กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 16:07

พัชรวาท ลงคำสั่งถามกฤษฎีกา ถอดยศ-ริบเครื่องราชฯทักษิณ

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กมธ.ยุติธรรม สภาผู้แทนฯ เผย “พัชรวาท” ลงคำสั่งถามข้อหารือ กฤษฎีกา ถอดยศ-ริบเครื่องราชฯ"ทักษิณ"

ที่รัฐสภา - การประชุมคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานที่ประชุม ได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งขาติ (สตช.)คณะกรรมการกฤษฏีกา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มาชี้แจง กรณีการเสนอถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชี้แจง เริ่มเผ็ดร้อนตั้งแต่ต้น เนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ หลายคนอาทิ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ต้องการทราบถึงสาเหตุ ที่สตช.นำกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินการถอดยศ ทั้งที่กรณี จอมพลถนอม กิตติขจร ก็ไม่เคยเกิดกรณีเช่นนี้ รวมถึงกรณี นายรักเกียรติ สุขธนะ อดีต รมว.กระทรวงสาธารณสุข ที่ติดคุกจากคดีทุจริต แม้ไม่มียศ แต่บุคคลนี้ก็ได้รับเรื่องราชฯ ทำไมสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไม่คิดที่จะทำกัน เรื่องนี้จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า กรณีอดีตนายกฯ มีปัจจัยภายนอกมากดทับหรือไม่ สอดคล้องกับความเห็นของนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการฯ ที่เห็นว่า เรื่องนี้ทุกหน่วยงานต้องชี้แจงให้เคลียร์ เพราะเรื่องนี้เป็นที่สนใจ และประชาชนจับตาอยู่ หากทำกันแบบเลือกปฏิบัติ ก็จะเกิดความเสียหาย และความขัดแย้งได้

น.ส.จันทกานต์ เชิดชู ตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงว่า กรณีการถอดยศ คณะกรรมการมีหน้าที่เพียงชี้ว่าถือให้เป็นเหตุถูกถอดยศเท่านั้น และการดำเนินการต้องถึงที่สุด ไม่จำกัดว่าจะเป็นศาลใด ส่วนการจะถอดยศ ต้องขึ้นอยู่กับสตช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร

พ.ต.อ.โชติกร สีมันตร รองผู้บัญชาการกองทะเบียนพล (ผบก.กพ.) ชี้แจงว่า กรณีการเสนอถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชฯ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น สตช.ได้ทำหนังสือส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2549 และหนังสือได้ถึงเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยอมรับว่า ผู้บังคับบัญชา โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.สมัยนั้น ได้ขอให้กองทะเบียนพลทำหนังสือ ส่งข้อหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาทั้งเรื่องการถอดยศ และเรียกคืนเครื่องราชฯรวมเป็นเรื่องเดียว เพราะเห็นว่า กรณีนี้ถือเป็นรายแรก ที่เป็นคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแน่งทางการเมือง

อีกทั้งกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประเด็นร้อน หรือ ฮอท อิทชู จึงหยิบยกขึ้นมา ยืนยันว่าไม่ได้เลือกกระทำเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น แต่ดำเนินการเสนอถอดยศเป็นชุดรวม 15 คน ที่ต้องเสนอใน 2 ช่วงคือ เดือน เม.ย.และต.ค.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับวินัยร้ายแรง ส่วนจะส่งรายชื่อทั้งหมดให้รักษาการผบ.ตร.พิจารณาและส่งต่อไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อไหร่นั้น ขณะนี้เหลือเพียงกรณีพล.ต.ท.ชะลอ เกิดเทศ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ที่ต้องรอให้ศาลฎีกาตัดสินจนถึงที่สุดก่อน

นายสมชาย พฤติกัลป์ ผอ.สำนักอารักษ์และเครื่องราชฯ ในฐานะตัวแทนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กรณีเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ยืนยันว่าสำนักเลขาฯ ไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่เราทำตามกระบวนการ หากสตช.ส่งเรื่องมาแล้ว ก็จะส่งต่อไปยังนายกฯ เพื่อพิจารณา จากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย

Tags : พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ทักษิณ ชินวัตร

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement