รมว.วิทย์ฯตั้งผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ เริ่ม4ก.พ.ตั้งเป้า14วันได้คำตอบ "มุข"เผยชาวบ้านระบุชี้มั่ว "อังคณา"เล็งเสนอตรวจ"เรือเหาะ" ทหารวอนหยุดล้อเ
ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงวิทย์ฯเตรียมเชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ นักเทคโนโลยี นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยและนักสถิติ รวม 13คน ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 โดยจะเชิญประชุมเป็นทางการนัดแรก เพื่อวางกรอบการทำงาน ระเบียบวิธีวิจัย ที่กำหนดโดยนักวิชาการและผู้ใช้งานในวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์
ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนในเรื่องการทดสอบมากขึ้น จากนั้นวันจันทร์ที่ 8 และอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ เพื่อติดตามความคืบหน้า แต่หากผลการทดสอบยังไม่เป็นที่พอใจ จะผ่าพิสูจน์เครื่อง ทั้งนี้ ได้ตั้งกรอบเวลาตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์
ทางด้าน ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) กล่าวเสริมว่า การทดสอบทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและการทดสอบภาคสนาม เป็นไปเพื่อยืนยันคุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ของเครื่องจีที 200 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมโดยเร็วที่สุด
"อังคณา"ชี้จีที200 แค่นำร่อง-เชื่อกระแสเล็งคิวต่อไป"เรือเหาะ"
นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ภรรยาของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความมุสลิมที่กลายเป็ยบุคคลสูญหาย เปิดเผยว่า กระแสกดดันให้มีการพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องมือจีที 200 โดยส่วนตัวเชื่อว่าจากนี้ไปกระแสสังคมจะเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ที่ถูกนำมาใช้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกหลายรายการแน่นอน
เนื่องจากประเด็นจีที 200 เหมือนเป็นการจุดประกายให้คนในสังคมหันมามองการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างใกล้ชิดมากชึ้น โดยเฉพาะการนำงบประมาณไปจัดซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางเทคโนโลยีราคาสูง ว่าเหมาะสม คุ้มค่า และสามารถใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์เพียงใด
"จีที 200 เหมือนเป็นการกระตุกให้คนในสังคมหันมาเกาะติดการใช้งบประมาณในการซื้อเครื่องมือเพื่อสกัดความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มากขึ้น ซึ่งจากนี้ไปหลังจากทดสอบและพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดแล้ว คาดว่าสังคมจะมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบอุปกรณ์ชนิดอื่นด้วย เช่น บอลลูน หรือเรือเหาะตรวจการณ์ที่นำมาใช้ในพื้นที่นี้เช่นกัน" นางอังคณา กล่าว
เธอยังกล่าวด้วยว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจีที 200 อยู่ในระดับไม่สามารถยืนยันได้ว่าสกัดวัตถุระเบิดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เหตุใดจึงไม่นำงบประมาณไปจัดซื้อเครื่องมือที่มีผลการทำงานที่สามารถไว้วางใจได้ดีกว่า ขณะเดียวกันกลับนำงบประมาณไม่น้อยไปซื้อบอลลูนหรือเรือเหาะตรวจการณ์มาใช้ ซึ่งประสิทธิภาพอาจออกมาลักษณะใกล้เคียงกัน
ที่ปรึกษากมธ.ความมั่นคงฯ ปูดทีจี200 ที่ปัตตานีชี้เป้ามั่ว
นายมุข สุไลมาน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการความมั่งคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการทำงานของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด หรือจีที 200 ว่า จากการลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ได้รับทราบข้อมูลอีกด้านของการทำงานเครื่องจีที 200 ซึ่งชาวบ้านบอกว่า การทำงานของเครื่องนี้ไม่แม่นยำ ชี้แบบสะเปะสะปะ ชี้ไปหาวัตถุไม่ผิดกฎหมาย ที่สำคัญยังชี้ไปหาผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ก็จับกุมไปสอบสวนในค่ายทหาร 1 - 2 วันแล้วปล่อยออกมา สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน หวาดผวา
"จึงอยากให้รัฐบาลตรวจสอบว่าจะยังคงใช้เครื่องนี้อยู่ต่อไปหรือไม่ ต้องนำความรู้สึกของคนในพื้นที่มาประกอบการพิจารณาด้วย นอกเหนือจากตรวจสอบทางวิทยศาสตร์ และตรวจสอบราคา วันนี้เหตุการณ์ยังเกิดขึ้นอยู่ ผมไม่ทราบว่าความรับผิดชอบของรัฐบาลอยู่ตรงไหน เพราะยังคงมีชาวบ้านตายอยู่ทุกวัน สังคมยังหวาดผวา หากไม่คิดแก้ไขให้ดีขึ้น หรือแก้ไม่ตรงจุดทำให้เหตุการณ์ไม่สงบยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง" นายมุข กล่าว
กอ.รมน.ภ.4ส่วนหน้า วอนยุติวิจารณ์หวั่นภาพความมั่นคงลบดิ่ง
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยยอมรับว่า กระแสวิพากษ์วิจารต่อเครื่องจีที 200 ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่อย่างมาก จึงอยากให้ทุกฝ่ายยุติการให้ข้อมูลเพื่อรอผลการตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างเป็นทางการ หลังจากรัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงวิทยศาสตร์เข้ามาร่วมตรวจสอบเครื่องจีที 200
"โดยในช่วงระหว่างที่รอผลการตรวจสอบ อยากให้ทุกฝ่ายเตรียมข้อมูลเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบมากกว่าเปิดประเด็นความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ เนื่องจากหน่วยงานความมั่นคงเองพร้อมจะเข้าร่วมกระบวนการตรวจสอบเพื่อไขข้อข้องใจยุติปัญหาที่เกิดขึ้น"
พันเอกบรรพต ยังระบุถึงการออกมาล้อเลียนการใช้เครื่องจีที 200 ในทางลบ เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ไม่ได้หยุดนิ่งและเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฎิบัติหน้าที่ภายใต้การเสี่ยงอันตราย จึงไม่อยากให้มีการนำความเสี่ยงนี้มาล้อเลียนเป็นเรื่องล้อเล่น
ผอ.สถาบันสันติฯ ระบุพิสูจน์จีที200 ช่วยลบภาพแสวงประโยชน์ไฟใต้
รศ.ผดุงยศ ดวงมาลา ผอ.สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) เปิดเผยถึงกรณียายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เป็นเจ้าภาพพิสูจน์ประสิทธิภาพเครื่องจีที 200 ว่าบทสรุปทางวิทยาศาสตร์จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ว่าอุปกรณ์ชนิดนี้เหมาะสมที่จะใช้ปฏิบัติภารกิจในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนต่อไปหรือไม่
สำหรับกระบวนการทดสอบเพื่อพิสูจน์หาประสิทธิภาพที่แท้จริงของอุปกรณ์จีที 200 จำเป็นต้องจำลองสถานการณ์เสมือนจริง และอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม ซึ่งต้องยอมรับว่ายังไม่มีข้อสรุปชัดเจน มีแต่ฝ่ายนักวิชาการกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ต่างยืนยันกันไปคนละทาง ดังนั้นกระบวนการพิสูจน์จะต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ว่าผลสรุปออกมาอย่างไรอีกฝ่ายจะต้องยุติและให้การยอมรับเพื่อไม่ให้เกิดกระแสสับสนใจสังคมต่อไป
"เสียงสะท้อนจากชาวบ้านจำนวนไม่น้อย เริ่มได้ยินหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป็นไปได้หรือไม่ จะมีคนบางกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่นี้ เพราะงบประมาณจำนวนไม่น้อยที่แลกกับอุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิดราคาสวนทางกับประสิทธิภาพ ดังนั้น นอกจากตรวจสอบพิสูจน์จีที 200แล้ว รัฐจะต้องคลายปมความรู้สึกเรื่องนี้ด้วย” ผอ.สถาบันสันติศึกษา มอ.กล่าว
ครูใต้วอนหยุดล้อเลียนจีที200 บั่นทอนขวัญครู-จนท.
นายสงวน อินทรักษ์ ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนสนใจติดตามความคืบหน้าเรื่องตรวจสอบคุณภาพจีที 200 เพราะกระทบต่อขวัญและกำลังใจของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหรือเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ เช่น ครู รวมถึงชุดลาดตระเวนที่เสี่ยงภัยโดยตรง
"ยอมรับว่าข้อมูลที่นักวิชาการระบุนั้นได้บั่นทอนความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีให้กับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรุนแรง ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเครื่องมือที่ทุกคนให้ความสำคัญที่สุดกลายเป็นเครื่องมือที่ด้อยประสิทธิภาพที่สุด เบื้องต้นจึงอยากให้รัฐบาลเร่งพิสูจน์โดยเร็วที่สุดว่าเครื่องมือดังกล่าวดีหรือไม่ดีจะได้ยุติปัญหาทั้งหมดอย่าเอาชีวิตคนมาเสี่ยงหรือแลกกับผลประโยชน์" นายสงวน กล่าว
ประธานสมาพันธ์ครู กล่าวอีกว่า วันนี้อยากให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งและหยุดให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันชั่วคราวเพื่อรอผลพิสูจน์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะพฤติกรรมนักวิชาการที่ออกมานำขวดเปล่าๆมาล้อเลียนเครื่องจีที200 เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่ก็ยังคงใช้เครื่องมือจีที200 ตามปกติ ซึ่งหากเครื่องมือสามารถใช้งานได้จริงจะเป็นการบั่นทอนกำลังใจและซ้ำเติมเจ้าหน้าที่ที่อุทิศตนทำงานเสี่ยงภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ขณะเดียวกันหากเครื่องจีที 200 ไร้ประสิทธิภาพตามที่นักวิชาการระบุขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหยุดการนำเครื่องมือนี้มามาใช้เด็ดขาด พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบเพื่อเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะการอนุมัติการจัดซื้อซึ่งเดิมคณะครูในพื้นที่ได้รับแจ้งจากฝ่ายความมั่นคงว่าจะมีการสั่งซื้อและนำเครื่องจีที 200 มาใช้ในพื้นที่ประมาณ 800 เครื่อง แต่ล่าสุดข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่ามีการสั่งซื้อแค่ 500 เครื่องทำให้กลายเป็นประเด็นหนึ่งที่คณะครูอยากให้มีการตรวจสอบด้วย
Tags : กัลยา โสภณพนิช • อังคณา นีละไพจิตร • จีที200


ความคิดเห็นที่ 8
เหมยลี่ , 5 กุมภาพันธ์ 2553 12:56
กระทรวงกลาโหมของอังกฤษเคยส่งหนังสือชี้แจงมาให้ กมธ. แล้วตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ว่าจีที 200 "ไม่มีความน่าเชื่อถือ" (ดู http://www.isranews.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=4951&Itemid=86) แต่ก็ยังรั้นใช้กันอยู่นั่นแหละ
ความคิดเห็นที่ 7
xyz , 4 กุมภาพันธ์ 2553 10:42
เรื่องนี้น่าจะไม่จบแค่สัมมนาแค่นี้ เป็นไปได้เหมือนกันที่เครื่องแบบนี้จะดักจับระเบิดไม่ได้ผลเต็มที่ หรือไม่ได้ผลเลย แต่น่าจะให้พวกนักฟิสิกส์เสนอมาด้วยว่าเครื่องมือชนิดไหนที่มีในท้องตลาดทำงานได้ผลดี เพื่อที่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปหาซื้อมาใช้ได้ เพราะช่วยชีวิตชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐ หรือถ้าให้ดี พวกนักฟิสิกส์เหล่านี้จะช่วยกันประดิษฐ์เครื่องมือขึ้นใช้ ก็จะทำให้ประเทศชาติประหยัดเงิน และอาจทำให้มีอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ของคนไทย ไม่ควรหยุดแค่สัมมนาเพียงแค่นี้ แล้วก็เอาเครื่องมือวิทยาศาสตร์อย่างอื่นของรัฐที่ซื้อมาตามหน่วยงานต่าง ๆ ไปวิเคราะห์ด้วยก็จะดี เพราะเสียเงินซื้อในแต่ละปีไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานรัฐอื่นด้วย เพราะปีหนึ่งเสียเงินเรื่องเหล่านี้ไปถ้าไม่เป็นแสน ๆ ล้านก็เป็นหมื่น ๆ ล้าน
ความคิดเห็นที่ 6
พิรุณ , 4 กุมภาพันธ์ 2553 09:51
ถ้ามีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงก็คงไม่เป็นไร แต่เมื่อไหร่จะสอบสวนว่าสร้างรัฐสภาเสียเงินไปหมื่นกว่าล้านนั้นดีอย่างไร เงินตั้งเยอะแยะ แล้วรถเมล์ที่จะต้องเสียเงินซื้อหลายหมื่นล้านนั้น จะมีการสอบด้วยหรือเปล่า ยังมีอีกเยอะที่จะต้องสอบ เพราะหน่วยงานราชการมีการซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด นอกจากนี้ก็ยังมีการไปดูงานต่างประเทศของพวกนักการเมือง พวกข้าราชการที่กลายเป็นการไปท่องเที่ยวเสียมากกว่า
ความคิดเห็นที่ 5
อิอิ , 4 กุมภาพันธ์ 2553 09:17
ฝ่ายค้าน หายหัวไปไหน มาตรวจสอบด่วนน หรืือไม่กล้า เพราะอนุมัติในยุค ทรท. 5555
ความคิดเห็นที่ 4
http://newpoliticsparty.spaces.live.com , 4 กุมภาพันธ์ 2553 06:49
หลายคนมองไปโกงกิน เพียงอย่างเดียวหาถูกไม่ จำเป็นต้องเจาะลึกไปด้วยว่า เหตุที่ 3 จังหวัดภาคใต้ไม่สงบ เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องภาครัฐ ต้องการเลี้ยงไข้ไม่ต้องการให้สงบใช่หรือไม่ เพื่อต้องการได้งบประมาณอย่างต่อเนื่องนาน ๆ จนไม่รู้ว่า งบจะสุดวันไหนหรือไม่ โดยเอาชีวิตของ ปชช และทหารผู้น้อย เป็นเดิมพัน นี่ต่างหากที่ร้ายกว่าการโกงหลายเท่านัก ยังไม่รวมจิตใจบนร่างผู้มีชีวิตที่ต้องหวาดผวา ยังไม่รวมความเสียหายทางการท่องเที่ยว ทางธุรกิจ ทั้งหมดนี้คือ ขรก ที่ฉ้อฉล โกงกิน นั่นเอง นายกอภิสิทธิ์ จะทำเป็นนิ่งดูดาย พียงพูดแค่ว่า ถ้าใช่ไม่ได้ ก็ไม่ต้องใช้นั้น แล้วทุกอยางก็จบนั้น เป็นคำพูดที่ขาดซึ่งความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ถ้าเป็นดังนี้ นายกอภิสิทธิ์ ก็ควรลาออกให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน นายกอภิสิทธิ์ คือตัวแทนของ ปชช ทั้งประเทศที่ถูกได้รับมอบหมายจาก ปชช ให้มาดูแลและรับผิดชอบหลาย ๆ เรื่อง แทน ปชช ทั้งประเทศ เรื่องเงินทุกบาททุกสตางค์ ปชช ก็มอบหมายให้ นายกอภิสิทธิ์ มาดูแลเงินเหล่านี้แทน ปชช เพื่อนำเงินของ ปชช นี่แหละไปใช้จ่ายอย่างถูกต้อง อย่างคุ้มค่า ถ้าเงินงบประมาณที่ถาโถมใส่ลงไปนั้น ถ้าเป็นเงินส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์ แล้วคุณอภิสิทธิ์ จะบอกว่า ของที่ซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ก็อย่าใช้แล้วจบเรื่อง ปชช จะไปต่อว่าคุณอภสิทธิ์ นั้นหาได้ไม่ หรือใครจะโกงจะกินเงินส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์ ปชช ก็ไม่ควรจะไปติติงใด ๆ อีกเช่นกัน ถ้า ผบ ทบ อนุพงษ์ พล.อ.ประวิตร และคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีส่วนรู้เห็นเลี้ยงไข้ ไม่ให้บ้านเมืองสงบ จริง นายกอภิสิทธิ์ จะปัดความรับผิดชอบหาได้ไม่ ที่ผ่านมา มีการโกงกันอย่างโจ๋งแจ้ง มีแต่ รมต ลาออกไปเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แล้วนายกอภิสิทธิ์ ล่ะ แสดงความรับผิดชอบอะไรบ้างหรือไม่ ? แน่นอนหลายคนบอกว่า คุณอภิสิทธิ์เป็นคนดี แต่นายกอภิสิทธิ์ เป็นคนดีเพียงอย่างเดียวหาพอไม่ ต้องเป็นคนเก่งในการบริหารและการจัดการด้วย เก่งในที่นี่ไม่ใช่เก่งบริหาร เพื่อความอยู่รอดของตนเองนะครับ ต้องเพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติโดยรวมเป็นสำคัญ และคุณอภิสิทธิ์ จะมาอ้างว่า พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค รัฐบาลไม่มั่นคง ต้องเอาอกเอาใจโกงบ้างไม่เป็นไร แต่เพื่อให้ได้เสียงในสภาไปวัดไปวาได้ อันนี้ต้องถือว่า เป็นคำอ้างที่ยึดผลประโยชน์เพื่อความอยู่รอดของตนเองเป็นสำคัญ ซึ่งไม่ถูกต้อง
ความคิดเห็นที่ 3
lamai98 , 3 กุมภาพันธ์ 2553 22:59
รัฐทำเหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ฟังนายกพูดเกี่ยวกับ"เสาล้างป่าช้า 200" ไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะสอบ เรือเหาะก็เหมือนกัน อินฟาเรท ก็ไม่มีไปซือมาแล้วเอาไปกองไว้ โง่อย่างนี้แหละครับพาทหารไปตายคนแล้วคนเล่า ทำเหมือนพระท่านเทศนาเลย "ที่ตายก็ตายไป ที่อยู่ก็เอากันไป.....(โยมมองหน้ากันเลิ่กลั่กพระจะมาแบบใหนกันแน่)... ฝังยังป่าช้า" มันอย่างนี้จริง"นะครับ พวกมันไม่ใช่ลูก เต้า กุซะอย่าง ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น "ผู้ปกครอง ต้องฟังมากกว่าพูด"นะครับ ท่านนายก ฟังบ้างซีประชาชนเขาพูดถึงเราะเหาะกับเสาล้างป่าช้าอย่างขำๆกันทั้งประเทศ ท่านต้องฟัง ไม่ชอบก็ต้องฟัง ..
ความคิดเห็นที่ 2
sam , 3 กุมภาพันธ์ 2553 22:12
ผ่าสักเครื่องเถอะ ถ้าไม่มีวงจรอะไรเลยก็โดนหลอกแล้วครับ แบบนี้บ้านเราก็ผลิตเองได้
ความคิดเห็นที่ 1
คนไทย , 3 กุมภาพันธ์ 2553 21:59
ทำไมไม่มีใครตรวจสอบจากแถลงการของรัฐบาลอังกฤษบ้างเลยครับ ทำไมไม่สอบถามอย่างเป็นทางการไปที่รัฐบาลอังกฤษล่ะครับ อุปกรณ์ที่ว่าผลิตมาจากประเทศเขาน่ะครับ