืมเงิน 5 แสน บาท บอกว่า จะเอาไปวิ่งเต้นตำแหน่ง โดยเฮียเบี๋ยนและกำนันแดง ขอให้วางเงินสดก่อนประชุมแต่งตั้ง 1 วัน จำนวนเงิน 4 ล้านบาท แต่เงินมีไม่ครบยังขาดอีก 5 แสนบาท ผมเลยถามกลับไปว่าแล้วจะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินจะถึงผู้ใหญ่ในภาค 2 ลูกน้องบอกว่าผู้ใหญ่เป็นเอาเฮียเบี๋ยนมาจากที่อื่น เวลาผู้ใหญ่คนนี้ย้ายไปที่ไหน ก็จะเอาเฮี่ยเบี๋ยน ตามไปด้วยและผู้ใหญ่คนนั้นฉลาดพอที่จะไม่ขายตำแหน่งโดยตรง ผมเลยถามต่อไปว่าเงินจำนวน 3 ล้าน 5 แสน เอามาจากไหน ลูกน้องบอกว่าเอาที่ดินไปจำนอง ธนาคารมา ผมถามต่อไปว่าเก็บเงินไว้ค้าขายไม่ดีกว่าหรือ ลูกน้องบอกว่า นายถ้าอยากเป็นผู้กำกับ ก็ต้องจ่ายอยู่ดี ไม่เที่ยวนี้ก็เที่ยวหน้า และครั้งหน้าตำแหน่งผู้กำกับในภาค 2 น้อยมาก โอกาสได้ และโอกาสซื้อคงไม่มี ผมเห็นว่าลูกน้องคนนี้เป็นคนซื่อและผมได้ช่วยเหลือมาตลอด ผมจึงให้ยืมเงินไป ต่อมาปรากฏว่า กำนันแดง ได้โทรเร่งรัดจนผิดสังเกตุ ขณะที่อยู่ต่อหน้าผมกำนันแดง ก็โทรมาเพื่อให้เอาเงินสดไปวาง ผมเลยบอกลูกน้องไปว่าให้คิดดูดี ๆ ถ้าให้เงินไปแล้วชัวร์หรือไม่ เก็บเงินไว้ก่อนดีกว่า โอกาสหน้าเมื่อเปลี่ยนตัว ผบ.ตร. ที่ผมรู้จัก ผมจะไปฝากให้ โดยไม่ต้องเสียเงิน ลูกน้องถามว่าแล้วจะปฏิเสธ กำนันแดง ได้อย่างไร กลัวเขาจะไปฟ้องนายภาค 2 และกลัวโดนย้ายออกนอกพื้นที่ ผมบอกว่าไม่ต้องกลัวย้ายออกนอกพื้นที่ ผมพอรู้จักผู้ใหญ่อยู่บ้าง ผมจะฝากให้อยู่ที่เดิม สำหรับภาค 2 ในยุคนี้ผมไม่มีปัญญา ซื้อขายตำแหน่งโดยไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน ผมได้แต่ปลงและคิดว่าในชีวิตราชการผมไม่เคยซื้อขายตำแหน่ง จึงขอสาปแช่งผู้ซื้อขายตำแหน่งในหมู่ตำรวจขอให้ตายโหงโดยพลัน

ความคิดเห็นที่ 3

ที่ภาค 2 ตำแหน่งผู้กำกับ ไม่เลือกที่ 4 ล้าน เลือกที่ลง 6 ล้านบาท นายหน้าคือเฮียเบี๋ยน และ กำนันแดง ผู้ใหญ่ในภาค 2 ใช้ช่องทางนี้ทางเดียว ไม่เจรจาโดยตรง สำหรับเฮียเบี๋ยน เอาหนีบมาติดตัวทุกตำแหน่งที่เป็นใหญ่มอบความไว้วางใจไว้กับเฮียเบี๋ยน ซื้อขายตำแหน่งผ่านช่องทางเฮียเบี๋ยน ขอฝากข้อมูลนี้ไปถึงท่าน พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดชกุลชร ด้วย คิดว่าท่านคงขยายผลได้แน่ ๆ ไม่เกินความสามาถของท่าน ถามตำรวจระดับ ผู้กำกับ ภาค 2 รู้กันทุกนาย ทำอย่างไรมีมาตรการปกป้องพยาน แล้วน่าจะเอาตำรวจใหญ่ภาค 2 เข้าคุกได้ ผู้กำกับ อ.เขาสอยดาวจ. จันทบุรี จ่ายไป 6 ล้าน ผู้กำกับอำนวยการ ภาค 2 จ่ายไป 4 ล้าน ลองไปตรวจสอบหลักฐานทางธนาคารของผู้เกี่ยวดูการหมุนเวียนของเงินคงจะไม่ยากคงจะได้หลักฐานมัดตัว คงไม่ยากไม่ เหมือนพ่อค้ายาเพติดฟอกเงิน

ความคิดเห็นที่ 2

Comment#1. Safe your land to bury your family O.K?

ความคิดเห็นที่ 1

ขายที่ดินเชียงราย 66 ไร่ อ.แม่สรวย ต.เจดีย์หลวง (ไร่ละ 99,999 บาท)
http://sites.google.com/site/land4salesinmaesuay/

พื้นที่
ขนาด 66.43 ไร่ (66 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา)
ความยาวโดยประมาณ
ทิศเหนือ: กว้าง 146 เมตร
ทิศใต้: กว้าง 230 เมตร
ยาว: 542 เมตร
ลักษณะพื้นที่: พื้นที่ราบ โอบล้อมด้วยขุนเขา
อากาศ: อากาศบริสุทธิ์สดชื่นดีมาก
(เชียงรายขึ้นชื่อว่าอากาศดีที่สุดต้นๆ ของประเทศ หรือ ดีที่สุด)
ประเภทที่ดิน
โฉนด

สาธารณูปโภค
ถนน: ทิศเหนือติดถนนยางมะตอย
ทิศใต้ติดถนนลูกรัง
ไฟฟ้า: มีระบบไฟฟ้าแรงสูงผ่านพื้นที่
น้ำ: ทิศใต้ติดกับอ่างเก็บน้ำสาธารณะ
มีน้ำทั้งปี ไหลมาจากผืนป่าทางทิศตะวันออก

สถานที่ใกล้เคียง
ไปทางทิศตะวันออก 430 เมตร จะเจอวัดแสงแก้วโพธิญาณ (ครูบาอริยชาติ อริจิตฺโต)
http://www.panoramio.com/photo/23058663
http://www.watsangkaewphothiyan.org/
ห่างจาก ถนน เชียงราย – เวียงป่าเป้า 1100 เมตร
ทางเข้า: ห่างจากที่ทำการ อ.แม่สรวย 7 กิโลเมตร

ติดต่อ
โทร: 085 848 9000
Email: amornpich@gmail.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement