กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 15:59

ไต่สวนอุทธรณ์คดีมาบตาพุด ชาวบ้านหอบผลวิจัยโชว์ศาล

มาบตาพุด

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไต่สวนอุทธรณ์คดีมาบตาพุด แกนนำชาวบ้านหอบผลวิจัยโชว์ศาลปกครองสูงสุด ต้องระงับโครงการ ขณะที่ปตท.-ปูนซีเมนต์ ผู้เสียหายส่งพยานร่วมกก.สวล.ให้กา

ศาลปกครองสูงสุด โดยนายเกษม คมสัตย์ธรรม ตุลาการหัวคณะศาลปกครองสูงสุด เจ้าของสำนวนคดีมาบตาพุด ไต่สวนอุทธรณ์ ที่ นายประศาสน์ชัย ตัณฑพานิช อธิบดีอัยการฝ่ายคดีปกครอง ผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รมว.อุตสาหกรรม รมว.พลังงาน รมว.คมนาคม รมว.สาธารณสุข และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผู้ถูกฟ้องที่ 1-8 ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลปกครองกลาง ที่สั่งระงับการดำเนินโครงการในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง 76 โครงการ โดยการอุทธรณ์ดังกล่าวมี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เข้ามาร้องสอดอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลปกครองกลางด้วยในฐานะเป็นผู้เสียหาย

ขณะที่การไต่ส่วนวันนี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด ได้เรียกผู้ฟ้อง ซึ่งมีตัวแทนจากสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน และชาวบ้านมาบตาพุด ร่วมให้การรวม 2 ปาก คือ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และนายสุทธิ อัชฌาศัย แกนนำชาวบ้านมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งได้นำวีดีโอ บันทึกภาพผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนมาบตาพุดมาเสนอให้ศาลเห็นว่าได้รับผลกระทบจากมลพิษที่มาจากโครงการดังกล่าวอย่างไร รวมทั้งผลการวิจัย ผลการตรวจสุขภาพของแพทย์มายืนยัน โดยผู้ฟ้องยืนยันต่อศาลว่าชาวบ้านไม่มีวิธีแก้ปัญหานอกจากการฟ้องให้ระงับโครงการ อีกทั้งการอนุมัติ 76 โครงการของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกับพวก เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 แม้ขณะนี้รัฐบาลจะแก้ปัญหาด้วยการศึกษาสิ่งแวดล้อมก็เป็นคนละส่วนกับการฟ้องคดีเพราะชาวมาบตาพุดฟ้องคดีเพราะต้องการให้ยกเลิกโครงการ จึงขอให้ศาลปกครองสูงสุดเห็นชอบกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลางที่ให้ระงับโครงการทั้ง 76 โครงการไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

ขณะที่ช่วงบ่ายศาลเรียกผู้แทนจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม กับพวก ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องให้การ กว่า 10 ปาก รวมทั้งพยานผู้รับมอบอำนาจจากการ บมจ.ปตท. และ บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่ศาลปกครองสูงสุดจะไต่สวน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกับพวก 8 รายพร้อมผู้มีส่วนได้เสีย 76 โครงการได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาทำคำชี้แจงการยื่นอุทธรณ์ออกไปถึงวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งศาลได้อนุญาตตามคำขอ

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า สมาคมฯ เตรียมยื่นฟ้องคดีเพิ่มเติม 181 โครงการซึ่งเป็นโครงการประเภทกิจการเหมืองแร่และปิโตรเลียม เพราะสมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนจากชุมชนต่างๆ ว่านอกจาก 76 โครงการในพื้นที่มาบตาพุดแล้วยังมีโครงการอีกจำนวนมากที่เข้าข่ายก่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนและฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เพราะหลังจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ประกาศใช้ สำนักงาน สผ. ให้ความเห็นชอบโครงการต่างๆ ไปมากกว่า 621 โครงการ ซึ่งสมาคมฯ ตรวจสอบพบว่ามี 181 โครงการใน 621 โครงการที่ปรากฏข้อเท็จจริงอันน่าเชื่อถือได้ว่าก่อผลกระทบกับชุมชน

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า สมาคมฯ จึงร่วมมือกับสภาทนายความและชุมชนต่างๆ ซึ่งได้รับผลกระทบยื่นฟ้อง 181 โครงการเหมืองแร่และปิโตรเลียม อาทิ โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง จ.สระบุรีของบริษัท ไกรสิน จำกัด โครงการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม แปลงสัมปทานปิโตรเลียม อ่าวไทย ของบริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น แต่การฟ้องร้องครั้งนี้จะดำเนินการทีละรายทีละโครงการเพราะมีข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายแตกต่างกันจะไม่ฟ้องรวมเหมือนการฟ้อง 76 โครงการมาบตาพุด ทั้งนี้เป้าหมายการฟ้องยังคงขอให้เพิกถอนโครงการและแต่ละบริษัทกลับไปดำเนินการศึกษาทางสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 67 วรรค 2

ด้านนายสุทธิ อัชฌาศัย แกนนำชาวบ้าน ผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า ในการไต่สวนคดี ศาลได้ซักถาม 3 ประเด็น คือ ความสามารถรองรับมลพิษของชุมชนมาบตาพุด เรื่องประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม วันที่ 14 ก.ย.52 เกี่ยวกับโครงการที่มีผลกระทบรุนแรง และเรื่องการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ซึ่งตนและนายศรีสุวรรณ ร่วมกันชี้แจงว่า ขณะนี้สภาพชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ไม่สามารถจะรอบรับมลพิษเพิ่มเติมได้อีกแล้ว โดยมีรายงานการรักษาพยาบาลชาวบ้านที่เจ็บป่วยจากมลพิษยืนยัน

ขณะที่ประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าว ก็ขาดการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ และยังมีการลดจำนวนโครงการที่มีผลกระทบรุนแรงจาก 18 โครงการเหลือเพียง 8 โครงการ ทำให้เห็นได้ชัดว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 8 ไม่เคยมีการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 อย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ได้นำหลักฐานซึ่งเป็นผลการศึกษาวิจัย หลักฐานการเจ็บป่วย และเทปวิดีโอบันทึกภาพผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการมาบตาพุดล่าสุด มามอบให้ศาลนำไปพิจารณาประกอบคำคัดค้านการอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดี

ขณะที่ นายประศาสน์ชัย ตัณฑพานิช อธิบดีอัยการฝ่ายคดีปกครอง กล่าวยืนยันว่า เหตุผลที่ขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง ยกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากมีข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่า หน่วยงานของรัฐทั้ง 8 ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นธรรมที่สุดต่อผู้ลงทุนและประชาชนในพื้นที่ จ.ระยอง

Tags : ไต่สวนอุทธรณ์คดีมาบตาพุด ศาลปกครองสูงสุด ภาวะหุ้น

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement