กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง

วันที่ 8 มกราคม 2553 14:28

อัยการไม่ฟ้อง'สุรยุทธ์'ครองที่เขายายเที่ยงระบุไม่มีเจตนา

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

อัยการสูงสุดสุดสรุปไม่ฟ้องพล.อ.สุรยุทธ กรณีครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง ระบุไม่มีเจตนา โยนกรมป่าไม้ชี้ขาดเพิกถอนครอบครองที่ดิน

ที่ห้องประชุม 100 ปี ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 8 ม.ค.53 เวลา 13.30 น. นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลง ชี้แจ้งกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี กับพวก คดีบุกรุกเขายายเที่ยงว่า คดีนี้อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเขต 3 มีคำสั่งไม่ฟ้องตามพนักงานสอบสวนไปเมื่อวันที่ 15 ต.ค.52 หลังจากพนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว ได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 18 ม.ค.51 ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยพนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้วได้พิจารณาและสอบสวนเพิ่มเติมบางประเด็นก่อนเสนอสำนวนให้อธิบดีอัยการเขต 3 มีคำสั่งไม่ฟ้อง จากนั้นเสนอความเห็นดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชศรีมา ก็มีความเห็นชอบกับอัยการไปเมื่อวันที่ 16 พ.ย.52 ดังนั้นคดีจึงเสร็จเด็ดขาด กฎหมาย

เหตุผลที่อธิบดีอัยการเขต 3 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พล.อ.สุรยุทธ์ , นายธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแหวดล้อม และ นายวิชัย แหลมวิไล อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ต้องหาที่ 1- 4 ในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและร่วมกันยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ในที่ดินฯ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เช่นเดียวกับความเห็นพนักงานสอบสวนเนื่องจากเห็นว่า นายเบ้า สินนอก เจ้าของที่ดินเดิม มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินบนเขายายเที่ยงโดยชอบตามมติ คณะรัฐมนตรี ( ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 29 เม.ย.18 เห็นชอบให้กรมป่าไม้ ดำเนินการปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติเขายายเที่ยง เพื่อจัดสรรให้ราษฎรทำกินครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่ (ให้ทำกินครอบครัวละ 14 ไร่ 2 งาน และให้เป็นที่อยู่อาศัยอีก 2 งาน) โดยมีเงื่อนไขไม่ให้กรรมสิทธิ์ แต่ให้สิทธ์ครอบครองตกทอดดึงทายาทโดยธรรมได้เป็นการถาวร เพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนมาครอบครองโดยวิธีกว้านซื้อ โดยกรมป่าไม้จะออกใบอนุญาตชั่วคราวให้ราษฎรเข้าอยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวโดยจัดตั้งในรูปหมู่บ้านป่าไม้ นายเบ้า และบุตรเขย จึงได้รับการจัดสรรที่ดินคนละ 15 ไร่ รวม 30 ไร่ และได้มีการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ตลอดมา ตั้งแต่ปี 2520 – 2538

การครอบครองของนายเบ้าจึงเป็นการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการครอบครองต่อมาของ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นการครอบครองโดยอาศัยสิทธิ์ของนายเบ้า จึงขาดเจตนากระทำผิดตามข้อกล่าวหา

นายธนพิชญ์ โฆษกอัยการ กล่าวต่อว่า โดยกรณีการครอบครองที่ดินผิดเงื่อนไขตามมติ ครม. อัยการจังหวัดสีคิ้ว ได้มีหนังสือ เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมาแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขของแผนงานจัดที่ดินให้แก่ราษฎรในรูปหมู่บ้าน ป่าไม้และสหกรณ์การเกษตร ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ซึ่งหนังสือที่อัยการแจ้งให้ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรนั้น เพียงแต่ ให้ดำเนินตามมติ ครม. ที่ให้นำที่ดินคืนแก่ผู้ครอบครอง หรือทายาทผู้ครอบครองที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์เท่านั้น ส่วนกรมป่าไม้ จะดำเนินการเอาที่ดินคืนจาก พล.อ.สุรยุทธ์ หรือไม่ อย่างไร เป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ ที่จะพิจารณาดำเนินการอัยการไม่มีอำนาจหน้าที่ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ละเว้นไม่ดำเนินการให้การครอบครองที่ดินเป็นไปตามเงื่อนไข มติ ครม. ปี 2518 ก็น่าคิดว่าอาจจะเป็นความผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นกัน ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่ากรมป่าไม้จะดำเนินการอย่างไร


 เมื่อถามว่า หากกรมป่าไม้จะต้องดำเนินการเอาที่ดินจาก พล.อ.สุรยุทธ์ แล้วจะต้องมีการฟ้องคืนขับไล่ที่ สามารถส่งให้อัยการดำเนินการได้หรือไม่ นายธนพิชญ์ กล่าวว่า ก็ต้องมีขั้นตอนตามกฎหมาย อาจจะแจ้งความ ซึ่งกรมป่าไม้จะต้องเป็นผู้ดำเนินการ

เมื่อถามว่า อัยการยืนยันว่าพร้อมจะฟ้องขับไล่ที่กับ พล.อ.สุรยุทธ์ องคมนตรี หรือไม่หากกรมป่าไม้ขอให้ดำเนินคดี นายธนพิชญ์ กล่าวว่า อัยการจะพิจารณาตามกฎหมาย ซึ่งคดีการบุกรุกที่ดังกล่าวอัยการก็ดำเนินการตามที่พนักงานสอบสวนส่งสำนวน แต่คงไม่ตอบว่าจะไม่พิจารณากรณีของ พล.อ.สุรยุทธ์

เมื่อถามว่า เหตุใดผู้ที่ครอบครองที่ดินเชิงเขาจึงถูกดำเนินคดี ไม่เหมือนกับกรณีของ พล.อ.สุรยุทธ์ นายธนพิชญ์ กล่าวว่า การครอบครองที่ดินเป็นคนละกรณีกัน โดยที่ดินบนเขาที่ พล.อ.สุรยุทธ์ สร้างบ้านไว้ เจ้าของเดิมได้รับการจัดสรรจากกรมป่าไม้ตามมติ ครม. ให้ชาวบ้านที่อยู่บนเขาถือครองได้คนละ 15 ไร่ แต่ไม่มีการจัดสรรที่ดินเชิงเขาให้ชาวบ้าน ดังนั้นผู้ที่เข้าไปยึดครองจึงมีความผิดฐานบุกรุก

เมื่อถามว่า การที่นายเบ้า ซึ่งได้รับจัดสรรที่ตามติ ครม. นำที่ดินมาขายต่อ ซึ่งฝ่าฝืนเงื่อนไขการครอบครองที่ดิน จะมีการดำเนินคดีได้หรือไม่ นายธนพิชญ์ กล่าวว่า มติ ครม. เป็นข้อห้ามการซื้อขาย แต่ไม่มีบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน ดังนั้นนายเบ้าจึงไม่มีความผิด ส่วน พล.อ.สุรยุทธ์ ที่ซื้อที่ดินไปแม้จะไม่มีความผิดเช่นกัน แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ซึ่งสิทธิ์ครอบครองที่แท้จริงต้องตกเป็นของทายาทนายเบ้า

ทั้งนี้นายธนพิชญ์ โฆษกอัยการ กล่าวย้อนถึงการสรุปสำนวนครอบครองที่ดินบนเขายายเที่ยงที่ พล.อ.สุรยุทธ์ ครอบครองว่า จากการสอบสวนของพนักงานสอบสวนมีหลักฐานว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 67 (พ.ศ.2508) ออกตามความใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งกำหนดให้ป่าเขาเตียนและป่าเขาเขื่อนลั่น (เขายายเที่ยง) ในท้องที่ ต.จันทึก อ.ปากช่อง และ ต.ลาดบัวขาว จ.นครราชสีมา เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยก่อนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จะเข้าครอบครองปลูกเป็นที่พักอาศัย ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของนายเบ้า สินนอก และบุตรเขย ซึ่งนายเบ้า ได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์จำนวน 10 ไร่ โดยไม่ทราบว่าเป็นที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนฯ แล้วเข้าไปทำไร่มันสำปะหลัง ละหุ่ง และข้าวโพด ซึ่งที่ดินในเขตป่าสงวนเขายายเที่ยงยังมีราษฎรเข้าไปอยู่อาศัยทำกินเป็นจำนวนมาก หลังจากคณะรัฐมนตรี ( ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 29 เม.ย.18 เห็นชอบให้กรมป่าไม้ ดำเนินการปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติเขายายเที่ยง เพื่อจัดสรรให้ราษฎรทำกินครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่ (ให้ทำกินครอบครัวละ 14 ไร่ 2 งาน และให้เป็นที่อยู่อาศัยอีก 2 งาน) โดยมีเงื่อนไขไม่ให้กรรมสิทธิ์ แต่ให้สิทธ์ครอบครองตกทอดดึงทายาทโดยธรรมได้เป็นการถาวร เพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนมาครอบครองโดยวิธีกว้านซื้อ โดยกรมป่าไม้จะออกใบอนุญาตชั่วคราวให้ราษฎรเข้าอยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวโดยจัดตั้งในรูปหมู่บ้านป่าไม้ นายเบ้า และบุตรเขย จึงได้รับการจัดสรรที่ดินคนละ 15 ไร่ รวม 30 ไร่ และได้มีการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ตลอดมา ตั้งแต่ปี 2520 – 2538

ต่อมานายเบ้า ได้ขายที่ดินของตนเองและบุตรเขย จำนวน 20 ไร่ ให้นายนพดล พิทักษ์วาณิชย์ เมื่อปี 2538 พร้อมมอบหลักฐานการแสดงภาษีให้แก่นายนพดลด้วย และนายนพดล ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ระหว่างปี 2538 – 2540 ต่อมา พ.อ.สุรฤทธ์ จันทราทิพย์ เป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่ในปี 2540 – 2545 และในวันที่ 6 ก.ค.43 พล.ต.สุรฤทธ์ เป็นผู้ไปยื่นขอออกเลขที่บ้าน เลขที่ 10 ตำบลคลองไผ่ (เดิมอยู่ในเขตตำบลลาดบัวขาว) อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของ พล.อ.สุรยุทธ์ ในปัจจุบัน และในวันที่ 4 ก.ค.46 พล.ต.สุรฤทธ์ เป็นผู้ขออนุญาตใช้ไฟฟ้าในบ้านหลังดังกล่าว และในปี 2545 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน มีหลักฐานว่าผู้ยื่นเสียภาษีบำรุงท้องที่ ในที่ดินดังกล่าว คือ พ.อ.หญิง คุณหญิงจิตรวดี จุลานนท์ ภริยาของ พล.อ.สุรยุทธ์

ที่ผ่านมากรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เคยดำเนินคดีข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติกับผู้ใดเลย ต่อมาวันที่ 10 ต.ค.50 นายคุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว กับพวกรวม 12 คน ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พล.อ.สุรยุทธ์ กับพวก ในข้อหาบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ เขายายเที่ยงดังกล่าว
 

Tags : สุรยุทธ์ จุลานนท์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24

แนวทางแก้ไข ที่ถูกต้องตามกฏหมาย คือ พลเอกสุรยุทธ คืนที่ดินให้นายเบ้า จบ พลเอกสุรยุทธ อาศัย นายเบ้าอยู่ จบอีกที ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทุกปัญหามีทางออก..

ความคิดเห็นที่ 23

เมื่อวานก็โดนกลุ่นเสื้อเหลืองด่า ว่าคนที่คบไม่ได้คือ * พวกเป็นกลางนี่แหละ
- ถ้าเรื่องไหนฝ่ายหนึ่งว่าถูก อีกฝ่ายต้องบอกว่าผิดเอาชนะกันแบบไม่มีเหตุผล ไม่มีเรื่องไหนเลยที่จะมีความคิดเห็นตรงกัน ผมชอบดูทั้งสองฝ่าย ดูแล้วฝ่าย ด.มีเหตุผลดี พูดจามีหลักมีฐานมาแสดง ฝ่าย ห.ก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือพิมพ์ของตัวเอง ด่าคนนี้ทีคนโน้นที
- อย่าง ๒ มาตรฐาน มันมีอยู่จริงหรือเปล่า ไม่เห็น ห.ออกมาให้ข้อมูลอะไรเลย
- อย่างคดีเขายายเที่ยง คนทุกคนก็ย่อมรู้แก่ใจ คนที่มีความผิดในลักษณะเดียวกัน คือพวกปชช.ทั่วไป ส่วน อ.ไม่มีความผิดไม่ฟ้อง
- ตอนนี้ผมกลัวหรือเกินจะเกิดสงครามกลางเมือง

ความคิดเห็นที่ 22

คนดีที่พอเพียง คนดีที่ 1 เลย ไม่อย่างนั้นจะได้รับบรรดาศักดิ์สุงส่งขนาดนั้นเหรอ ห้ามแตะต้อง เหมือนพวก กงกง ในหนังจีน

ความคิดเห็นที่ 21

ขอโทษที ผมไม่เห็นด้วยกับคำชี้ขาดของอัยการ เพราะท่านสรยุทธซื้อที่ดินภายหลังจากที่มีประกาศในพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติแล้ว และขณะซื้อท่านเป็นแม่ทัพอยู่ในพื้นที่ จึงไม่อาจอ้างได้ว่าท่านไม่รู้ว่าพื้นที่ดินดังกล่าวไม่อยู่ในเขตป่าสงวน ที่ขาดเจตนานั้นอ้างได้แต่เฉพาะผู้ครอบครองคนแรกๆ เท่านั้น แต่คนที่ซื้อสิทธิครอบครองนั้นอ้างไม่ได้ เรื่องทำนองนี้ศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้วในคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๘๗/๒๕๓๙
คำพิพากษาดังกล่าวตัดสินว่า แม้จำเลยจะซื้อสิทธิครอบครองที่ดินจากบุคคลผู้ครอบครองที่ดินก่อนที่ทางการจะประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติก็เป็นเพียงแสดงว่าเฉพาะตัวผู้ที่ขายสิทธิครอบครองให้แก่จำเลยขาดเจตนาที่จะบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเท่านั้น เมื่อปรากฏว่าที่ดินที่จำเลยซื้อได้มีกฎกระทรวงประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๒๙ จำเลยเบิกความว่าได้ซื้อมาระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๐ ถึงปี ๒๕๓๕ จึงเป็นระยะเวลาที่รัฐประกาศให้ที่ดินดังกล่าวเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้วและจำเลยก็ทราบดีว่าที่ดินดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ การที่จำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินป่าสงวนจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๔ และยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๕๔ ซึ่งบัญญัติห้ามยึดถือครอบครองป่าเช่นกันด้วย
จึงอดคิดไม่ได้ว่าอัยการสั่งคดีในทางช่วยเหลือท่านสรยุทธ และอดคิดต่อไปไม่ได้ว่าถ้าผู้ต้องหาเป็นอดีตนายกทักษิณ อัยการจะสั่งคดีว่าอย่างใด ยังจะสั่งไม่ฟ้องหรือเปล่า
เพราะสั่งคดีอย่างนี้คนส่วนหนึ่งจึงมองว่าสองมาตรฐานไง
ไม่น่าเลยนะท่านอัยการ

ความคิดเห็นที่ 20

คุณธรรมจริยธรรมไปไหนหมด

ความคิดเห็นที่ 19

เรื่องนี้ต้องโทษนายกในดวงใจของผมอีกเช่นเคย ครั้งหนึ่งท่านทักษิณโดนกล่าวหาว่า ซุกหุ้นโดยไม่เจตนา บัดนี้ ท่านสุรยุทธได้ซุกที่ดินป่าสงวนโดยไม่เจตนาเช่นเดียวกัน พอๆกับอดีตนายกชวน ซุกเมียโดยไม่เจตนา นี่ยังไม่นับพวกนักการเมืองเลวๆทุกพรรค อย่างเช่นพีน๊อคคีโอก้ซุกคอมมิชชั่นโดยไม่เจตนา(มันขายที่ให้พ่อ มันยังคิดค่าคอม ฮา)ส่วนอ่ายจรัล มันซุกค่าบูชาครู ไม่ใช่ค่าจ้างสอนหนังสือ ยายเป็ดซุกลูกหลานไปดูงาน โดยไม่เจตนาเช่นเดียวกัน พอๆกับตี๋กรณ์ ซุกตั่วไป-กลับ อังกฤษโดยไม่เจตนา พอๆกับซุกปลากระป๋องเน่า ซุกรถดับเพลิง รถพยาบาล รถเมลล์ โดยไม่เจตนาเช่นกัน หึหึหึ

ความคิดเห็นที่ 18

เป็นบุคคลทีชาวบ้านเค้านับถภือ ก็ควรจะเป็นตัวอย่างให้สังคม อย่าทำเป็นไม่มีความรับผิดชอบต่อความถูกต้องหน่อยเลย ของญี่ปุ่น ถ้าเค้าทำอะไรไม่เหมาะสม เค้าก็ลาออกแล้วครับ แค่ขึ้นรถไฟผิดขบวน แล้วให้รถไฟขบวนนั้นหยุดในจุดที่ไม่ใช่จุดจอดเพื่อตัวเอง เค้าก็ลาออกกันแล้ว อันนี้แหละจะวัดว่าคนที่ชาวบ้านนับถือ มีความสำเนียกในความรับผิดชอบแค่ไหน

ความคิดเห็นที่ 17

ตอนนี้ที่รู้ๆ ประเทศไทยไม่ใช่ของทักษิณ ศิษย์เขมร ประเทศไทยตอนนี้เป็นของประชาชนที่ีมีความคิดว่าอะไรโกง และอะไรไม่โกง

ทักษิณที่ทำผิดกฏหมายหลายประเด็น แต่มีคนแก้ต่างให้ทักษิณว่า ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฏหมาย แต่ทักษิณแค่ทำผิดข้อห้ามของกฏหมายเท่านั้น

โชคดีที่ตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นของทักษิณ และพวกลูกสมุน

มีข่าวว่าวันปีใหม่ พรรค พท พรรคเพื่อทักษิณศิษย์เขมร มีการแจกรางวัลให้กับ สส.และสว.ของพรรค โดยมีรางวัลเกินรางวัลละ 3000 แบบนี้ถือว่าผิดไหม

ความคิดเห็นที่ 16

ไม่ต่างจาก คดี ส.ป.ก. เพราะเหตุเจตนาตามมติครม.

สุดแต่ใจจะใคว่คว้า

ความคิดเห็นที่ 15

ไม่หนี
ไม่ทำ
ไม่คืน

ใครๆเค้าก็ทำกันแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 14

ที่ดินเขายายเที่ยง ไม่ใช่เขายายทัก บริเวณที่มีปัญหา บริเวณนี้สามารถมีบุคคลเข้าไปอยู่อาศัย สามารถเข้าไปทำกินได้ แต่ ตามมติ คณะรัฐมนตรี พ.ศ.2518 คือห้ามมิให้ผู้ที่ได้รับที่ดินนำไปขาย แต่สามารถตกทอดเป็นมรดกต่อลูกหลานได้ แต่ก็ได้มีบางคนที่ได้นำไปขาย และก็มีคนซื้อไปเพราะไม่รู้ในเงื่อนไขนี้ แต่เมื่อเข้าไปอยู่แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา

การที่อัยการไม่ฟ้องก็เป็นการถูกต้องแล้ว แต่ผู้ซื้อก็จะต้องคืนที่ดินดัีงกล่าวให้เป็นของทางราชการต่อไปและเงินค่าซื้อที่ดินถือว่าเป็นการสละสิทธิ์ไป การกระทำของอัยการเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว

ไม่เหมือนกับทัีกษิณ ที่มีเจตนาในการโกง และทุจริต ซุกหุ้นไว้ให้กับคนรับใช้ เมื่อมีคนไปตรวจสอบพบเข้า คนตรวจพบก็ถูกกลั่นแกล้งต่างๆนานา จนเกือบเอาตัีวไม่รอด ดีแต่ยังมีสวรรค์รับรู้จึงรอดมาได้ ทักษิณ ก็มาอ้างว่า พลาดพลั้งโดยสุจริต ซึ่งมันต่างกันอย่างมากมาเปรียบเทียบกันไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 13

อภัยโทษให้พวกกบฏ พรรคพวกยกย่องคนดีที่หนึ่ง อภัยโทษทักษิณต้องให้ติดคุกก่อน พวกยึดสนามบินตั้งเป็นรมต ปากหมมา
คนดีที่หนึ่งคือคนที่โอนเงินภาษีไปใช้ได้โดยไม่ผิดโดยไม่มีใครรู้ คนดีที่หนึ่งคือคนที่เชื่อฟังกลู คนดีที่หนึ่งคือพวกกลู พวกที่ไปเข้าเพื่อไทยเป็นคนขายชาติ พวกประชาชนเป็นคนโง่เง่าต้องให้กลูสั่งสอน

ความคิดเห็นที่ 12

อดใจไว้อีกนิดประเทศไทยจะเจริญกว่าที่เป็นเพราะข้าพเจ้ามั่นใจว่า ป. ปรา อายุคงไม่เกินร้อยและเมื่อนั้นจะไปได้ไกลกว่านี้

เสธ.

ความคิดเห็นที่ 11

เหมือนคุณ ทักษิณ ไม่เจตนา

ความคิดเห็นที่ 10

ทำกับข้าวออกทีวี... กระเด็นตกเก้าอี้....
รับงาช้าง ราคาเกิน 3,000.00 บาท บอกไม่ผิด
ยินยอมให้เมียประมูลซื้อที่ดิน ต้องติดคุก..
นำคณะปฏิวัติ เข้าถวายรายงาน.. ยกย่องว่าเป็นผู้รักชาติ..
นำพวกยึดสนามบิน.. วันนี้ถูกดองเรื่องโดยอำนาจมืด
โกงเงินบริจาค 258 ล้าน.. คนดูถูกต้ม..
อัพเกรดตั๋วการบินไทย.. บอกเป็น VIP สามารถทำได้..
ประเทศไทย.. มันของใครกันว๊ะ...

ความคิดเห็นที่ 9

ระดับนั้นแล้วจะบอกว่าไม่รู้ ก็คงจะเกินไปแล้ว บอกว่าไม่มีเจตนา มันจะน่าละอายไปไหม ถ้าเราเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถูกจับได้ขนาดนี้ ก็คงละอายแก่ใจไปแล้ว นี่ถ้าเป็นตาสีตาสาจะไม่ว่าเลย ขนาดชาวบ้านที่บุกรุกที่ดินป่าสงวนไปทำกินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง ยังโดนจับ นี่อะไรเข้าไปสร้างบ้านตากอากาศแท้ๆ ยังบอกว่าไม่มีเจตนา ละลายใจแทนว่ะ แบบนี้ฉันว่า ทักษิณคงไม่ผิดหรอก โดนสร้างเรื่องกล่าวหาทั้งนั้น ขอบกอพวกสีแดงว่า ถ้าจะเข้าไปบุกรุกบ้างอย่าใส่เสื้อสีแดง โดนข้อหา "เจตนา" บุกรุก แน่ๆ ให้ใส่เสื้อสีเหลืองแล้วเข้าไปจับจองให้เต็มเลยนะ ไม่มีใครกล้าทำอะไรแน่ เพราะไม่มี "เจตนา" โอยย ละอายแก่ใจแทนจริงๆ หวังว่าคงนอนตายตาหลับ

ความคิดเห็นที่ 8

แบบนี้ละเรียกว่า..อมาตยาฯ เรื่องจริยธรรม..พูดเมื่อเอาผิดเฉพาะฝ่ายตรงข้าม แม้ดูศิลาจารึกก็ว่าไม่ผิด

ความคิดเห็นที่ 7

คห 5 เมาโกเต็กมาจากไหนเนี่ย กร้ากกก

ความคิดเห็นที่ 6

ทักษินเซ็นชื่อยินยอมให้เมียประมูลซื้อที่ ปรส.ทำไมผิด ที่มีโฉนดแท้ๆ ไม้เข้าใจกฎหมายไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 5

จะเรียกว่าบกพร่องโดยสุจริตเหมือนอดีตนายกคนนึงที่โกงภาษีประชาชนได้มั๊ยหนอ

หนีคดีไปเสวยสุขต่างประเทศ หลอกให้คนไปเดินขบวนเจ็บตัวเพื่อตัวเอง บอกจะมาเดินนำขบวนถ้ามีเสียงปืนดัง สุดท้ายก็โกหก หลอก ค ว า ย กินไปวันๆ ที่น่าสมเพศคือเรียกตัวเองเป็นนักประชาธิปไตยทั้งที่ทำตัวเป็นจอมเผด็จการ

ความคิดเห็นที่ 4

พวกอำมาตย์อยู่เหนือทุกสิ่ง เหนือกม. เหนือรธน. เหนือสันตีน.และมีหน้าที่หาคนมาปฏิวัติกันคนดี ๆ ออกไปจากระบบประชาธิปไตย เอาคนจังไรมาปกครองประเทศ ดูพวกประชาธิกวยหัวขัดมันตั้งรมต.ใครกัดเก่งคนนั้นได้เป็น ไม่ต้องดูว่ามีความสามารถบริหารกระทรวงได้หรือไม่ เอารัฐมนตรีควา-ยมากดหัวข้าราชการดี ๆ อย่างนี้พวกอำมาตย์ชอบ ปท.จะได้เจริญช้า ๆ จะได้คอรัปชั่นกันนาน ๆ เลวระยำ

ความคิดเห็นที่ 3

ก็เห็นๆกันอยู่ว่าองคมนโททำอะไรก็ไม่ผิด แต่อีกฝั่งหนึ่งแค่ทำกับข้าวโชก็ผิดมหันต์นี่แหละกฎฆฒษญฌฒ์ฮ."?ญ

เสธ.ดำ

ความคิดเห็นที่ 2

คนธรรมดา ไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดลืมใส่หมวกกันน็อค โดนจับ แต่นี่เป็นเรื่องใหญ่
ระดับประเทศ ไม่โดน นี่หรือประเทศไทย
แล้วจะเรียนไปทำไม วิชากฏหมาย

ความคิดเห็นที่ 1

ทุเรศจริงๆว่ะพูดไม่ออกเลยประเทศไทยน่าสงสารจริงๆพูดยากจริงๆก็คนเค้าอยู่สุงอ่ะนะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement