กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 28 กันยายน 2552 14:08

นายกฯเสียงแข็งแก้รธน.ต้องทำประชามติ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

นายกฯลั่นแก้รัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ เมินเสียงวิจารณ์ผลาญงบประมาณ อ้างคุ้ม หากประชาชนมีส่วนร่วม ปฏิเสธซื้อเวลา ยันก่อน9เดือนเสร็จ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือร่วมวิป 3 ฝ่ายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จะประสานกับทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)คาดว่า จะเป็นช่วงที่มีการประชุมสภา ไม่วันที่ 30 ก.ย.หรือไม่ก็วันที่ 1 ต.ค.คงจะได้คุยกัน

เมื่อถามว่า ในการคุยกันจะเสนอแนวทางอะไรกับวิป 3 ฝ่าย นายกฯ กล่าวว่า ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าดีที่สุดคือให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ถ้าเป็นประชามติก็จะชัดเจนดี และจะได้ไม่มีข้อโต้แย้ง ไม่เช่นนั้นจะมีคำถามตลอดเวลาว่า สิ่งที่พวกเราทำกันอยู่ในสภามันเป็นความต้องการของประชาชนจริงหรือไม่

เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายออกมาทักท้วงเรื่องการทำประชามติ เช่นพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามว่า ท้วงเรื่องอะไร ผู้สื่อข่าวบอกว่า พรรคภูมิใจไทยบอกว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องทำประชามติ ใน 2 มาตรา โดยเฉพาะมาตรา 190 กับการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แล้วเราจะไปตัดสินแทนประชาชนได้อย่างไรว่าประเด็นไหนต้องถาม ประเด็นไหนไม่ต้องทำ ตนคิดว่า การจะถาม 1 ประเด็นหรือถาม 6 ประเด็น ก็บริหารจัดการไม่ได้ยากกว่ากัน ฉะนั้นมันน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด คงจะไปพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะได้ความเห็นร่วมกันในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนยังเชื่ออย่างนั้น ว่าถ้าเกิดเราต้องการที่จะหาคำตอบในเรื่องนี้ ไม่น่าจะมีอะไรดีกว่าแนวทางนี้แล้ว เราถกเถียงกันเรื่องนี้ และขัดแย้งกันเรื่องนี้มา ตอนนี้ก็ 2 ปีแล้ว ถ้าไม่มีจุดที่เราไปหาจุดจบที่เป็นที่ยอมรับได้ก็จะถกเถียงกันไปไม่จบ ไม่สิ้น และสุดท้ายก็ต้องให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ข้อเสนอที่ให้ทำประชามติทั้งก่อนและหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญเห็นด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ต้องทั้งก่อนและหลัง ตนคิดว่า ถ้าถามประชาชนทีหลัง คือหมายความว่า ให้เห็นชัดเจนว่า จะแก้อะไร อย่างไร มันดีที่สุด ก่อนหน้านี้ในปีที่แล้วเคยมีการพูดถึงกันในขณะนั้นว่า ให้ไปถามประชาชนว่าจะแก้หรือไม่แก้ มันเป็นคำถามซึ่งประชาชนตอบไม่ได้ หรือถ้าตอบได้ก็ไม่รู้ว่า แปลว่าอะไร เพราะถ้าตอบว่าแก้ก็ไม่รู้ว่าแก้เรื่องไหน ฉะนั้นก็เอาให้มันชัดไปเลย ว่าถ้าจะแก้อย่างนี้ ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

เมื่อถามว่า คิดว่าควรทำประชามติทีเดียวหลังจากแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่าง่ายที่สุด ตรงที่สุด เข้าใจง่ายที่สุด และน่าจะเป็นข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้มีการหยิบยกเหตุผลว่า ถ้ามีการทำประชามติจะทำให้ล่าช้าและสิ้นเปลืองงบประมาณ คิดว่ามันหักล้างกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องนี้ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ามันคุ้มค่าหากบ้านเมืองยังขัดแย้งอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีอะไรกับใคร สู้ทำกระบวนการนี้ให้มีความชัดเจนให้จบ และถ้าบอกว่า มันช้า ขอถามว่า ที่ผ่านมาทำได้ไหม เรื่องรัฐธรรมนูญ พอจะทำก็ทำไม่ได้ติดขัดอยู่ตลอดเวลา เพราะมีความขัดแย้งในสังคม ครั้งนี้ก็ทำกระบวนการแก้ความขัดแย้งให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย คือให้ประชาชนลงประชามติดีที่สุด

เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะสดุดติดหล่มอีกครั้ง เพราะนักการเมืองยังห่วงไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม นายกฯ กล่าวยอมรับว่า ยังเป็นห่วงอยู่ แต่ยังเชื่อว่าในที่สุดเรามีบทเรียนมาแล้ว 2 ปีน่าจะเพียงพอที่ทำให้นักการเมืองต้องรู้ว่า ถ้าไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจะทำอะไรไม่สำเร็จ และถ้าตั้งใจจะสมานฉันท์ ปรองดองจริงๆ และไม่ดึงประชาชนเข้ามาก็ทำไม่สำเร็จหรอก เมื่อถามต่อว่า จะคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็คงจะคุยพร้อมๆ กันไปเลย สะดวกดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ออกมาระบุว่า แม้ทำประชามติปัญหาความขัดแย้งก็ไม่จบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความขัดแย้งในส่วนอื่นก็อาจจะยังมีอยู่ เราคงไม่สามารถไปคาดหวังว่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วความขัดแย้งจะหมดไป แต่อย่างน้อยความขัดแย้งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งพูดกันมามากและมักจะหยิบยกขึ้นมาโดยเฉพาะความรู้สึกว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นสัญญาลักษณ์ของการรัฐประหาร มันจะได้หมดไปเปราะหนึ่ง

เมื่อถามว่า คิดว่า จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าอย่างน้อยเรื่องนี้จะเป็นคำตอบ หากทำอันนี้แล้วยังมีการหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขอีกก็แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่แล้ว อันนี้ไม่ใช่เงื่อนไขที่แท้จริงที่เป็นปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าวุฒิสมาชิกและพรรคร่วมรัฐบาลไม่เอาประชามตินายกฯจะยืนยันแนวทางนี้ต่ไปใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพูดตรงๆ ว่า ยังมองไม่เห็นว่า เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วจะเกิดวิกฤตอีกหรือเปล่า ฉะนั้นการทำประชามติตนไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรกับคิดว่า มันน่าจะได้ข้อยุติ

"มีแต่คนพยายามมากล่าวหาผมว่า จะซื้อเวลาเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ผมก็กำหนดกระบวนการ อาจจะไม่เร็วเท่าที่บางคนอยากจะได้ แต่ชัดเจนและจบ ผมว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว"นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า กรอบเวลาที่เหมาะสมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตนเห็นว่า หากสมมุติทุกพรรคมาร่วมกันร่างและพิจารณาในสภาโดยหลักอาจจะประมาณ 1 - 2 เดือน หลังจากนั้นถ้าในตัวการแก้ไขมีเรื่องประชามติเข้ามาด้วยก็ใช้เวลาอีกประมาณ  2 - 3 เดือนในการทำประชามติ หากได้ข้อยุติว่า มีความจำเป็นจะต้องแก้กฎหมาย ก็คงไม่แก้หลายประเด็นมากนักก็อีก 2-3 เดือนจบ

เมื่อถามว่า แสดงว่ามีความมั่นใจว่า 9 เดือนจะจบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รวมกันแล้วตนคาดว่าไม่ถึง 9 เดือนหรอก เมื่อถามว่า มั่นใจว่า รัฐบาลยุคนี้ทำได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลทำไม่ได้ ต้องอยู่ที่สภา ซึ่งสภาจะต้องเป็นคนทำ แต่รัฐบาลกำหนดแนวทางไว้ให้หมดแล้วในข้อเสนอตรงนี้และจะสนับสนุนเต็มที่ แต่โดยระบบต้องอาศัยเสียงข้างมากของรัฐสภา ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีเสียงข้างมากในรัฐส

เจิมศักดิ์ยันไม่ร่วมกับคณกก.สมานแนท์แก้รธน.

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตคณะกรรมการสมานฉันท์ จากสัดส่วนนักวิชาการ ยืนยันไม่สามารถเข้าร่วมกับคณะกรรมการสมานฉันท์แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะแนวทางดังกล่าวไม่ทำให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์ แต่เป็นการแก้เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง เชื่อว่าหากรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขบ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวายแน่นอน พร้อมเตือนไปยังวิป 3 ฝ่าย ให้อ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 ให้ละเอียด เพราะอาจเข้าข่ายมีความผิดจนถูกถอดถอนได้ 

ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. สรรหา อดีตคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ กล่าวว่า ขอดูกรอบอำนาจของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นก่อน หากยังเป็นชุดเดิม ซึ่งไม่มีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม คงไม่ขอร่วมด้วย ทางที่ดีควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมายกร่างอีก 1 ชุด โดยนำผู้เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน เข้ามายกร่างน่าจะเหมาะสมกว่า

Tags : แก้ไขรัฐธรรมนูญ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

รธน50 ผ่านประชามติมาแล้ว ถ้าจะแก้ก็ต้องมาทำประชามติด้วย ขอสนับสนุนนายกฯอภิสิทธิ์ครับ

ความคิดเห็นที่ 4

ประเด็นที่ขอแก้ไขล้วนแต่เป็นการสนองตัณหาของนักการเมืองทั้งสิ้น เห็นพวกมันยังตะแบงสีข้างถูว่าเป็นการสมานฉันท์

ความคิดเห็นที่ 3

รธน50 ผ่านประชามติมาแล้ว ถ้าจะแก้ก็ต้องมาทำประชามติด้วย ขอสนับสนุนนายกฯอภิสิทธิ์ครับ

ความคิดเห็นที่ 2

นายกมีจุดยืนที่ชัดเจน หนักแน่นมั่นคง เป็นที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง พวก สส.สว.แมลงสาปต้องถูกกำจัดออกไป ใช้เวลาบ้าง ต้องอดทนต่อต้านให้ถึงที่สุดทุกรูปแบบ สนัยสนุนนายกครับ

ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าให้ดี พื้นที่ไหนที่ สส. ร่วมเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วปรากฏว่า ประชามติในเขตนั้นไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข สส.เขตนั้นจะต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำประชามติ เพราะถือว่า สส.เขตนั้นไม่ทำการบ้าน การเป็น สส. ก็ควรจะรู้ว่าประชาชนในเขตของตนต้องการหรือไม่

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement