"อภิสิทธิ์"ขออย่าจุดประเด็นเขาพระวิหารให้เวลา"กษิต" เลขาสมัชชาประชาชนฯบุกทภ.2 ให้แจง 4.6ตร.กม. จี้รัฐบาล-กองทัพผลักดันเขมรรุกล้ำก่อนเจรจา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชากรณีปราสาทเขาพระวิหารว่า พยายามทำความเข้าใจกันอยู่ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศเพิ่งคุยกันว่าจะพยายามทำความเข้าใจเพิ่มเติม จะเห็นว่าในวาระครม.จะมีข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.) ค่อนข้างละเอียดทุกแง่มุม จะพบว่าข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาฯ กับแนวทางรัฐบาลทำอยู่สอดคล้องกัน
"รัฐบาลไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ขอยืนยันเลยว่าใครที่ไปกังวลว่ารัฐบาลจะไปทำอะไรซึ่งเสียหายต่อเรื่องอธิปไตย ดินแดน และมีผลประโยชน์อื่นใด ยืนยันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าไม่มี ส่วนความเข้าใจของประชาชนเเละบางหน่วยงาน ผมยอมรับว่ามีความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันอยู่ในแง่มุมบางแง่มุม ทั้งเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งเรื่องขอ้เท็จจริงบางอย่าง อันนี้ก็พยายามทำความเข้าใจกัน "นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าทำไมไม่พยายามคลี่คลายปัญหาให้เบาบาง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แนวทางที่เราทำอยู่คือต้องการจะใช้แนวทางของการเจรจา เพื่อคืนสภาพพื้นที่ไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกขึ้นมา ตรงนี้คือแนวทางที่กำลังทำอยู่ กรอบก็รออยู่ในสภา ต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งไม่พอใจกับสภาพของการตรึงกำลัง กับการเข้าไปอยู่ของชุมชน ซึ่งเราอยู่ในขั้นตอนการเจรจาที่จะปรับสภาพพื้นที่ให้คืนเดิม เพียงแต่ว่าประชาชนจำนวนหนึ่งไม่พอใจ
"เราก็พยายามทำความเข้าใจกับเขา ว่าเป้าหมายไม่ต่างกัน แต่เราคิดว่าวิธีที่เหมาะสมในขณะนี้คือกระบวนการเจรจาและยืนยันว่า ในระหว่างการเจรจาเราไม่เสียสิทธิ์ใดๆ ขณะนี้ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนที่มีความเชื่อว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการที่แรงขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ส่วนการชุมนุมของคนไทยจะทำให้สถานการณ์สุ่มเสี่ยงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเราไม่อยากให้เกิดความเสี่ยง ถ้ามันมีความไม่เข้าใจกัน หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็ทำให้เกิดการปะทะกันได้ การปะทะกันเกิดขึ้นเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เเละเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ก็ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก เราได้ตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ต้นว่า เรื่องปัญหามรดกโลกจะเพิ่มความตรึงเครียดและจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราก็ยังยืนยันกับยูเนสโกว่าต้องทบทวนเรื่องนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสิทธิที่เราจะได้รับทราบเอกสารต่างๆ ที่กัมพูชายื่นไป โดยเฉพาะกรณีของแผนที่ ยังต้องทำมากขึ้น เราพยายามทำความเข้าใจว่าเราไม่ได้มีความคิดต่างกันเรื่องความหวงแหนสิทธิเเละอธิปไตย แต่ขอให้เจ้าหน้าที่มีโอกาสทำงาน และขอว่าอย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงและปะทะกันขึ้นมา เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายไทยและฝ่ายใดทั้งสิ้น
เมื่อถามว่าหมายความว่าเราพยายามจะเจรจากับกัมพูชา นายอภสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็พยายามทำความเข้าใจอยู่ รมว.ต่างประเทศก็บอกกับตนว่าจะไปทำความเข้าใจเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม เเละ เรายืนยันว่าได้แจ้งกัมพูชาไปแล้วว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาไม่มีผล และกัมพูชาได้รับหนังสือฉบับนั้นแน่นอน และยูเนสโกก็ไม่ใช้หนังสือฉบับนั้นในการพิจารณาแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมด้านการเมืองระหว่างประเทศนั้น ประเทศไทยไม่เก่งเหมือนการเมืองในประเทศ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะก่อนกล่าวว่า "การเมืองในประเทศผมยังถูกต่อว่าอยู่เลยครับ"
เตือนพันธมิตรฯ ชุมนุมหวั่นกระทบความสัมพันธ์
อธิบดีกรมอุทยานฯ ติงชุมนุมจะกระทบความสัมพันธ์
นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดรวมตัวชุมนุมประท้วงที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยผลักดันชาวกัมพูชาและกำลังทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่เขาพระวิหาร ว่ากลุ่มพันธมิตรฯ คงไม่สามารถเข้าไปชุมนุมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้ เพราะทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สั่งปิดพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารมาเกือบ 6 เดือนแล้ว หลังเกิดปะทะกัน
หากกลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางไปชุมนุมจริงคงอยู่ได้เพียงแค่ทางเข้าหรือภายนอกอุทยานฯ เท่านั้น ทั้งนี้เป็นห่วงว่าหากกลุ่มพันธมิตรฯเดินทางไปชุมนุมในพื้นที่จะส่งผลกระทบในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศที่กำลังดำเนินอยู่จะเดินหน้าไปไม่ได้
เมื่อถามว่าได้ให้นโยบายเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมอย่างไรนั้น นายเกษมสันต์ กล่าวว่า พอถึงเวลาหากมีการชุมนุมจริง ทหารและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก็คงไม่เปิดให้เข้าไปในพื้นที่อยู่ดี เพราะปัญหาในเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ และไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวและลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โตต่อไป
สัมชชาประชาชนบุกกองทัพภาค2 จี้ผลักดันเขมรรุกล้ำสร้างชุมชน
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุม 2 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ อ.เมือง นครราชสีมา นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย นายแพทย์ศุภพล เอี่ยมเมธาวี เลขาธิการสมัชชาประชาชนภาคอีสาน และเครือข่ายสมัชชาจ.นครราชสีมา กว่า 20 คน เข้าพบพลโทวิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อขอรับฟังรายละเอียดและสถานการณ์ที่ชัดเจนบนปราสาทเขาพระวิหาร โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่อาจสูญเสียดินแดนให้กับฝ่ายกัมพูชาไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม่ทัพภาคที่ 2 ติดภารกิจและได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองอำนวยการความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) กองทัพภาคที่ 2 ประกอบด้วย พันเอกชินกาจ รัตนจิตติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทภ.2 พันเอกประวิทย์ หูแก้ว หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทภ.2 พันเอกทวี กุดแถลง รองผู้อำนวยการกองข่าว ทภ.2 และพันเอกทวีศักดิ์ บุญรักชาติ รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทภ.2 ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์บนปราสาทเขาพระวิหารให้กับเครือข่ายสมัชชาประชาชนฯได้รับทราบ ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชม.
นายไชยวัฒน์ กล่าวหลังรับฟังการชี้แจงสถานการณ์บนปราสาทเขาพระวิหารว่า ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร บนเขาพระวิหารไม่ได้เป็นพื้นที่ทับซ้อน แต่เป็นพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ แต่สมัชชาประชาชนฯ เชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของประเทศไทย ฝ่ายกัมพูชาไม่มีสิทธิ์อ้าง เนื่องจากศาลโลกได้ตัดสินเพียงว่าตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของฝ่ายกัมพูชาเท่านั้น ส่วนบริเวณโดยรอบยังเป็นของประเทศไทย
ทั้งนี้ การที่รัฐบาลไทยปล่อยให้ประชาชน และทหารกัมพูชาลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ โดยที่รัฐบาลเองไม่ดำเนินการใด ทางสมัชชาฯไม่เห็นด้วยและเกรงว่าพื้นที่ส่วนดังกล่าวจะสูญเสียให้กับฝ่ายกัมพูชาไปโดยปริยาย ในสถานการณ์ปัจจุบันฝ่ายไทยเสียเปรียบ เนื่องจากมีประชาชนและทหารฝ่ายกัมพูชาลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2541 ดังนั้น รัฐบาลเองควรทบทวนว่าการแก้ไขปัญหาปัจจุบันมีความเหมาะสมหรือไม่
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังความเห็นจากกองทัพ ในการแก้ไขปัญหาเพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และเรียกร้องให้ผลักดันประชาชนและทหารกัมพูชาที่ลุกล้ำเข้ามายังพื้นที่ของประเทศไทยออกไปโดยเร็ว
"ประภาส"ผสมโรง ประกาศร่วมทวงเขาพระวิหาร
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เครือข่ายสภาประชาชน 4 ภาค และเครือข่ายสภาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด กว่า 200 คน นำโดย นายประพาส โงกสูงเนิน ประธานสภาประชาชน 4 ภาค ได้ รณรงค์ให้ประชาชนออกมาร่วมทวงคืนเขาพระวิหาร เรียกร้องให้รัฐบาล กองทัพ ให้คำตอบกรณีพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ก่อนจะมีการเคลื่อนขบวนรณรงค์ไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงบ่าย และเดินทางเข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษในวันที่ 17 ก.ย.
Tags : ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ • ปราสาทพระวิหาร
ความคิดเห็นที่ 14
ชานุ , 16 กันยายน 2552 02:33
อเมริกา กั้นชายแดนด้วยรั้ว๒๐๐๐ไมล์ กันเม็กซิกันข้ามเข้ามา เม็กซิโกก็ยอม เพราะคนของเขาล้ำเส้น ไม่มีหรอกคับ ประเทศไหนเฉยเมยเหมือนไทย นี่มันเวรอะไรนะ ได้รัฐบาล เก่งแต่เรื่องในกระดาษ แต่ขลาดในเรื่องปฏิบัติ
ความคิดเห็นที่ 13
sonny , 16 กันยายน 2552 02:20
นายกบอกไม่เสียดินแดน ก็สนธิกำลังผลักดันออกไป ถ้าไม่ใช้กำลังทหารก็ใช้กำลังตำรวจตะเวณชายแดน ทำอะไรอยู่เหมือนมีเงื่อนงำอำพราง หลังสันปันน้ำมันของเรา
ความคิดเห็นที่ 12
ประชาธิปไตย , 16 กันยายน 2552 00:41
สมัยกษิตประท้วงร่วมกับพวกอัณฑะนิดก็ร้องแล่แห่กระเชิงว่าไทยเสียดินแดนให้เขมร ครั้นพอถึงยุคตัวเองเป็นรัดทามนตนีก็ออกทีวีเห่าว่าไทยไม่เคยเสียดินแดน น่าตลกสิ้นดี ประพฤติตนอย่างนี้เชิญหม่ำ จ๊กม๊กมาเป็น รมต. จะดีเสียกว่า ได้ฮาทุกวัน เมื่อครั้งสมัยพวกอัณฑะนิดประท้วงยึดทำเนียบ อภิสิทธิ์ก็ไปเยี่ยมเยียนบอกเป็นการแสดงออกภาคประชาชน ถึงยุคตนเองเป็นรัฐบาล ก็รีบออกพรบ. ก่อนที่เขาจะประท้วงกันอีก ปลิ้นปล้อนทั้งหัวหน้าทั้งลูกน้อง โครงการชุมชนพอเพียงก็แอบโกงเงินรัฐเข้ากระเป๋าตัว ครั้นพอเรื่องถึงตัว ก็ไล่ลูกน้องออก ไล่เฉพาะลูกกระจ๊อกที่ทำงานใน กทม. แต่ไฮ้ที่โกงมันกระจายไปถึงอุบล อุดร ทั่วทุกระแหงของประเทศ
ความคิดเห็นที่ 11
คนกรุงแท้ , 16 กันยายน 2552 00:00
ผมไม่อยากให้พันธมิตรเล่นการเมืองแบบว่าสะใจไว้ก่อน การเรียกร้องเชื้อเชิญคนไทยออกมาชุมนุมกันที่บริเวณเขาพระวิหารแล้วจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยง่ายๆ ผมก็ยังสงสัยว่าใช้สมองส่วนไหนคิดกัน แล้วบรรดาแกนนำที่ออกมาเรียกร้องจะรับผิดชอบไหวหรือหากมีการปะทะกับทหารของเขมรจนเกิดการบาดเจ็บล้มตายกันขึ้น หากต้องการปลุกเร้าสร้างความนิยมในพรรคใหม่ก็ไม่ควรใช้ชีวิตประชาชนมาเป็นเครื่องมืออย่างนี้ ไม่ควรหยิบยกเรื่องความรักชาติของคนไทยมาสุมไฟขยายจนกลายเป็นความคลั่งชาติจนเกิดความกระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านโดยไม่มีประโยชน์ใดๆเลยต่อการแก้ข้อพิพาทชายแดน แต่การใช้วิธีการเจรจาอย่างสันติที่แม้จะต้องใช้เวลาเนิ่นนานแต่จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดและไม่ทำให้คนไทยคนเขมรที่เป็นบ้านพี่เมืองน้องต้องกลายมาเป็นศรัตรูกันโดยไม่จำเป็นเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 10
คนนอก , 15 กันยายน 2552 23:43
ความเห็น 7 กินขี้หรือกินหญ้าอ่ะ
กลับบ้านไปกินขี้หมาเหอะ
ความคิดเห็นที่ 9
แดง , 15 กันยายน 2552 21:32
สาธุ.ขอทหารเขรยิงให้ตาย ให้หมดเลย พวกหนักแผ่นดิน ประเทศไทยจะได้สูงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 8
http://newpoliticsparty.spaces.live.com , 15 กันยายน 2552 21:22
คห 7 สงสัยเมาแดด พธม ขี้ขลาด หรือไม่ขี้ขลาด ก็ไม่รู้ละ แต่ที่แน่ ๆ พธม คงไม่นิ่งดูดายที่ รัฐบาล ขายชาติบ้านเมืองเป็นแน่ แล้ว พธม เคยประกาศหรือว่า จะไปทำสงครามกับ เขมร สงสัย คห 7 เป็นเขมร ที่บังเอิญเขียนภาษาไทยได้ คห 7 รีบไปบ้านเกิด เขมร ไปเล้ย ไป ไป ไป
ความคิดเห็นที่ 7
ป , 15 กันยายน 2552 20:44
คนกลุ่มพันธมิตรอย่ามัวแต่เห่าหอน .... วันที่ 19 กันยา ถ้าคนของกลุ่มพันธมิตรไม่บุกยึดพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรกลับคืนมาเป็นของไทยตามที่ประกาศไว้ ถือว่าพวกคุณหน้าตัวเมีย ขี้ขลาด กลัวเขมรจนหัวหด
ความคิดเห็นที่ 6
dkom , 15 กันยายน 2552 20:18
ดูการแสดงความเห็นของผู้ที่อ่านข่าวทุกวันแล้วเห็นว่าคุณละมัย98 ไม่เคยเสนออะไรที่เป็นประโยชน์เลย เอาแต่ด่ารัฐบาลหรือคุณหย่น หรือเครือเนชั่นเท่านั้น เห็นว่าควรลบความเห็นของบุคคลผู้นี้ทุกครั้งที่เสนอเข้ามาขอให้เวปมาสเตอร์พิจารณาด้วย
ความคิดเห็นที่ 5
555 , 15 กันยายน 2552 20:10
เขมรมันกำลังผนวกประเทศไทยเป็นประเทศของมันแล้ว มันส่งคนเขมรมาเป็นแรงงานทั่วประเทศหลายล้านแล้ว....คอยดูเหอะ...
ความคิดเห็นที่ 4
ไม่อยากโดนเผารอบสอง , 15 กันยายน 2552 19:45
อย่าไปสร้างความขุ่นเคืองใจให้เขมรเลย เดี๋ยวเขาบุกประเทศไทยเราจะไม่เหลืออะไร สถานฑูตไทยก็เคยโดนเผามาแล้ว ขอร้องเถอะ
ความคิดเห็นที่ 3
lamai98 , 15 กันยายน 2552 19:31
กะโหลกหนา จบอ็อคเหล็กได้อย่างไร เขมรมันมาตั้งวัด ตั้งหมู่บ้าน จองถนน ในที่ทับซ้อน ยังบอกว่าไม่เสียดินแดน ประฃุมไม่รู้กี่ครั้งไม่เห็นพูดกับเขมรเรื่องนี้เลย เกรงใจเขากลัวเขาจะไม่มาประฃุม บ้าประฃุม เขมรก็เหมือนคางคก ยางหัวไม่ตก ไม่รู้สึกหรอก
ความคิดเห็นที่ 2
42nd Avenue , 15 กันยายน 2552 19:28
".....ปัญหาบางอย่างหากมีความเห็นไม่ตรงกัน และใครผิดใครถูกยังไม่รู้
ตนคิดว่าเราสามารถพิสูจน์ความถูกต้องได้ด้วยข้อเท็จจริง
เพราะหากปล่อยไปจะกลายเป็นไทยเรายอมรับแผนที่
และสิ่งที่เขากันไว้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ทั้งที่เรามีนักกฎหมาย นักการต่างประเทศและมีคนกลางเก่งๆ มากในประเทศไทย
ที่จะออกมาช่วยรัฐบาลทำข้อเท็จจริงให้ปรากฎ
ดังนั้นไม่ควรนิ่งเฉย หรือให้เป็นไปตามบุญตามกรรม /นายอักขราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุด - คมชัดลึก
ความคิดเห็นที่ 1
42nd Avenue , 15 กันยายน 2552 19:01
เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ มีเจตนาดี แต่เดินหลงทาง
ได้มีความพยายามผลักดันให้เขมรออกจากพื้นที่ 4.6 ตรกม
มาตั้งแต่ปี 2543 สมัยรัฐบาลพรรค ปชป
โดยการยื่นประท้วงและเจรจา
ผล คือ ความหวังที่ว่างเปล่า
รัฐบาลไทยเปลี่ยนไป รัฐบาลแล้ว รัฐบาลเล่า
10 ปีผ่านไป เขมรยิ่งเพิ่มพื้นที่ผนวกดินแดน
รวมถึง ก้าวล่างถึงกับขึ้นทะเบียนพระวิหารแต่เพียงประเทศเดียว
รัฐบาลไทยขายชาติ ขายแผ่นดิน
ก็ลงนามอนุญาตให้เขมรขึ้นทะเบียนได้เพียงประเทศเดียว
บัดนี้ รัฐบาลอภิสิทธิื ยังคงเดินตามรอยรัฐบาลชวน
ปล่อยให้เขมรเข้ายึดดินแดนไทย
ยังถือหลักการเจรจา
จนสิ้นรัฐบาบลอภิสิทธิ์ ทำให้ไทยเสียดินแดนถาวร
รัฐบาบอภิสิทธิ แม้จะมีเจตนาดี
ต้องการสันติภาพ
ต้องการเจรจา (กับคนที่ไม่ต้องการเจรจา)
ในที่สุด ก็ต้องเชือนดินแดนไทยอย่างไรต้องสงสัย
เพราะเขา ในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีไทย
ขลาดเกินกว่า ที่จะกล้าส่งทหารไทย
ผลักดันทหารเขมรและคนเขมรออกจากดินแดนไทย หรือเปล่า