เครือข่ายประชาชนยันสู้คดีมาบตาพุดต่อในศาลรัฐธรรมนูญ ชี้หากแพ้ในศาลปกครองกลางระยอง เพราะหลายเรื่องยังเกี่ยวข้องกับเนื้อหารัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลปกครองสูงสุดนัดสรุปคำไต่สวนคำอุทธรณ์คดีมาบตาพุด หลังไต่สวนมาแล้ว 2 ครั้ง โดยนายสุทธิ อัชฌาศัย ตัวแทนเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก มั่นใจว่าจากข้อมูลข้อเท็จจริงที่ฝ่ายผู้ฟ้องยื่นต่อศาลปกครองสูงสุดจะมีน้ำหนักเพียงพอ ทำให้ศาลปกครองสูงสุดยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลางจังหวัดระยอง เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการคัดค้านการยื่นอุทธรณ์ของฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดี คือ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กับพวกรวม 8 คน โดยคดีหลักยังคงเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษาออกมา
นายสุทธิ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานวุฒิสภา และผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบการดำเนินการของรัฐบาลว่า ได้ทำตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 หรือไม่ หากพบว่าต้องมีการตีความตามหลักรัฐธรรมนูญ องค์กรเหล่านี้ต้องนำไปสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ชี้ขาดต่อไป เพราะหลายเรื่องเกี่ยวข้องกับเนื้อหารัฐธรรมนูญ และทางเครือข่ายจะยื่นคดีหลักของศาลปกครองกลางระยอง เพื่อให้ศาลปกครองกลางเดินหน้ายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความด้วย
ส่วนกรณีที่กลุ่มประธานชุมชนในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคัดค้านการแต่งตั้งให้ตน เป็นตัวแทนภาคประชาชนในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือคณะกรรมการ 4 ฝ่ายนั้น เป็นกลุ่มเดิม คือ กลุ่มระยองสมานฉันท์ที่เปลี่ยนรูปโฉมเท่านั้น ซึ่งการแสดงความเห็นของประชาชนชาวมาบตาพุด สามารถทำได้ตามสิทธิ แต่ต้องตั้งคำถามว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้เคยแสดงความเห็นที่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมแก้ปัญหาหรือไม่ แต่ตามหลักไม่เกี่ยวข้องกัน ดังนั้น จึงไม่สมควรที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการด้วย แต่หากต้องการแสดงความเห็นก็ควรใช้เวทีในการเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนได้
นายสุทธิ กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่ายนัดแรก ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ ที่บ้านมนังคศิลา ว่า จะเป็นการวางกรอบการทำงานร่วมกันและกำหนดระยะเวลาการทำงานในแต่ละสัปดาห์ ว่าควรมีกี่วันรูปแบบการประชุมจะเป็นเช่นไร ใช้รูปแบบฉันทามติหรือการถกเถียง โดยเชื่อว่าจะเป็นกลไกหาทางออกปัญหามาบตาพุดได้
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า สมาคมฯ มีความมั่นใจว่า ศาลปกครองสูงสุดจะยกคำร้องอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดี เพราะมีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง ที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้เปิดเผยออกมาเอง และในวันนี้ ตนจะเข้าพบนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เป็นการส่วนตัว เนื่องจากตนคัดค้านการตั้งกรรมการ 4 ฝ่าย ที่มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด และอาจทำให้การทำงานของคณะกรรมการไม่สามารถหาข้อยุติได้
นอกจากนี้ ยังต้องการให้ยกเลิกประกาศกิจกรรมหรือโครงการที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนของกระทรวงอุตสาหกรรม และประกาศการตั้งองค์กรอิสระของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หากไม่เพิกถอนประกาศทั้ง 2 ฉบับ ก็ไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพราะจะซ้ำรอยคณะกรรมการไตรภาคีที่แก้ปัญหาามลพิษที่สุวรรณภูมิที่ไม่ได้รับการยอมรับ
ทั้งนี้ยังเรียกร้องให้เปลี่ยนกรรมการจากปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นรองปลัดคนใดคนหนึ่งเข้ามาทำหน้าที่แทน และให้อำนาจคณะกรรมการ 4 ฝ่าย พิจารณากำหนดประเภทโครงการ บทบาทรูปแบบคณะกรรมการองค์การอิสระจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ความคิดเห็นที่ 4
Asian women , 18 พฤศจิกายน 2552 13:29
เอกชนพร้อมดำเนินการ ขอเพียงมีขั้นตอนที่ถูกต้องและรวดเร็ว...
ความคิดเห็นที่ 3
สานสันติเสวนา , 18 พฤศจิกายน 2552 12:46
คนนอกพื้นที่มาบตาพุด อยู่ใกล้ไออาร์พีซี แต่มาหากินแถวมาบตาพุด ทั้งๆที่รัฐชวนเอกชนมาลงทุน พอได้ใบอนุญาต เอกชนลงทุนก่อสร้างไป ดันต้องมาขออนุญาตม๊อบนอกพื้นที่อีกต่อนึง หลักๆคงต้องการดันตัวเองให้มีตำแหน่งในการเข้ามาตรวจสอบทั้งที่เป็นคนนอกพื้นที่ ทางโรงงานและรัฐเคยเชิญมาร่วมงานสานสันติเสวนาแก้ปัญหามาบตาพุด ก็ไปป่วนงานเค้าจนล่ม ม๊อบบางประเภทที่ไม่ยอมรับฟังและเข้าร่วมการแก้ปัญหา เอาแต่คนมาปิดถนนเพื่อความคิดของกลุ่มตัวเอง ทำลายเศรษฐกิจประเทศ แล้วตัวเองจะได้เข้ามามีตำแหน่งในการตรวจสอบนี่แย่มากๆ
ความคิดเห็นที่ 2
วิทยา , 18 พฤศจิกายน 2552 12:40
ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อน ถ้าได้รับการแก้ไข ฟื้นฟู และส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ถึงต้นทุนเพิ่มมันก็สมควร
รัฐบาลก็ต้องส่งเสริมการแก้ไขปัญหา และป้องกัน เอกชนพร้อมดำเนินการ ขอเพียงมีขั้นตอนที่ถูกต้องและรวดเร็ว
อย่ามีความสุขบนทุกข์ของคนอื่น ซักวันจะเจอเอง
ความคิดเห็นที่ 1
รักโลกเหมือนกัน , 18 พฤศจิกายน 2552 12:25
น่าเบื่อ