กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 9 ตุลาคม 2552 12:40

ออกหมายจับ4ตัวยิงร้านอาหาร-บอมบ์นราธิวาส

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"ถาวร"ลงพื้นที่ตามสถานการณ์ เผยตำรวจออกหมายจับ 4คนยิงร้านอาหาร-กดคาร์บอมบ์ เชื่อเป็นกลุ่มเดียวกัน ผู้ว่าฯยะลา ขอประชาชนร่วมสอดส่องเหตุร้าย

เมื่อเวลา 09.30 น. นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทยและคณะ เดินทางไปยัง สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และประชุมร่วมกับ นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายสมเกียรติ สุวรรณนิมิตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก พ.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 และเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายรวมถึงส่วนที่เกี่ยว จำนวน 20 คน ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการณ์ชั้น 2 สภ.สุไหงโก-ลก 

พ.ต.ท.มานิตย์ แย้มซ้าย รอง ผกก.สส.สภ.สุไหงโก-ลก เป็นผู้บรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้ง 2 เหตุการณ์รวมทั้งความคืบหน้าทางคดี คือ 1.คดีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน อาก้า ยิงถล่มร้านอาหาร 3 จุด ถ.ทรายทอง 4 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นายคือ ส.ต.ท.วัชรพงษ์ อำไพฤทธิ์ และชาวบ้านเสียชีวิต 2 คนเป็นแม่ลูก คือนางปรียานุช โชติไพบูลย์พันธุ์กับด.ช.ภีมพศ อภิบาลธนากุล 

ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 คนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้าร้านขายเครื่องสำอาง อยู่ตรงข้ามโรงแรมเมอลิน มีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ น.ส.โนรุงซันนะห์ แวนาแว และได้รับบาดเจ็บอีก 26 ราย 

ซึ่งในที่ประชุม พ.ต.ท.มานิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.สุไหงโก-ลก ได้รายงานสรุปความคืบหน้าทางคดีว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นทั้ง 2 เหตุการณ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน เบื้องต้นได้มีการประเมินแล้ว เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน ที่มีการนัดแนะก่อเหตุเพื่อเบี่ยงเบนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งเป้าไปยังจุดยิงถล่มร้านอาหาร เพื่อให้คนร้ายอีกกลุ่มหนึ่ง นำรถยนต์เก๋งที่บรรทุกระเบิดมาจอดก่อวินาศกรรมได้อย่างสะดวก 

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับกลุ่มคนร้ายที่ยิงถล่มร้านอาหารแล้ว 4 คน คือ 1 .นายมูฮำหมัดสกรี ไซซิง ซึ่งทำหน้าที่เป็นมือปืน 2 .นายอิลยัส นิมะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขี่รถ จยย.ให้นายมูฮำหมัดสกรี 3 .นายโรสลาน กูบารู ทำหน้าที่ขว้างระเบิดใส่ร้านก่อนหลบหนี และ 4 .นายมูฮำหมัดรอวี อาแว ทำหน้าที่ดูลาดเลา 

ส่วนอีกคนร้ายอีก 2 คน ที่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ให้นายโรสลานและนายมูฮำหมัดรอวี นั่งซ้อนท้ายนั้น เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน 

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าบุคคลทั้ง 4 ที่ถูกออกหมายจับ น่าจะทราบว่า กลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันวางระเบิดคาร์บอมบ์นั้นมีใครบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดส่งชุดนอกเครื่องแบบออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้แล้ว 

ต่อมา นายถาวร เสนเนียม เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุคาร์บอมบ์ซึ่งห่างจาก สภ.สุไหงโก-ลก ประมาณ 100 เมตร เพื่อพบปะพูดคุยกับเจ้าของร้านต่างๆ ที่เสียหาย ซึ่ง รมช.มหาดไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบปัญหาภาคใต้ ได้กล่าวขอโทษกับเจ้าของร้าน และยอมรับว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เป็นความผิดพลาดในการใช้เครื่องมือของเจ้าหน้าที่ ที่ผู้ใช้มีอาการตื่นเต้นจนอุณหภูมิในร่างกายไม่สื่อกับเครื่องมือ จี.ที. 200 จนผู้ใช้ไม่สามารถตรวจสอบพบระเบิดที่คนร้ายได้บรรทุกใส่ไว้ในรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ซึ่งความผิดพลาดในครั้งนี้ ได้มีการปรับยุทธวิธีใหม่สำหรับผู้ใช้เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จี.ที. 200 ซึ่งต่อแต่นี้ 1 เครื่องจะมีผู้ใช้ 2 คน หากคนใดคนหนึ่งไม่มีความพร้อม ก็ให้อีกคนหนึ่งใช้แทน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำซ้อนอีก.

เตือนเฝ้าระวังรับมือบึ้มซ้ำยะลา

เวลา 10.00 น. นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ทางพลเรือน ตำรวจ ทหาร ได้มีการวิเคราะห์จากการที่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้มีการก่อเหตุใน 2 พื้นที่ คือ พื้นที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง ที่มีพี่น้องไทยพุทธ จึงได้มีการเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครรักษาดินแดน เข้าไปดูแล แต่มีมาตรการอีกหนึ่งมาตรการที่ทางจังหวัดยะลาได้เพิ่มขึ้นมา คือ ได้มีการแจ้งไปยังนายอำเภอให้กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่า ในกรณีต่อไปนี้หากเกิดเหตุระเบิด หรือเหตุความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านคนใด ก็ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแล 

"ประการแรก หากเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องมาช่วยเหลือในการนำคนเจ็บนำส่งโรงพยาบาล หรือกรณีที่มีการตัดต้นไม้ โปรยตะปูเรือใบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องร่วมกับลูกบ้านออกเก็บตะปูเรือใบ หรือเอาต้นไม้ออกจากนอกเขต ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และประการสำคัญจะเป็นการคุ้มครองชาวบ้านด้วย" ผวจ.ยะลา กล่าว 

นายกฤษฎากล่าวอีกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา( 8ต.ค.) มีชาวบ้านโทรแจ้งให้ระมัดระวังพื้นที่ต้องสงสัย กับรถต้องสงสัย 1 คัน และในพื้นที่รอบเมืองจะมีการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งเป็นข่าวสารที่ชาวบ้านแจ้งเข้ามา นับว่าเป็นข่าวสารมีประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้เพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น อยากให้ประชาชนให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสกับทางเจ้าหน้าที่ด้วย

Tags : 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

advertisement

advertisement

advertisement