ประธานกกต.นัดพิจารณาเงิน258ล้านบาท"ประชัย"บริจาคพรรคปชป.พฤหัสนี้ ไม่มั่นใจลงมติได้ หัวหน้าชุดสอบสวนอ้างข้อมูลครบถ้วนพร้อมฟัน ยันไม่ยื้อ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการพิจารณากรณีเงิน 258 ล้านบาท ที่กล่าวหานายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด(มหาชน) บริจาคให้พรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่แจ้ง กกต. โดยกล่าวว่า ขณะนี้ได้รับสำเนาสำนวนที่คณะกรรมการไต่สวนชุดนายประพันธ์ นัยโกวิท สรุปมาให้แล้ว และนัดพิจารณากันในวันพฤหัสบดีที่ 17 ธ.ค.นี้ ซึ่งกกต.แต่ละคนก็กำลังนำมาศึกษาข้อเท็จจริงอยู่ว่าคณะกรรมการไต่สวนไปดำเนินการมาครบถ้วนแล้วหรือยัง จึงยังตอบไม่ได้ว่าจะสามารถลงมติได้ในวันพฤหัสบดีนี้หรือไม่
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า เบื้องต้นทางคณะกรรมการไต่สวนได้เสนอสำนวนกรณีดังกล่าวมาให้กับทางกกต.แล้ว และได้นัดพิจารณากันในวันพฤหัสบดีที่ 17 ธ.ค ซึ่งต้องมีการหารือกันในที่ประชุมก่อน ถ้าสำนวนมีความสมบูรณ์ครบถ้วนก็สามารถวินิจฉัยและลงมติได้ในวันดังกล่าว แต่หากพิจารณาแล้วพบว่าสำนวนยังต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือขาดส่วนใดก็ต้องมีการหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นเท่าที่ดูสำนวน ทางคณะกรรมการไต่สวนได้ทำหนังสือเชิญนายประชัยแล้ว แต่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง และได้มอบอำนาจให้กับทนายความทำหนังสือชี้แจงเข้ามาตามประเด็นที่คณะกรรมการไต่สวนได้สอบถามไป ซึ่งทางคณะกรรมการได้สวนได้เห็นว่าการสอบสวนครบถ้วนสมบูรณ์และเสร็จสิ้นแล้วจึงเสนอสำนวนมาให้กับทางกกต.พิจารณา ส่วนตัวได้อ่านสำนวนไปบางส่วนยังไม่ติดใจประเด็นใดเป็นพิเศษ
เมื่อถามว่า มีคนมองว่ากกต.พยายามดึงเรื่องเพื่อช่วยพรรคการเมืองใดหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า เราไม่ได้ช่วยพรรคใดหรือถ่วงเวลา เราไม่ได้ดึงเวลาให้ล่าช้า อีกทั้งก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ถ้าข้อเท็จจริงไม่ครบกกต.ก็จะโดน เพราะฉะนั้นการดำเนินการจึงต้องมีความรอบคอบ
Tags : ประชัย เลี่ยวไพรัตน์

ความคิดเห็นที่ 2
นายสัณฑพงศ์ โสไกร , 16 ธันวาคม 2552 09:48
เรียน ท่านเปา
1.ท่านทำตัวเป็นกลางและตรงไปตรงมาไม่มีใครว่าท่านแน่
2.การค้นหาที่มาที่ไปของเงินนั้นมีหลายทาง
2.1 ดูเส้นทางการเงิน จากใครไปใคร
2.2 แต่ละช่วงตอนมีการเสียภาษีหรือไม่?
2.3 การใช้เงินของ ปชป.ก็ต้องมีหลักฐานและการเดินของเงินไปสู่ผู้กระจายเม็ดเงิน
3.บริษัท ต่างๆที่รับเงินและไม่ได้ทำงานจริงก็จะพบได้ที่การเสียภาษี และ หากมีการจ้างช่วงต่อก็ต้องมีการเสียภาษีอีก
4.ถ้าบุคคลที่รับเงินไปมิได้สำแดงภาษีก็คือเลี่ยงภาษี ก็ต้องถูกปรับเงินภาษี และการไมมีใบเสร็จยื่นยันการรับจ้างจริงก็คือเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์
5.พยานบุคคลที่ไปรับเงินตามเส้นทางเดินของเงิน ทุกคนมีโอกาสต้องถูกสอบสวนเพื่อขยายผลและเห็นว่า"มีหลักฐานไม่มีการชำระภาษีเงินได้ในรอบปีก็ให้พิจารณาได้ว่ามีมูล"
6.การนำเงินรัฐที่ได้ไปกระทำการผิดวัตถุประสงค์(เงินสนับสนุน)ก็ตามได้เช่นเดียวกัน
***จาก นายสัณฑพงศ์ โสไกร ปชช.3301800004283 อดีตสมาชิกพรรคชาติไทย ประธานชมรมประชาอาสา**
ความคิดเห็นที่ 1
เดรัจฉานชินวัตร , 16 ธันวาคม 2552 09:23
ยุบไปเลย ยุบให้หมดทุกพรรคแล้วงดเลือกตั้งซักสิบปีจนกว่าพวกวัวพวกฟายจะเสียภาษีจะรับรู้ว่าภาษีไม่ได้มีไว้ให้โจรชั่วอาศัยการเลือกตั้งเข้ามาโกง อิๆๆ