"กษิต"เปิดใจ 1 ปี นั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงบัวแก้ว มุ่งสร้างความสัมพันธ์ทุกส่วน สร้างความเข้าใจในสถาบัน ปฏิเสธมือปืนทางการเมือง
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในตำแหน่งตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ว่า การทำงานได้มุ่งไปในส่วนต่างๆ ทั้งทวิภาคี พหุภาคีในระดับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นนอกภูมิภาค ในกรอบความร่วมมือต่างๆ ส่วนการทำงานในประเทศได้ยึดเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ขณะเดียวกันยังได้ทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ เพื่อประสานการทำงาน เพราะต้องยอมรับว่าการทำงานของแต่ละกระทรวงขณะนี้มีกระทรวงการต่างประเทศเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
นายกษิต กล่าวว่า ในประเด็นเรื่องสิทธิมนุยชนยังเป็นเป้าหมายสำคัญตามกรอบอาเซียนที่ต้องการลดช่องว่างระหว่างกัน อย่างไรก็ตามในปีหน้าแม้ไทยไม่ได้เป็นประธานอาเซียน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังยืนยันให้ความสำคัญในการสานต่อภารกิจต่างๆ ต่อไป
เมื่อถามว่า จากการทำงานที่ผ่านมาคิดว่าภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของชาวโลกกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า จากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไปร่วมประชุมในเวทีนานาชาติหลายเวที เช่น G20 และการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศจากรัฐมนตรีหลายคนทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
“ ในภาพรวมคิดว่าเราได้ให้ความมั่นใจกับภาคธุรกิจพอสมควร เราได้พูดจริงทำจริง รัฐบาลนี้รับฟังปัญหาภาคเอกชนแล้วช่วยกันคิดช่วยกันทำร่วมแก้ปัญหา จะเห็นได้ว่าไม่มีการวิจารณ์ในเชิงลบ ส่วนสื่อมวลชนการวิจารณ์เรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตยเริ่มจืดจางหายไป ส่วนความไม่เข้าใจเกี่ยวกับบทบาทสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ลดน้อยลงไป แต่ก็มีสื่อส่วนหนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ต้องแยกว่าสื่อดังกล่าวนั้นได้รับการว่าจ้างมาให้โจมตี เป็นมือปืนรับจ้างต่างประเทศ มีเป้าหมายเรื่องการเมือง ดังนั้นไม่ได้ถือว่าเป็นคำวิจารณ์” นายกษิต กล่าว
เมื่อถามว่า ปัญหากับประเทศกัมพูชาจะมีทิศทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าปัญหาจะยุติถ้าหากปรับนายกษิตออก นายกษิต กล่าวว่า ต้องถามก่อนว่าที่ตนเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และมีคนกลุ่มหนึ่งไม่ชอบตนแล้วนำไปเชื่อมโยงกับผู้นำอีกประเทศหนึ่ง อยากให้มองว่าสิ่งที่ตนได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เป็นการทำงานในนามรัฐบาลได้ทำเรื่องที่เป็นภาพบวกกับประเทศ ทั้งความพร้อมในการช่วยเหลือทุกประเทศในภูมิภาคได้ทำอย่างเต็มที่ด้วยงบประมาณของรัฐบาล ส่วนการพบรัฐมนตรีในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ละประเทศคิดว่าไม่ต่ำกว่าประเทศละ 5 ครั้ง และประเทศใหญ่อีก 2-3 ครั้ง ไม่มีประเด็นปัญหาอะไรเกิดขึ้น
นายกษิต กล่าวว่า ได้พบรัฐมนตรีทั่วโลกมาเกือบ 100 คนแล้ว ก็ไม่มีประเด็นปัญหาใด การพูดจาของคนไม่กี่คนถือเป็นเสียงนกเสียงกาที่ดังมาก เพราะมีกำลังเงิน มีโทสะมากมาย อาจจะมากลบเกลื่อนงานที่รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศได้ทำ ที่ผ่านมารัฐบาลและกระทรวงอาจจะอ่อนในเรื่องการให้ข้อมูลต่อประชาชน ถ้าถามว่าจะโจมตีผมเป็นคนแค่จุดเดียว แต่ถ้าถามรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศในอาเซียนหรือบังลาเทศ ศรีลังกา อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป แอฟริกา ต้องถามว่าเขาคิดอ่านอย่างไร ก็เป็นไปในเชิงบวกทั้งนั้น
“ ปัญหามีแค่จุดเดียว หรือประเทศเดียวที่สร้างปัญหา มีคนของเราเป็นไส้ศึก เพื่อที่จะทำลายล้างกัน ดังนั้นจึงเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวตั้งไม่ได้ การที่ผมไม่โอนอ่อนต่อผู้นำของ 1 ประเทศ เพราะเห็นว่าทำลายประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะน้ำมัน แก๊สในอ่าวไทยไม่ใช่ของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง เป็นของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ สิ่งที่ผมปกป้องคือผลประโยชน์ของคน 65 ล้านคน ถ้าจะให้ผมออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลนี้ ก็ให้รู้กันว่าไม่ยอมออกเด็ดขาดเพราะคิดว่าสิ่งที่พยายามต่อสู้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทุกอย่างที่ทำสามารถอธิบายได้” นายกษิต กล่าว
เมื่อถามว่า ประเด็นที่ท้าทายต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยในปีหน้า นายกษิต กล่าวว่า ความท้าทายอยู่ที่การทำงานในกระทรวงว่าจะขับเคลื่อนอย่างไรให้ข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศให้ทำงานด้วยขวัญและกำลังใจที่ดี เห็นอนาคต มีความสนุก และเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานประสานกับหน่วยงานราชการ ทำความความเข้าใจว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ยุ่มยาม แต่ต้องทำงานร่วมกัน ส่วนงานด้านต่างประเทศต้องดำเนินนโยบายเปิดความสัมพันธ์และพันธกรณีต่างๆ ที่มีอยู่ตามเป้าหมายให้ได้

ความคิดเห็นที่ 13
JJ , 31 ธันวาคม 2552 07:03
ออกไปซะ คุณกษิต คุณอยู่ก็ยิ่งแย่ สมกับฉายา " ใส้ติ่งรัฐบาล "
ความคิดเห็นที่ 12
jj , 31 ธันวาคม 2552 05:02
ไ อ้ พวกเสื้อแดงพวกมึ นี่ไม่น่าจะเกิดมาเป็นคนไทนจริงๆไ อ้ ทรยส ต่อชาติบ้านเมืองไ อ้ สัด มึเป็นคนไทยแต่ เสืองเป็นขี้ ข้า พวกเขมร มัน มึ นี่เสียชาติเกิด มึ ไปอยู่เขมร กับไ อ้ เ หี้ ยเหลี่ยม ไปแล้วไม่ต้องกลับมาเมืองไทยอีกนะไ อ้ สันดาร ชั่ว
ความคิดเห็นที่ 11
somchai , 30 ธันวาคม 2552 22:18
เห็นด้วย คห.10มากๆ ควรมองผลงานโดยรวม ยกเว้นกัมพูชา ที่มีนายกขี้โกง สมคบนักโทษแม้ว
ขอเป็นกำลังใจให้คุณกษิตทำงานต่อไป
ความคิดเห็นที่ 10
ข้อเท็จจริง , 30 ธันวาคม 2552 21:22
ต้องยอมรับว่าท่านกษิตพูดถูกผลประโยชน์ของชาติไม่ใช่ของตระ * ลใด แผ่นดินไทยก็เป็นของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ของพรรคใด ฮุนเซนมาโกรธอะไรไทยหนักหนา ถ้าไม่มีเรื่องเขาพระวิหารที่คนไม่ยอมแน่ และแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อ่าวไทย งานนี้คงยากมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ยิ่งบอกว่ากลางปีจะกลับประเทศ ต้องบอกว่าจะกลับมาในฐานะอะไร ตอนนี้ออกลายเต็มตัวแล้ว ใครๆก็รู้ทำทั้งหมดก็เพื่อตัวเอง ท่านนายกอภิสิทธิ์ออกมาบอกว่า อย่าทำเพื่อตัวเองไม่เห็นออกมาปฏิเสธเลยว่าไม่จริง แล้วที่เรียกร้อง รธม.40 เรียกร้องความยุติธรรมนั้น เพื่อส่วนรวมตรงไหน ประชาชนส่วนไหนเขาเดือดร้อนเรื่องความยุติธรรม เขื่อนราศีสไหล ยุคท่านไม่ใช่หรือที่ไล่พวกเขาอย่างกับหมูกับหมา สมัครเอาเทศกิจไล่จับขึ้นรถมายุคของนายกอภิสิทธิ์ใช้เงินชดเชยให้ต่างด๊ใจไปตามๆกัน ตอนนี้ก็มีระบบการแก้หนี้นอกระบบอย่างเป็นรูปธรรม ความอยุติธรรมกำลังจะหมดไป แล้วความยุติธรรมที่เรียกร้องอยู่เพื่อใครที่ไม่ใช่เพื่อท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น จริงไหมเพื่อตัวเองเท่านั้น เห็นแก่ตัวชัดๆ ชัดเจนจนไม่รู้จะชัดอย่างไรแล้ว
ความคิดเห็นที่ 9
อีเห็น , 30 ธันวาคม 2552 21:02
* รู้ไหม...การที่เขา ร่วมกับเขมร แนะให้เขมร เอา เขาพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกนั้น....เพื่อจะได้งบประมาณ จากสหประชาชาติ มาบูรณะ เขาพระวิหารและรอบๆ ให้ดีขึ้น..ฃึ่งตอนนี้นักท่องเที่ยวก็ไม่มี ก็เพราะพวก * นั่นแหละ ทำลายด้วย ด้วยความเลวระยำ
ความคิดเห็นที่ 8
Abba , 30 ธันวาคม 2552 20:58
ลาออกได้แล้ว ไร้ผลงาน มีแต่การสร้างแตกแยก มอบตัวยึดสนามบินแล้วมิใช่หรือ???
ความคิดเห็นที่ 7
Proverb , 30 ธันวาคม 2552 20:58
Agree with Comment#6 100%.
Chinese orders
Sondhi Saang
Viet-namese Sone
Abhisit Tecahes.
Thai Tham
Kasit does the work.
ความคิดเห็นที่ 6
มรรค๘ , 30 ธันวาคม 2552 20:33
จะพูดว่าทำดียังไงๆ ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะผลงานมันฟ้องว่า ความสัมพันธ์ทางการทูตมันแตกแยกอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ ถ้านายกษิตยังเป็นรมต.ตป. และนายอภิสิทธิ์ยังเป็นนายกอยู่ เพราะการปกครองแบบสองมาตรฐานของผู้มีอำนาจมีบารมี จึงทำให้ความเห็นของประเทศในโลกนี้แตกออกออกเป็นสองฝ่าย คือไม่เห็นด้วยกับความยุติธรรมของไทยในการตัดสินคดีความของทักษิณ และว่าเป็นคดีการเมือง จึงอณุญาติให้ทักษิณพำนักและเดินทางเข้าออกได้ ทำกิจกรรมได้ กับประเทศที่ไม่อยากยุ่งด้วย แต่รมต.กษิตและอภิสิทธิ์กลับไปโกรธเขาและตัดสัมพันธ์ทางการทูตเสียเลย จึงทำให้ภาพพจน์ของประเทศไทย ไม่มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ปชช.จะไว้วางใจให้นายกษิต-อภิสิทธิ์ทำงานต่อไปหรือไม่ ก็ต้องคอยติดตามดูกันต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 5
oldboy , 30 ธันวาคม 2552 20:13
ความเห็นที่1ถึง4
ล้วนแต่เป้นพวก * หัวแดงตัวเดียวกัน
แต่แย่งกันเปล่งเสียง * กันเท่านั้น
เอาเลย..เชิญชั่วได้ตามอัธยาศัยเลยนะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
dsd , 30 ธันวาคม 2552 19:57
คห1ถูกต้องมากไอ๊โจรกบฏโกเต็กมั่นเลวทรามมากรับกินเงินภาษีประชาชนแต่สืบไปรับใซ้โจรกบฏโกเต็กใซ้อำนาจไปรังแกผู้อื่นแก้เเค้นให้ตนเอง ก่อศึกช่วนตีไปทั่ว รัฐมนตรียอดชั่วแบบนี้น่าลากออกไปตัดคอซะ
ความคิดเห็นที่ 3
กิมเล้ง , 30 ธันวาคม 2552 18:45
การที่นายกษิตถูกเทพอุ้มตั้งให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศได้ก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างคนไทยอย่างมาก วิธีสมานฉันท์มีวิธีเดียวคือกษิตลาออกและติดคุกในฐานะที่เป็นผู้ก่อการร้ายสากลฐานยึดสนามบินเสีย
ความคิดเห็นที่ 2
กิมเล้ง , 30 ธันวาคม 2552 18:45
การที่นายกษิตถูกเทพอุ้มตั้งให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศได้ก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างคนไทยอย่างมาก วิธีสมานฉันท์มีวิธีเดียวคือกษิตลาออกและติดคุกในฐานะที่เป็นผู้ก่อการร้ายสากลฐานยึดสนามบินเสีย
ความคิดเห็นที่ 1
กิมเล้ง , 30 ธันวาคม 2552 18:44
การที่นายกษิตถูกเทพอุ้มตั้งให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศได้ก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างคนไทยอย่างมาก วิธีสมานฉันท์มีวิธีเดียวคือกษิตลาออกและติดคุกในฐานะที่เป็นผู้ก่อการร้ายสากลฐานยึดสนามบินเสีย