กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 23 กันยายน 2552 17:39

สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายประชามติ

สภาหวิดล่ม ต้องลงมติ 2 ครั้งก่อนผ่านร่างกฎหมายประชามติ ด้วยคะแนน 243 ต่อ 23 พรรคเพื่อไทยโวยกมธ.ร่วมกันสองสภาเขียนแบบใจแคบ

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันของสองสภาได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีสาระสำคัญ อาทิ หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 7 การกำหนดวันออกเสียงประชามติ ต้องไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน นับแต่วันที่ประกาศให้มีการออกเสียงในราชกิจจานุเบกษา และภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศให้มีการออกเสียงใด ถ้ามีผู้มีสิทธิออกเสียงเห็นว่า การให้มีการออกเสียงนั้นไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมายที่บัญญัติให้มีการออกเสียงประชามติ หรือตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 165 สามารถเสนอเสนอคำฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้มีคำวินิจฉัยโดยเร็ว

มาตรา 10 การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติต้องมีผู้มาออกเสียงเป็นจำนวนเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น หมวด 2 การให้ข้อมูลและการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามติ หมวด 9 การคัดค้านการออกเสียง มาตรา 36 ผู้มีสิทธิออกเสียง หากเห็นว่า การออกเสียงในหน่วยใดเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม มีสิทธิยื่นคำคัดค้านโดยมีรายละเอียดแห่งพฤติการณ์หรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า การออกเสียงนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อกกต.ภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงสิ้นสุดลง

มาตรา 37 เมื่อกกต.รับคำคัดค้านแล้ว ให้พิจารณาสอบสวนโดยพลัน หากเห็นว่า การออกเสียงดังกล่าว ไม่สุจริตให้มีคำสั่งให้ออกเสียงใหม่ในหน่วยนั้น โดยต้องไม่ช้ากว่า 30 วัน นับแต่วันออกเสียง และคำวินิจฉัยของกกต.ตามมาตรานี้ ให้เป็นที่สุด หมวด 10 ความผิดและบทกำหนดโทษ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรคคเพื่อไทย อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการไปยกเลิกพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2541 แล้วมาออกกฎหมายใหม่ในลักษณะเดียวกันอีก ขณะที่กมธ.ชี้แจงว่า เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว กฎหมายประกอบฯ เดิมที่มีอยู่ต้องถูกยกเลิกไปด้วย

น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ในการแก้ไขเพิ่มเติมหรือแก้ไขคณะกรรมาธิการมีอำนาจหน้าที่หรือไม่ แล้วการไปแก้ไขในมาตรา 4 ที่ทั้งสองสภาไม่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วคณะกรรมาธิการร่วมกันมีสิทธิไปแก้ไขหรือไม่ ที่ไปตัด "หน่วยงานของรัฐ" ออกไป สำหรับ 7 ประเด็นที่คณะกรรมาธิการร่วมกันไปเห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภา แล้วนำมาเป็นร่างร่วม มีเหตุผลอะไร อาทิ คำปรารภ วุฒิสภาแก้ไขให้เป็น ให้มีพ.ร.บ.ประกอบฯ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ส่วนมาตรา 3 ที่กมธ.ชี้แจงเรื่องการต้องยกเลิกกฎหมายประกอบฯ เดิมที่มีอยู่ แล้วก่อนที่รัฐธรรมนูญปี 50 จะออกมาประกาศใช้รัฐบาลขณะนั้นก็ใช้กฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2541 แล้วทำไมวันนี้ต้องไปยกเลิกและออกกฎหมายใหม่ด้วย

น.พ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรา 18 ในร่างเดิมไม่ได้ห้ามผู้ขัดขวางการออกเสียงออกจากหน่วยเลือกตั้ง แต่ร่างที่แก้ไขเขียนไว้แคบเกินไป โดยให้กรรมการประจำหน่วยออกเสียงมีอำนาจสั่งให้ผู้ขัดขวางนั้นออกไปจากที่ออกเสียงได้ ส่วนในมาตรา 37 ร่างเดิมระบุว่า หากพบว่าการออกเสียงในหน่วยเลือกตั้งนั้นไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้กกต.มีคำสั่งให้ดำเนินการออกเสียงใหม่ไม่ช้ากว่า 60 วัน แต่ในร่างของกมธ.แก้ไขเหลือเพียง 30 วัน แล้วกกต.สามารถทำได้ทันหรือไม่ การเขียนกฎหมายอย่างนี้เป็นการล็อกเวลาเกินไปหรือไม่ เพราะการดำเนินการสอบสวนและวินิจฉัยต้องใช้เวลา

นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ มีเหตุการณ์แยกการใช้งบในการจัดทำประชามติไปให้หน่วยงานของรัฐดูแลแทนที่จะอยู่ที่งบกลางที่มีนายกรัฐมนตรีดูแลอยู่จะสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนการร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ระยะเวลาภายใน 48 ชั่วโมงสามารถไปร้องคัดค้านได้โดยไม่มีหลักฐานอะไรเลยนั้นคงไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ประธานกมธ. ชี้แจงว่า การตัดมาตรา 3 ออก กมธ.พูดคุยประเด็นนี้กันนาน แต่รัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 302 ระบุไว้เพียง 4 กฎหมายประกอบฯ ที่ให้คงไว้หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 50 คือ พ.ร.บ.ประกอบฯ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พ.ศ. 2542 , พ.ร.บ.ประกอบฯ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 , พ.ร.บ.ประกอบฯ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 และพ.ร.บ.ประกอบฯ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 ส่วนวรรคท้ายของมาตรานี้ได้เขียนให้กกต.ดำเนินการจัดทำกฎหมายประกอบฯ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้

นายประกอบ รัตนพันธุ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กมธ.ชี้แจงว่า กมธ.ร่วมกันจำเป็นต้องดูกฎหมายทั้งฉบับเพื่อให้มีข้อความสอดคล้องกัน และได้พิจารณาเห็นตรงกันว่ากมธ.มีอำนาจแก้ไขในประเด็นที่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ไม่ได้แก้ไขหรือไม่ ซึ่งพบว่าไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติผ่านร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันของสองสภาได้พิจารณาเสร็จแล้ว ด้วยเสียง 238 ต่อ 55 งดออกเสียง 6 ไม่ลงคะแนน 4 อย่างไรก็ตามนายชัยได้แจ้งว่า ที่ประชุมสภาฯได้เห็นชอบให้ผ่านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวซึ่งจะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่มีการลงมติไปแล้ว นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)ได้ขอให้มีการลงมติใหม่ เนื่องจากเห็นว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวถือว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญ และเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสมาชิกมาขอลงชื่อเพิ่มเติมอยู่ตลอด ทำให้การลงคะแนนเป็นไปด้วยความสับสน จึงอยากให้มีการลงมติใหม่  ซึ่งทำให้นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยและนายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ต่างลุกขึ้นประท้วงว่า หากประธานในที่ประชุมให้ลงมติใหม่ถือว่าเป็นการขัดต่อข้อบังคับการประชุม

อย่างไรก็ตาม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงยืนยันว่าได้มีการลงมติไปแล้ว แต่ว่าเมื่อมีคนมาขอลงมติเพิ่มเติม จึงเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้ามีการทักท้วงก็เท่ากับว่าการลงมติมีปัญหา และกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญคงไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอยากให้กฎหมายตกไป ดังนั้นเพื่อความสมบูรณ์ขอให้มีการนับใหม่ได้หรือไม่ และการลงมติให้สมบูรณ์ถือว่าเป็นเรื่องถูกต้อง และคิดว่าเป็นการชอบที่สภาจะดำเนินการเช่นนั้น

จากนั้นที่ประชุมสภาฯได้ลงมติใหม่อีกครั้ง ซึ่งปรากฎว่ามีผู้เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติด้วยเสียง 243 ต่อ 23 งด 7 ไม่ลงคะแนน 2

อย่างไรก็ตามนายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนขอให้บันทึกไว้ด้วยว่าการลงคะแนนวันนี้ไม่ชอบมาพากลและไม่ถูกต้อง ถ้าจะผิดพลาด ฝ่ายค้านไม่ได้มีส่วนร่วมความผิดพลาดตรงนี้ แต่เป็นความผิดพลาดของประธานในที่ประชุม

Tags : ประชามติ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

" เขมรลักไก่ให้ยุ่นเจาะน้ำมันพื้นที่
ทับซ้อน "


สื่อกัมพูชาประโคมข่าวรัฐบาลให้สัมปทานบริษัทเอกชนของญี่ปุ่นขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-เขมร

วันนี้ (23 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อมวลของกัมพูชาหลายฉบับ อาทิ “รัศมีอังกอร์” หนังสือพิมพ์ยอดนิยมของกัมพูชาและสื่ออินเทอร์เน็ต นำเสนอข่าวว่า หน่วยงานด้านสิทธิการขุดเจาะน้ำมันและแก๊สธรรมชาติได้มอบสิทธิการขุดเจาะน้ำมันให้กับบริษัทเอกชนของประเทศญี่ปุ่น

โดยนายอาง ซุดเริด ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้นำนายโยชิ ยูกิกาวา ประธานบริษัท เอ็มโอ อีซีโอ จำกัด เข้าพบสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ใน อ.ตาขะเมา จ.กันดาร เพื่อเปิดโอกาสให้นายโยชิ แสดงความขอบคุณที่ได้มอบสิทธิการขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่บล็อค 4 ให้ในฐานะที่เป็นผู้ชนะการประมูล โดยมีการจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ในการทำสัญญากับเจ้าหน้าที่ด้านสิทธิการขุดเจาะน้ำมันของกัมพูชาด้วย

ขณะเดียวกันในสื่อทางอินเทอร์เน็ตของกัมพูชา ยังระบุด้วยว่า สำหรับพื้นที่บล็อค 4 เป็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา บริเวณเกาะ * ด จังหวัดตราดของไทยกับจังหวัดเกาะกงของประเทศกัมพูชา ซึ่งมีพิกัดอยู่ติดกับพื้นที่บล็อค 3 ที่ทางรัฐบาลกัมพูชาเคยมอบสิทธิการขุดเจาะน้ำมันให้บริษัทโตตันของประเทศฝรั่งเศส แต่ถูกทางรัฐบาลไทยประท้วง จนทำให้บริษัทของฝรั่งเศสไม่สามารถดำเนินการขุดเจาะได้ แต่ล่าสุดรัฐบาลกัมพูชาได้มอบสัมปทานให้กับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น รายงานข่าวยังคาดการว่าในพื้นที่ดังกล่าวจะสามารถขุดเจาะน้ำมันและแก๊สได้
จำนวนมาก

(ข่าวจาก..หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 23 กย.52 )


----------------------------------------



** นี่คือความอัปยศของรัฐบาลเผด็จการทรราชย์ บริหารประเทศอย่างมือสมัครเล่น
ไม่มีจุดหมายปลายทาง ว่าจะไปไหน
สุดท้ายก็จะเหมือนเรืือไททานิคในที่สุด
เพียงแค่อยากได้อำนาจก็ปล้นเค้ามา พอมาบริหารก็มีแต่ * ้หนี้ และ รีดไถภาษี
ประชาชนอย่างเดียว ไม่รู้จะหาเงินเข้าประเทศอย่างไร ไปต่างประเทศครั้้งหนึ่ง
ก็เตรียมขันใบใหญ่ แบมือยาวๆ เตรียมขอทานไว้แล้ว จนผู้นำต่างประเทศเค้า อยากจะบอกว่า you ไม่มาจะดีกว่าน่ะ ไอกลัว you
จะแบมือขอเงินจริงๆ พ่อแม่พี่น้อง รู้ไหมว่า ความจริงเราเองก็ไม่เคยคาดหวังว่าจะส้มหล่นใส่ ไม่ได้เตรียมตัวมาบริหารประเทศเลย กะว่าจะไปเป็นดาราช่องเจ็ดสีแล้ว อินเตอร์ไปฮอลลีวู้ดแล้ว แต่พอดีถูกพ่ออำมาตย์ทั้งดันก้นทั้งคืน ทั้งบังคับ จนมั่นใจในคุณภาพแล้วก็ยอมให้มาเป็นร่างทรง ไม่ต้องไปสนใจว่าชาวบ้านเดือดร้อนทำมาหา
กินได้หรือไม่อยู่ดี อย่างไร ขอให้ซื้อเวลาได้นานๆ ก็พอใจแล้วสำหรับพรรคผีเปรต
อย่างเรา


** ส่วนเรื่องทรัพยากรธรรมชาติของชาติ
เรานั้น ไม่ว่าน้ำมัน+ก็าซ ตามพื้นที่ทับซ้อน
ทางทะเล หรือเขาพระวิหาร พรรคผีปอบเรา
มีมติเเห้นชอบแทนชาวไทยที่จะยกให้แด่
นายกฯ อันธพาลข้างบ้านเรา ที่คุณพ่อเผด็จการคนกล้า ในเมืองไทยเรายังไม่กล้าต่อกรด้วย เรื่องนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย แค่ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ประท้วง เดี๋ยวพ่อนายกฯอันธพาล ข้างบ้านก็จ่ายค่ายอมแพ้
มาให้เราแล้ว (บ่อน้ำมัน 1 บ่อ มีมูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านล้านบาท ถึง 5 ล้านล้านบาทขึ้นไป) ก็ขอให้ชาวไทยทั้งประเทศ จงเชื่อคำหวานและโวหารพรรคผีเปรตเราตามนโยบายแบบผีปอปตลอดไป โดยมีพี่ห้อยสุดยอดคนรู้บุญคุณคนเป็นอาจารย์ใหญ่ หากทรัพยากรยังไม่่หมดประเทศ หากพี่น้องยังไว้วางใจเราอยู่ เราก็ยังจะขายแทนท่าน จนกว่าจะหมดประเทศ แล้วเราก็จะเอาประเทศสยามเมืองยิ้มแห่งนี้ ไปจำนอง-จำนองกับไอเอ็็มเอฟต่อไป จนกว่าจะยิ้มไม่ออก เพราะเรามีประสบการณ์มาแล้วตั้งแต่ปี 2540 ใครจะมาจ่ายหนีแทนเรา เราไม่รู้ รู้แต่ว่าพรรคผีปอบของเราไปแล้ว พร้อมกับเงินใต้โต๊ะมหาศาล เอาไปซื้อสื่อบางรายที่ยอมมอบกายถวายชีวิต ให้เราด้วยเงินสกปรกเหล่านี้ ส่วนสื่อไหน ไม่ยอมรับเงินสกปรกนี้่ ก็จะถูกเรากลั่นแกล้งด้วยวิธีการต่างๆ นานา ส่วนศาลเจ้า หรือตุลาอะไรต่างๆ ที่พ่อเราตั้งขึ้นมา ตัดสินคดีการเมือง ยังไงก็ยังต้องการเครื่องสังเวยงามๆ เช่น ห่อกระดาษห่อใหญ่ เล็กๆ ไม่เอา น้องๆ ดาราสวยๆ สักคนสองคน เป็นค่าปากกา แค่นี้ก็ตามสั่ง ซ้าย-ขวา แล้วละครับพี่น้อง


**ขอความสวัสดีจงมีแก่ประเทศไทย ขอให้พ่อฮุนเซ็น+ลูกห้อยคนโปรด จงเจริญ **

ความคิดเห็นที่ 1

คอยดูซิ ไม่ทันได้ทำประชามติรัฐบาลมาร์คล้มซะก่อน .... ฟันธง

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement