จับตาประเด็นสำคัญประชุมครม.วันนี้ (13 ต.ค.) เร่งถกหาทางออกมาบตาพุด ขณะที่ "สุเทพ" เสนอใช้พ.ร.บ.มั่นคงพื้นที่ดุสิต 15-25 ต.ค. คุมเสื้อแดง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ต.ค.) การประชุมคณะรัฐมนตรีมีการหารือทางออกกรณีที่ศาลปกครองมีคำสั่งระงับ 76 โครงการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอให้คณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าว เป็นฉบับแก้ไขเพื่อให้มีกฎหมายถาวรรองรับการตีความประเภทอุตสาหกรรมที่ รุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรีฐมนตรี ด้านความมั่นคง เสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเห็นชอบการประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร พื้นที่เขตดุสิต กทม.ระหว่างวันที่ 15-25 ต.ค.นี้ เพื่อควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เสนอต่ออายุการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะครบกำหนดในวันที่19 ต.ค.นี้ โดยจะต่ออายุตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.2552-19 ม.ค.2553
ขณะที่กระทรวงการคลังจะเสนอ ครม.ให้พิจารณาอนุมัติโครงการลงทุน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เพิ่มเติมอีก 240,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร และกองทุนหมู่บ้าน รวมถึง การขออนุมัติการใช้เงินส่วนที่เหลือจากการชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 52 จำนวน 50,000 ล้านบาท ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกรัฐมนตรี จะทิ้งทวนเสนอ ขออนุมัติหลักการงบประมาณไทยเข้มแข็ง เฟสที่ 2 ตามแผนงานโครงการต่างๆ วงเงิน 150,000 ล้านบาท หลังจากงบเฟสแรกผ่านไปแล้ว 200,000 ล้านบาท
พร้อมกันนี้จะเสนอให้ปรับลดภาษีสรรพสามิตธุรกิจสปา ให้เหลือ 0% เพื่อส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว จากปัจจุบันจัดเก็บที่ 10% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับธุรกิจอาบอบนวด
สำหรับกระทรวงคมนาคม จะเสนอขออนุมัติใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทในสัญญาจ้างก่อ สร้างงานโยธาสัญญาจ้างที่ปรึกษาบริหารและควบคุมโครงการ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ในสัญญาจ้างก่อสร้างงานโยธาสัญญาที่ 1 ,2 และ 3 ที่ดำเนินการประกวดราคาแล้วเสร็จ และงานโยธาสัญญาที่ 6 (งานระบบราง) ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)จะดำเนินการประกวดราคา และสัญญาจ้างที่ปรึกษาบริหารและควบคุมโครงการที่ รฟม.อยู่ระหว่างการคัดเลือกที่ปรึกษา
กระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอที่ประชุมครม.เพื่อขอความเห็นชอบร่างประกาศคณะ กรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำประมาณการรายได้ การกำหนดและการชำระราคาอ้อยและค่าผลิตน้ำตาลทรายและอัตราส่วนของผลตอบแทน ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงาน เพื่อให้บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด สามารถทำราคาขายน้ำตาลทรายดิบ โควต้า ข. ล่วงหน้าได้ 2 ฤดูการผลิตหมุนเวียนกันไป ปีละ 800,000 ตัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 52/53 เป็นต้นไป และกำหนดให้การขายต้องดำเนินการเช่นเดียวกับที่เคยปฎิบัติในปีการผลิต 51/52 และการขายน้ำตาลทรายดิบโควตา ข. ของแต่ละฤดูการผลิตจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อน
Tags : มาบตาพุด • พ.ร.บ.ความมั่นคง • ไทยเข้มแข็ง