จยย.บอมบ์ข้างสภ.บันนังสตา ทหารเจ็บ2 ชาวบ้านเจ็บ5 ผวจ.นราธิวาส เตือนคนไทยอย่าขนวัสดุผลิตระเบิดเข้าออกมาเลย์โทษหนักประหาร-คุกตลอดชีพ
เมื่อเวลา 10.35 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดหน้าร้านขายของชำเลขที่ 35-37 ถนนสุขยางค์ (ถนนสาย 410) หมู่ 2 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา ยะลา อยู่ห่างสถานีตำรวจภูธรบันนังสตาเพียง 20 เมตร จึงแจ้งต่อ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ร.ต.ท.ธาม ลอยสะเทื้อน รอง สวป.สภ.บันนังสตา พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา รุดไปตรวจสอบ
ที่จุดเกิดเหตุมีการลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา จำนวน 5 คน ทราบชื่อ คือ สิบตรีฉัตรชัย แก้วมณีจันทร์ พลทหารพงษ์พัฒน์ ขำรัตน์ ทั้งสองเป็นทหารชุดพัฒนาสันติ 15-5 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 ประชาชนบาดเจ็บ ได้แก่ นางไซนะ หะยีสะนิ นายวศิน แสงจันทร์ และนางฟาตีเมาะ มะนาแซ ซึ่งทั้งหมดบาดเจ็บเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องกั้นสถานที่เกิดเหตุห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ เนื่องจากคนร้ายอาจจะซุกระเบิดเอาไว้ซ้ำซ้อน ซึ่งภายหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้เข้าตรวจสอบได้ พบรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสแมซ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขยล 447 นราธิวาส ตรวจสอบแล้วป้ายทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถ
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเศษแผงวงจรอีเลคทรอนิค เศษสายไฟ เศษถ่ายไฟฉายขนาด 9 โวลต์ รวมทั้งเศษเครื่องวิทยุสื่อสาร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 กก. ที่คนร้ายนำมาซุกไว้ในรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว แล้วจุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายแต่งกายเป็นหญิง สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้า(ฮีญาบ) ขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวมาจอด มีเด็กโดยสารมาด้วย 1 คน เมื่อจอดรถคนร้ายเดินจูงเด็กเข้าไปยังซอยด้านข้าง สภ.บันนังสตา ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นทันที ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขี่จักรยานยนต์ผ่านมา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน ได้รับบาดเจ็บรวม 5 รายดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อเหตุรุนแรงที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เปิดเผยว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นกลุ่มของนายอับดุลเลาะ สามะ และนายมุกตา อาลีมามะ แกนนำกลุ่มก่อเหตุรุนแรงฝ่ายปฎิบัติการอาร์เคเค ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.บาเจาะ ต.ตาเนาะปูเต๊ะ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ไล่ล่าติดตาม และสามารถวิสามัญนายฮัมดี สามะ ได้ ซึ่งนายฮัมดีเป็นน้องชายของอับดุลเลาะ สามะ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังออกไล่ล่า
ยะลามีใบปลิวเตือนเหตุร้ายช่วงปีใหม่
เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณถนนสาย ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลา ชุมชนการค้าหลัก พบการแจกจ่ายใบปลิวถ่ายเอกสารกระดาษขนาด เอ 4 เขียนด้วยลายมือ ข้อความข่มขู่เตรียมก่อเหตุในพื้นที่ช่วงเทศกาลวันปีใหม่ ใบปลิวระบุชัดๆ ถึงหัวหน้ากู้ภัยแม่กอเหนี่ยวว่า "เราคือกลุ่มหนึ่งที่ได้รับคำสั่งมาก่อความไม่สงบภายในเขตยะลา พวกท่านเตรียมรับสถานการณ์ รับรองไม่ผิดพลาด ท่านจะสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ฉลองส่งท้ายปี 52 เป้าหมายของกลุ่ม ตลาดสดยะลา ร้านขายของฝากปีใหม่"
ใบปลิวยังระบุอีกว่า เราบอกหัวหน้าได้ด้วยการก่อความไม่สงบครั้งนี้จะเกิดขึ้นจริง ยะลาต้องสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เริ่มวันแรก 24 ธันวาคม 25-26-28-30-1 มกราคม 53 จุดแรกคือร้านขายแกงไทยพุทธ ตลาดที่ 2 ตลาดที่ 3 - เขียงหมู ร้านดอกไม้ เราขอเตือนพวกท่านว่าอยู่อย่างเงียบจะดี เราเตือนแล้ว ไม่มีรื่นเริง จากกลุ่มเรา
ด้าน พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพชรภูมิ รองผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าวถึงว่า ทางหน่วยกู้ภัยแม่กอเหนี่ยวได้รับเป็นจดหมายส่งทางไปรษณีย์ ภายในเป็นใบปลิวข้อความดังกล่าวจำนวน 5 แผ่น ซึ่งในเบื้องต้นตนเองเชื่อน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง เนื่องจากอ่านแล้ว ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งกลุ่มที่อ้างในท้ายของใบปลิว ก็เป็นกลุ่มที่ไม่เคยพบมาก่อน แต่ไม่ประสาทได้สั่งการเข้มงวดกวดขัน และสืบหาที่มาของใบปลิวแล้ว
ผวจ.นราธิวาส ขู่พวกขนระเบิดเข้าออกมาเลย์โทษขั้นประหาร
นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงกรณีรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จับกุมคนไทย 3 คนพร้อมวัตถุระเบิด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม และเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 8 คน รวมเป็น 11 คน บ่งชี้ว่าทางมาเลเซียให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับรัฐบาลไทยเป็นอย่างมาก
จึงขอเตือนอย่าใช้ประเทศมาเลเซียเป็นฐานผลิตระเบิด หรือสะสมอาวุธแล้วนำกลับเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยเป็นอันขาด และห้ามนำอาวุธจากประเทศไทยเข้าไปมาเลเซีย เพราะผู้ครอบครองอาวุธ ตามกฎหมายของประเทศมาเลเซียนั้น มีอัตราโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต อย่างต่ำจำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น
จัดรดน้ำศพทหารนาวิกเสียจากเหตุปะทะบาเจาะ
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดโคกเคียน อ.เมือง นราธิวาส พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ จ่าเอกพิทักษ์ มีเมือง อายุ 28 ปี ตำแหน่งภาคสนาม ส่วนรวบรวมข่าวกรอง สังกัดหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ บาดเจ็บจากเหตุยิงปะทะกับกลุ่มคนร้ายภายในป่ารกทึบหลังที่ทำการ อบต.กาเยาะมาตี ในหมู่บ้านบลูกา ม.5 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวานนี้(23 ธ.ค.) ต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบาเจาะ
โดยพิธีรดน้ำศพมี พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผบ.ฉก.นราธิวาส นายเจษฎา จิตรัตน์ นายอำเภอบาเจาะ น.อ.นิเวช บุตรศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย ผบ.ฉก.นราธิวาส หมายเลข 2 ตัวทั้ง 9 หน่วยใน 13 อำเภอ ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองกว่า 500 นายเข้าร่วมพิธีเพื่อเป็นการไว้อาลัยอย่างสมเกียรติทหารของกองทัพเรือ
ซึ่ง ผบ.พตท.เป็นตัวแทนวางพวงหรีดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. จากนั้นได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัว จ.อ.พิทักษ์ โดยเรือโทธงชัย แย้มชุติ หัวหน้าชุดส่วนรวบรวมข่าวกรอง ฉก.นย.ทร.ค่ายจุฬาภรณ์ เป็นผู้รับมอบเพื่อนำไปมอบแก่นายบันเทิง และนางจำรัส บิดาและมารดาของทหารหาญต่อไป
จากนั้นได้เคลื่อนศพ จ.อ.พิทักษ์ ไปขึ้นเครื่องบิน ซี 130 กองทัพอากาศ ที่หมวดบินเฉพาะกิจภาคใต้ กองทัพเรือ นราธิวาส เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี ส่วนการปูนบำเหน็จ 9 ชั้นยศ เลื่อนขั้นเป็น "นาวาตรี" รวมทั้งการมอบเงินช่วยเหลือจากต้นสังกัดและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 2 ล้านบาท เหรียญบางระจันแก่ผู้เสียสละ
Tags : ระเบิด • 3จังหวัดชายแดนใต้

