"อภิสิทธิ์" เรียกประชุม ก.ต.ช. 16 ก.ย. วาระเลือกผบ.ตร.คนใหม่ "พล.ต.อ.สุเทพ" ลาออก เหลือ 10 เสียง คาดเสนอ"พล.ต.อ.ปทีป"คนเดิม
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้นัดประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) เพื่อเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ในวันพุธที่ 16 กันยายน เวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา
เมื่อถามว่าการประชุม ก.ต.ช.ต้องรอแต่งตั้งกรรมการก.ต.ช.คนใหม่เข้ามาแทนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ ตนดูข้อกฎหมายในขณะนี้ก็สามารถที่จะประชุมได้ ขณะเดียวกันก็จะให้เข้าสู่กระบวนการสรรหาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งมีขั้นตอนตามกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อถามว่า จะประชุมภายในสัปดาห์นี้ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะพยายาม อย่างน้อยในส่วนที่กรรมการก.ต.ช.ลาออกไป จะต้องเป็นการประชุม ก.ต.ช.โดยตำแหน่งก็จะประชุมในสัปดาห์นี้ได้ ซึ่งขึ้นกับพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะรักษาการ ผบ.ตร. เพราะเป็นคนที่จะต้องเสนอชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า องค์ประชุมต้องมีจำนวนเท่าไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ครึ่งหนึ่ง คิดว่าไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม เมื่อถามว่า การที่ พล.ต.อ.สุเทพ ธรรมรักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางแผน ลาออกจากการเป็นกรรมการ ก.ต.ช. และเป็นบุคคลที่เคยยกมือสวนนายกฯ จะเป็นประโยชน์ต่อเสียงที่โหวตในการประชุมครั้งต่อไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้คิดเรื่องนั้น เมื่อมีการลาออกก็มีหน้าที่ในการสรรหาบุคคลมาแทน
เมื่อถามอีกว่า การสรรหาจะรวมถึงการสรรหาตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เนื่องจากเป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ ฉะนั้นต้องผ่านขั้นตอนพอสมควร ไม่แน่ใจว่าจะทันตอนที่เลือก ผบ.ตร.คนใหม่หรือไม่ อย่างไรก็ตามการสรรหาควรจะเริ่มทันที เมื่อมีตำแหน่งว่างลงก็ควรมีการดำเนินการ
เมื่อถามว่า แสดงว่าการประชุมเลือก ผบ.ตร.ของ ก.ต.ช.ไม่จำเป็นต้องรอกรรมการก.ต.ช.คนใหม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การประชุม ก.ต.ช.เกินครึ่งก็ประชุมได้อยู่แล้ว และน่าจะเกินครึ่งอยู่แล้ว
เหลือ 10 เสียง ก.ต.ช.ลงคะแนนเลือกผบ.ตร.
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ก.ต.ช.มีทั้งหมด 11 คน ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายเชาวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวินัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม
นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาราชการแทนผบ.ตร. นายเรวัติ ฉ่ำเฉลิม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ นายนพดล อินนา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาองค์กร
โดย พล.ต.อ.สุเทพ ธรรมรักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางแผนหรือการบริหารและจัดการ ได้ลาออกไป จะทำให้คณะกรรมการก.ต.ช.เหลือ 10 คน 10 เสียง โดยคาดว่าจะประชุมเพื่อเลือกผบ.ตร.คนใหม่เลยโดยยังไม่เลือกใครมาแทน
รายงานข่าวแจ้งว่า นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม มีกำหนดการกลับจากต่างประเทศในวันที่ 17 กันยายน ซึ่งเป็นไปได้ว่า นายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรมจะเข้าประชุมเพื่อเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ แทน

ความคิดเห็นที่ 5
โปรดพิจารณา , 15 กันยายน 2552 07:04
รบกวนเว็บบอร์ด กท.ธุระกิจ ลบ คห สวะ คห 2-3-4.ด้วยครับ คห ขยะเปลืองพื้นที่เว็บครับ ส่อสันดานพาลเกเรสับปลับระยัมชั่วบัดซบไม่ควรให้ใช้พื้นที่เว็บคร้บ
ความคิดเห็นที่ 4
รวมพลัง 19 กันยายน พ.ศ. 2552 " วันขับไล่ทรราชย์และสมุน , 15 กันยายน 2552 00:21
** โรงเรียนเสื้อแดงกำหนด 7 ยุทธวิธีไล่รบ.อำมาตย์ ขัดขืนอำนาจรัฐ-ไล่ รมต.ทุกที่ ตั้งเป้าผลิต 1 ล้าน นักเรียนนปช. โรงเรียนเสื้อแดง สรุปแผนไล่รบ.อำมาตย์ กำหนด 7ยุทธวิธี ขัดขืนการใช้อำนาจรัฐ ฮือไล่รมต.-องค์กรอิสระทุกที่ วางเป้าผลิตนักเรียนนปช. 1 ล้านคน ขยายผลไปยังคนหนุ่มสาว ดึงคนใกล้ตัว-น.ศ.ร่วมขบวน โอ่ 19ก.ย.มีหมัดเด็ดน็อครัฐบาล
พท.ขู่มาร์คซ้ำรอยทักษิณ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่พรรคเพื่อไทย ถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายนนี้ว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจจะประกาศใช้ พ.ร.บ.การความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อควบคุมและใช้กำลังทหารเป็นหลัก ดังนั้น พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ทบทวนถึงผลดีและผลเสียของการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ เพราะน่าจะเป็นการยั่วยุทหารและประชาชนให้เกิดการเผชิญหน้าอีกครั้ง ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้วิเคราะห์แล้วว่าในวันที่ 19 กันยานยน จะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมนับแสนคน ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีลดการเผชิญหน้า โดยใช้กฎหมายเท่าที่มีอยู่ก็น่าจะเพียงพอ
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคยังทราบว่าสายฮาร์ดคอร์ในหลายจังหวัดเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ซึ่งจะทำให้มือที่ 3 เข้ามาแทรกแซง จนทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ อาจจะทำให้นายอภิสิทธิ์ตกเก้าอี้ เข้าลักษณะกงเกวียนกำเกวียนเหมือนกับกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไปประชุมที่สหรัฐอเมริกาแล้วไม่ได้กลับประเทศไทย จึงขอให้นายอภิสิทธิ์ทบทวนให้รอบด้าน อย่าฟังที่ปรึกษาสายเหยี่ยวเพียงอย่างเดียว ให้ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง
จตุพร ชี้นายกฯเข้ามุมอับเอง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ให้สัมภาษณ์ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 6 ถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงขว้างปาสิ่งของใส่นายกรัฐมนตรี ที่ จ.ลพบุรี ว่า เรื่องนี้ถือเป็นเพียงน้อยนิดกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์เคยทำ หากเทียบกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ถูกต่อต้าน กับที่นายอภิสิทธิ์สั่งสลายชุมนุมถือเป็นเรื่องเล็กน้อย และคนเสื้อแดงทำเต็มที่ก็ได้เพียงแค่นี้ ดังนั้น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ต้องกลัวไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่ต้องกลัวพวกเดียวกันเองที่ไปทรยศหักหลังใครมา นายอภิสิทธิ์ต้องรู้ว่าในโลกความเป็นจริงประชาชนไม่ได้เลือกให้นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ แต่ใช้วิธีอำมาตย์อุ้มมาเป็นรัฐบาล และบรรดาอำมาตย์ที่อุ้มนายอภิสิทธิ์ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว
นายจตุพรกล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า ยืนยันว่าหากวันดังกล่าวไม่มีเหตุการณ์อะไรก็จะชุมนุมถึงเพียง 24.00 น.เท่านั้น และหากมีการสร้างสถานการณ์ก็จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนำไปสู่หายนะ
นายอภิสิทธิ์ต้องรู้ดีกว่าทำอะไรกับใคร อีกทั้งการตั้ง ผบ.ตร ลึกๆ แล้วต้องการชนะใคร แล้วคุณมีอะไรถึงกล้าไปชนะเขา ชนะแล้วจะได้อะไร ผมขอเตือนสติว่าสถานการณ์วันนี้คุณอภิสิทธิ์ทำตัวเองเข้ามุมอับเอง นายจตุพรกล่าว
ลั่นป๋าเปรมคือต้นตอปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 19 กันยายน พล.อ.เปรมจะไม่พักอยู่ที่บ้านสี่เสาฯ จะยังมีเป้าหมายบุกไปเหมือนเดิมหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า พล.อ.เปรมไม่มีทางอยู่ แต่วันที่ 19 กันยายน คือสัญลักษณ์แห่งการยึดอำนาจล้มล้างประชาธิปไตย คนที่เป็นแก่นแท้ยึดอำนาจคือ พล.อ.เปรม แม้ พล.อ.เปรมจะอยู่หรือไม่อยู่ที่บ้านสี่เสาฯก็มีค่าเท่ากัน และจะยังคงชุมนุมที่หน้าสี่เสาฯต่อไป ซึ่งหาก พล.อ.เปรมอยู่ในบ้าน คนเสื้อแดงก็จะไม่ทำอะไร แค่ชุมนุมเท่านั้น เพียงแต่มาบอกว่า พล.อ.เปรมคือต้นตอของปัญหาของประเทศ
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะโฟนอินมาในวันดังกล่าวหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ยังไม่มีการคุยกัน ยังไม่แน่นอน พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแค่คนคน หนึ่งในกระบวนการประชาธิปไตย และทาง นปช.ต้องคุยเป็นมติก่อนว่าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณมาโฟนอินหรือไม่
เดินหน้ายุทธศาสตร์ 2 ขา 2 แขน
นายจตุพรกล่าวถึงยุทธศาสตร์การต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงโค่นล้มรัฐบาลอำมาตยาธิปไตยภายใต้ยุทธศาสตร์ เดินด้วย 2 ขา ทำงานด้วย 2 แขน ว่า คนเสื้อแดงต้องจัดแถวจัดระเบียบ เพราะต่อสู้กับอำมาตย์ที่บงการประเทศนี้มายาวนาน มีกลไกประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง และเราจะต่อสู้โดยไม่จัดวางยุทธศาสตร์ก็จะต่อสู้ไม่ได้ การเปิดโครงการโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช.นั้น ก็คือจัดหมวดหมู่ จัดแนวทางให้การต่อสู้มีเป็นระบบ และหากไม่จัดระบบแบบนี้ก็จะเจอปัญหาการต่อสู้เหมือนเช่นในอดีตที่ได้ประสบมา
การสถาปนารัฐใหม่ตามที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช.ได้พูดนั้น เพราะรัฐไทยวันนี้ได้ตายไปแล้ว ตายเพราะอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการได้ตายไปแล้วในวันนี้ ตายด้วยการหมดความน่าเชื่อถือ ซึ่งการยึดอำนาจ 19 กันยายนได้ดึงเอาสถาบันตุลาการมาเกี่ยวข้องกับการเมือง จนกระทั่งเมื่อบางคนกลับไปที่ศาล ความน่าเชื่อถือก็หมดไป ความหมายที่นายวีระพูดจึงต้องกระทำการในสิ่งที่ถูกต้องกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นไปอย่างยุติธรรม และนิติบัญญัติควรมีที่มาจากประชาชน บริหารต้องมาจากประชาชน และทำตามประกาศต่อประชาชน คือทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ของตัวเองไม่ก้าวล่วงกัน ซึ่งตอนนี้ทุกฝ่ายได้เละไปหมดแล้ว นายจตุพรกล่าว
ร.ร.เสื้อแดงสรุป 7 ยุทธวิธีไล่รบ.
ด้านการอบรมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน วันที่ 2 ที่ห้องแกรนด์บอลรูมฮอลล์ ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 6 ปรากฏว่า แกนนำกลุ่ม นปช.ได้แบ่งกลุ่มนักเรียนคนเสื้อแดงออกเป็น 10 กลุ่ม โดยจะมีแกนนำประกอบด้วย นายวิสา คัญทัพ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นางดารุณี กฤตบุญญาลัย นายประมวล ชูกลอง หรือ เจ๋ง ดอกจิก นายพายัพ ปั้นเกตุ นายประแสง มงคลศิริ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เป็นต้น ร่วมเป็นคณะครูผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ทุกกลุ่มได้แลกเปลี่ยนความเห็นในตลอดช่วงเช้าว่า จะนำนโยบาย นปช.ไปขยายผลในทางปฏิบัติอย่างไร และกำหนดยุทธวิธีการขับไล่รัฐบาลอำมาตยาธิปไตยและระบอบอำมาตยาธิปไตย
เวลา 15.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. สรุปรายงานผลการศึกษาของทั้ง 10 กลุ่ม ว่า หลังจากทุกกลุ่มได้เสนอความเห็นแล้วสามารถสรุปในส่วนการจะนำหลักนโยบาย นปช.ไปขยายผลในทางปฏิบัติได้ดังนี้
1.จัดศูนย์กลางให้ความรู้เรื่องวินัย โดยทำสื่อเป็นทั้งไทยและภาษาอังกฤษ
2.จัดสัมมนาในทุกพื้นที่
3.เสนอให้ นปช.ส่วนกลางจัดนิทรรศการ
4.ขยายผลไปยังคนหนุ่มคนสาว
5.ตั้งกรรมการแต่ละกลุ่มเพื่อประสานส่วนกลาง
6.เดินหน้าตามโครงการ 1 อำเภอ 1 วิทยุชุมชม 1 คน 1 เสื้อแดง โดยต้องสร้างคนเสื้อแดงให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ
7.ทำคนใกล้ตัวหรือสมาชิกในครอบครัวให้เป็นคนเสื้อแดงให้ได้
ประกาศไม่หนุนสินค้าอำมาตย์
ส่วนยุทธวิธีการขับไล่รัฐบาลอำมาตยาธิปไตยและระบอบอำมาตยาธิปไตยนั้น สามารถสรุปจากทุกกลุ่มได้ อาทิ เคลื่อนไหวกดดันทุกที่ที่รัฐบาลอำมาตย์ไปโดยสันติวิธี สร้างห้องเรียนยุทธวิธีโดยมีรหัสคำสั่งและพร้อมที่จะเปลี่ยนรหัสคำสั่งเพื่อความปลอดภัย รณรงค์ให้คนใส่เสื้อแดง ขุดคุ้ยตีแผ่จุดอ่อนฝ่ายตรงข้ามต่อเนื่อง ขัดขืนต่อการใช้อำนาจของรัฐบาลชุดนี้โดยสันติวิธี หลีกเลี่ยงใช้คำว่าอารยะขัดขืน ประกาศตัวอย่างเป็นทางการไม่สนับสนุนสินค้าของระบอบอำมาตย์ เรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับคืนมา ถ้าหากเครือข่ายคนเสื้อแดงได้อำนาจรัฐกลับมาจะต้องสร้างเสรีภาพสื่อให้ไม่ตกอยู่ภายในสื่อกระแสหลัก โจมตีแขนขาระบอบอำมาตย์ตลอดไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือองค์กรอิสระ, เปิดรับสมัครแนวหน้าจรยุทธ์ เพื่อประสานกับกลุ่มเสื้อแดงในแต่ละพื้นที่เพื่อกดดันรัฐบาลอำมาตย์ นายณัฐวุฒิกล่าว
นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวปิดงานสัมมนาโรงเรียน นปช.รุ่นที่ 1 ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ว่า ขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องสร้างมวลชนเพื่อให้ได้มวลชนที่มีคุณภาพ เพราะเวลานี้มีคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินกว่าล้านคนกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ จึงมีคนถามว่า เมื่อไรเราจะชนะ จึงบอกว่า อีกไกล แต่หนทางที่จะชนะอย่างแท้จริงคือ ต้องมีมวลชนที่มีคุณภาพ ซึ่งตอนนี้เรามีมวลชนเสื้อแดงคุณภาพอยู่ 1,107 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่เป็นมวลชนมาตรฐานหรือมวลชนคุณภาพของรัฐไทยใหม่ ซึ่งเป็นรัฐที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นรัฐที่ต้องปกครองโดยใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม มีนิติรัฐ และนิติธรรม ทั้งนี้ หลักนิติธรรม เป็นหลักแห่งฟ้าดิน ซึ่งจะบิดเบือนไม่ได้ ดังนั้น ต้องขอแสดงความภาคภูมิใจต่อพี่น้องทั้งหลายว่าพวกท่านคือ นปช.ที่มีคุณภาพ
ตั้งเป้าผลิตนักเรียนนปช.1ล้านคน
หากเราสามารถผลิตนักเรียน นปช.ได้ 1 ล้านคน ก็จะสามารถได้คนเสื้อแดงนักประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ไม่ว่าเราจะชิ้วนี้ไปทางไหนประเทศนี้เป็นตามนิ้วที่คนเสื้อแดงชี้ ดังนั้น พวกเราต้องเป็นครูเพื่อหาลูกศิษย์สอนให้รู้จักแดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งไม่ต้องไปวิตกว่าจะเป็นแดงคอมมิวนิสต์ เดี๋ยวนี้ใครเรียกแบบนี้ถือว่าเชยแหลก ดังนั้น ท่านทั้งหลายต้องทำให้มีคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินเร็ว นายวีระกล่าว และว่า ถ้ามีนิสิตนักศึกษามารับรู้ปัญหา ก็จะได้พลังอันบริสุทธิ์ที่จะช่วยได้มาก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องตั้งชมรมนิสิตนักศึกษาแดงไปทุกมหาวิทยาลัยให้ได้ รวมทั้งจะเปิดโรงเรียนคนเสื้อแดงในภาคใต้ด้วย
นายวีระกล่าวว่า คนเสื้อแดงมีหมัดน็อครัฐบาลชุดนี้แน่ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องระวัง เพราะไม่ต้องการน็อคเพื่อนบ้าน เพราะคนเสื้อแดงจะพูดเรื่องนี้เฉพาะปัญหาของคนไทยเท่านั้น โดยจะไม่ปลุกระดมให้ไปเกลียดชังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะในวันที่ 19 กันยายนนี้ที่จะชุมนุมใหญ่ จะใช้อาวุธนี้ซัดรัฐบาลเพื่อฟ้องคนไทย 64 ล้านคน ว่าที่แท้จริงแล้วรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ที่ทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน ไม่ใช่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงการปิดสัมมนาอบรมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน บรรดาแกนนำ นปช.ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียน นปช.รุ่นที่ 1 ที่เข้าอบรมด้วย
รับฟังทรราชย์ขายขาติและขายเขาพระวิหารให้ต่างชาติ ได้ FM. 94.75 และ 105.75
หรือ 107.45 ( ระวังไปตรงกับคลื่น AS..ของคนธรรมดาแต่งจีวรเลียนแบบพระสงฆ์)
หรือช่องทีวี D-Station
19 กันยายน พ.ศ. 2552 วันขับไล่ทรราชย์และสมุน รวมพลังชาวไทยทั้งประเทศ เอาแผ่นดิน
บรรพบุรุษของเรากลับคืนมาจากทรราชย์ไดโนเสาร์คนขายชาติ หากเรารวมพลังได้ตั้งแต่ 1 ล้านคน ทรราชย์จะอยู่แผ่นดินนี้ไม่ได้แน่นอน
for copy e-mail to thailand
ความคิดเห็นที่ 3
รวมพลัง 19 กันยายน พ.ศ. 2552 " วันขับไล่ทรราชย์และสมุน , 15 กันยายน 2552 00:10
โรงเรียนเสื้อแดงกำหนด 7 ยุทธวิธีไล่รบ.อำมาตย์ ขัดขืนอำนาจรัฐ-ไล่ รมต.ทุกที่ ตั้งเป้าผลิต 1 ล้าน นักเรียนนปช. โรงเรียนเสื้อแดง สรุปแผนไล่รบ.อำมาตย์ กำหนด 7ยุทธวิธี ขัดขืนการใช้อำนาจรัฐ ฮือไล่รมต.-องค์กรอิสระทุกที่ วางเป้าผลิตนักเรียนนปช. 1 ล้านคน ขยายผลไปยังคนหนุ่มสาว ดึงคนใกล้ตัว-น.ศ.ร่วมขบวน โอ่ 19ก.ย.มีหมัดเด็ดน็อครัฐบาล
พท.ขู่"มาร์ค"ซ้ำรอย"ทักษิณ"
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่พรรคเพื่อไทย ถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายนนี้ว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจจะประกาศใช้ พ.ร.บ.การความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อควบคุมและใช้กำลังทหารเป็นหลัก ดังนั้น พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ทบทวนถึงผลดีและผลเสียของการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ เพราะน่าจะเป็นการยั่วยุทหารและประชาชนให้เกิดการเผชิญหน้าอีกครั้ง ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้วิเคราะห์แล้วว่าในวันที่ 19 กันยานยน จะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมนับแสนคน ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีลดการเผชิญหน้า โดยใช้กฎหมายเท่าที่มีอยู่ก็น่าจะเพียงพอ
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคยังทราบว่าสายฮาร์ดคอร์ในหลายจังหวัดเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ซึ่งจะทำให้มือที่ 3 เข้ามาแทรกแซง จนทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ อาจจะทำให้นายอภิสิทธิ์ตกเก้าอี้ เข้าลักษณะกงเกวียนกำเกวียนเหมือนกับกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไปประชุมที่สหรัฐอเมริกาแล้วไม่ได้กลับประเทศไทย จึงขอให้นายอภิสิทธิ์ทบทวนให้รอบด้าน อย่าฟังที่ปรึกษาสายเหยี่ยวเพียงอย่างเดียว ให้ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง
"จตุพร" ชี้นายกฯเข้ามุมอับเอง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ให้สัมภาษณ์ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 6 ถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงขว้างปาสิ่งของใส่นายกรัฐมนตรี ที่ จ.ลพบุรี ว่า เรื่องนี้ถือเป็นเพียงน้อยนิดกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์เคยทำ หากเทียบกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ถูกต่อต้าน กับที่นายอภิสิทธิ์สั่งสลายชุมนุมถือเป็นเรื่องเล็กน้อย และคนเสื้อแดงทำเต็มที่ก็ได้เพียงแค่นี้ ดังนั้น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ต้องกลัวไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่ต้องกลัวพวกเดียวกันเองที่ไปทรยศหักหลังใครมา นายอภิสิทธิ์ต้องรู้ว่าในโลกความเป็นจริงประชาชนไม่ได้เลือกให้นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ แต่ใช้วิธีอำมาตย์อุ้มมาเป็นรัฐบาล และบรรดาอำมาตย์ที่อุ้มนายอภิสิทธิ์ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว
นายจตุพรกล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า ยืนยันว่าหากวันดังกล่าวไม่มีเหตุการณ์อะไรก็จะชุมนุมถึงเพียง 24.00 น.เท่านั้น และหากมีการสร้างสถานการณ์ก็จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนำไปสู่หายนะ
"นายอภิสิทธิ์ต้องรู้ดีกว่าทำอะไรกับใคร อีกทั้งการตั้ง ผบ.ตร ลึกๆ แล้วต้องการชนะใคร แล้วคุณมีอะไรถึงกล้าไปชนะเขา ชนะแล้วจะได้อะไร ผมขอเตือนสติว่าสถานการณ์วันนี้คุณอภิสิทธิ์ทำตัวเองเข้ามุมอับเอง" นายจตุพรกล่าว
ลั่น"ป๋าเปรม"คือต้นตอปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 19 กันยายน พล.อ.เปรมจะไม่พักอยู่ที่บ้านสี่เสาฯ จะยังมีเป้าหมายบุกไปเหมือนเดิมหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า พล.อ.เปรมไม่มีทางอยู่ แต่วันที่ 19 กันยายน คือสัญลักษณ์แห่งการยึดอำนาจล้มล้างประชาธิปไตย คนที่เป็นแก่นแท้ยึดอำนาจคือ พล.อ.เปรม แม้ พล.อ.เปรมจะอยู่หรือไม่อยู่ที่บ้านสี่เสาฯก็มีค่าเท่ากัน และจะยังคงชุมนุมที่หน้าสี่เสาฯต่อไป ซึ่งหาก พล.อ.เปรมอยู่ในบ้าน คนเสื้อแดงก็จะไม่ทำอะไร แค่ชุมนุมเท่านั้น เพียงแต่มาบอกว่า พล.อ.เปรมคือต้นตอของปัญหาของประเทศ
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะโฟนอินมาในวันดังกล่าวหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ยังไม่มีการคุยกัน ยังไม่แน่นอน พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแค่คนคน หนึ่งในกระบวนการประชาธิปไตย และทาง นปช.ต้องคุยเป็นมติก่อนว่าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณมาโฟนอินหรือไม่
เดินหน้ายุทธศาสตร์ 2 ขา 2 แขน
นายจตุพรกล่าวถึงยุทธศาสตร์การต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงโค่นล้มรัฐบาลอำมาตยาธิปไตยภายใต้ยุทธศาสตร์ "เดินด้วย 2 ขา ทำงานด้วย 2 แขน" ว่า คนเสื้อแดงต้องจัดแถวจัดระเบียบ เพราะต่อสู้กับอำมาตย์ที่บงการประเทศนี้มายาวนาน มีกลไกประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง และเราจะต่อสู้โดยไม่จัดวางยุทธศาสตร์ก็จะต่อสู้ไม่ได้ การเปิดโครงการโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช.นั้น ก็คือจัดหมวดหมู่ จัดแนวทางให้การต่อสู้มีเป็นระบบ และหากไม่จัดระบบแบบนี้ก็จะเจอปัญหาการต่อสู้เหมือนเช่นในอดีตที่ได้ประสบมา
"การสถาปนารัฐใหม่ตามที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช.ได้พูดนั้น เพราะรัฐไทยวันนี้ได้ตายไปแล้ว ตายเพราะอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการได้ตายไปแล้วในวันนี้ ตายด้วยการหมดความน่าเชื่อถือ ซึ่งการยึดอำนาจ 19 กันยายนได้ดึงเอาสถาบันตุลาการมาเกี่ยวข้องกับการเมือง จนกระทั่งเมื่อบางคนกลับไปที่ศาล ความน่าเชื่อถือก็หมดไป ความหมายที่นายวีระพูดจึงต้องกระทำการในสิ่งที่ถูกต้องกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นไปอย่างยุติธรรม และนิติบัญญัติควรมีที่มาจากประชาชน บริหารต้องมาจากประชาชน และทำตามประกาศต่อประชาชน คือทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ของตัวเองไม่ก้าวล่วงกัน ซึ่งตอนนี้ทุกฝ่ายได้เละไปหมดแล้ว" นายจตุพรกล่าว
ร.ร.เสื้อแดงสรุป 7 ยุทธวิธีไล่รบ.
ด้านการอบรมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. "แดงทั้งแผ่นดิน" วันที่ 2 ที่ห้องแกรนด์บอลรูมฮอลล์ ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 6 ปรากฏว่า แกนนำกลุ่ม นปช.ได้แบ่งกลุ่มนักเรียนคนเสื้อแดงออกเป็น 10 กลุ่ม โดยจะมีแกนนำประกอบด้วย นายวิสา คัญทัพ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นางดารุณี กฤตบุญญาลัย นายประมวล ชูกลอง หรือ "เจ๋ง ดอกจิก" นายพายัพ ปั้นเกตุ นายประแสง มงคลศิริ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เป็นต้น ร่วมเป็นคณะครูผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ทุกกลุ่มได้แลกเปลี่ยนความเห็นในตลอดช่วงเช้าว่า จะนำนโยบาย นปช.ไปขยายผลในทางปฏิบัติอย่างไร และกำหนดยุทธวิธีการขับไล่รัฐบาลอำมาตยาธิปไตยและระบอบอำมาตยาธิปไตย
เวลา 15.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. สรุปรายงานผลการศึกษาของทั้ง 10 กลุ่ม ว่า หลังจากทุกกลุ่มได้เสนอความเห็นแล้วสามารถสรุปในส่วนการจะนำหลักนโยบาย นปช.ไปขยายผลในทางปฏิบัติได้ดังนี้
1.จัดศูนย์กลางให้ความรู้เรื่องวินัย โดยทำสื่อเป็นทั้งไทยและภาษาอังกฤษ
2.จัดสัมมนาในทุกพื้นที่
3.เสนอให้ นปช.ส่วนกลางจัดนิทรรศการ
4.ขยายผลไปยังคนหนุ่มคนสาว
5.ตั้งกรรมการแต่ละกลุ่มเพื่อประสานส่วนกลาง
6.เดินหน้าตามโครงการ 1 อำเภอ 1 วิทยุชุมชม 1 คน 1 เสื้อแดง โดยต้องสร้างคนเสื้อแดงให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ
7.ทำคนใกล้ตัวหรือสมาชิกในครอบครัวให้เป็นคนเสื้อแดงให้ได้
ประกาศไม่หนุนสินค้าอำมาตย์
"ส่วนยุทธวิธีการขับไล่รัฐบาลอำมาตยาธิปไตยและระบอบอำมาตยาธิปไตยนั้น สามารถสรุปจากทุกกลุ่มได้ อาทิ เคลื่อนไหวกดดันทุกที่ที่รัฐบาลอำมาตย์ไปโดยสันติวิธี สร้างห้องเรียนยุทธวิธีโดยมีรหัสคำสั่งและพร้อมที่จะเปลี่ยนรหัสคำสั่งเพื่อความปลอดภัย รณรงค์ให้คนใส่เสื้อแดง ขุดคุ้ยตีแผ่จุดอ่อนฝ่ายตรงข้ามต่อเนื่อง ขัดขืนต่อการใช้อำนาจของรัฐบาลชุดนี้โดยสันติวิธี หลีกเลี่ยงใช้คำว่าอารยะขัดขืน ประกาศตัวอย่างเป็นทางการไม่สนับสนุนสินค้าของระบอบอำมาตย์ เรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับคืนมา ถ้าหากเครือข่ายคนเสื้อแดงได้อำนาจรัฐกลับมาจะต้องสร้างเสรีภาพสื่อให้ไม่ตกอยู่ภายในสื่อกระแสหลัก โจมตีแขนขาระบอบอำมาตย์ตลอดไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือองค์กรอิสระ, เปิดรับสมัครแนวหน้าจรยุทธ์ เพื่อประสานกับกลุ่มเสื้อแดงในแต่ละพื้นที่เพื่อกดดันรัฐบาลอำมาตย์" นายณัฐวุฒิกล่าว
นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. "แดงทั้งแผ่นดิน" กล่าวปิดงานสัมมนาโรงเรียน นปช.รุ่นที่ 1 ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ว่า ขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องสร้างมวลชนเพื่อให้ได้มวลชนที่มีคุณภาพ เพราะเวลานี้มีคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินกว่าล้านคนกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ จึงมีคนถามว่า เมื่อไรเราจะชนะ จึงบอกว่า อีกไกล แต่หนทางที่จะชนะอย่างแท้จริงคือ ต้องมีมวลชนที่มีคุณภาพ ซึ่งตอนนี้เรามีมวลชนเสื้อแดงคุณภาพอยู่ 1,107 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่เป็นมวลชนมาตรฐานหรือมวลชนคุณภาพของรัฐไทยใหม่ ซึ่งเป็นรัฐที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นรัฐที่ต้องปกครองโดยใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม มีนิติรัฐ และนิติธรรม ทั้งนี้ หลักนิติธรรม เป็นหลักแห่งฟ้าดิน ซึ่งจะบิดเบือนไม่ได้ ดังนั้น ต้องขอแสดงความภาคภูมิใจต่อพี่น้องทั้งหลายว่าพวกท่านคือ นปช.ที่มีคุณภาพ
ตั้งเป้าผลิตนักเรียนนปช.1ล้านคน
"หากเราสามารถผลิตนักเรียน นปช.ได้ 1 ล้านคน ก็จะสามารถได้คนเสื้อแดงนักประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ไม่ว่าเราจะชิ้วนี้ไปทางไหนประเทศนี้เป็นตามนิ้วที่คนเสื้อแดงชี้ ดังนั้น พวกเราต้องเป็นครูเพื่อหาลูกศิษย์สอนให้รู้จักแดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งไม่ต้องไปวิตกว่าจะเป็นแดงคอมมิวนิสต์ เดี๋ยวนี้ใครเรียกแบบนี้ถือว่าเชยแหลก ดังนั้น ท่านทั้งหลายต้องทำให้มีคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินเร็ว" นายวีระกล่าว และว่า ถ้ามีนิสิตนักศึกษามารับรู้ปัญหา ก็จะได้พลังอันบริสุทธิ์ที่จะช่วยได้มาก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องตั้งชมรมนิสิตนักศึกษาแดงไปทุกมหาวิทยาลัยให้ได้ รวมทั้งจะเปิดโรงเรียนคนเสื้อแดงในภาคใต้ด้วย
นายวีระกล่าวว่า คนเสื้อแดงมีหมัดน็อครัฐบาลชุดนี้แน่ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องระวัง เพราะไม่ต้องการน็อคเพื่อนบ้าน เพราะคนเสื้อแดงจะพูดเรื่องนี้เฉพาะปัญหาของคนไทยเท่านั้น โดยจะไม่ปลุกระดมให้ไปเกลียดชังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะในวันที่ 19 กันยายนนี้ที่จะชุมนุมใหญ่ จะใช้อาวุธนี้ซัดรัฐบาลเพื่อฟ้องคนไทย 64 ล้านคน ว่าที่แท้จริงแล้วรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ที่ทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน ไม่ใช่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงการปิดสัมมนาอบรมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. "แดงทั้งแผ่นดิน" บรรดาแกนนำ นปช.ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียน นปช.รุ่นที่ 1 ที่เข้าอบรมด้วย
" รับฟังทรราชย์ขายขาติและขายเขาพระวิหารให้ต่างชาติ ได้ FM. 94.75 และ 105.75
หรือ 107.45 ( ระวังไปตรงกับคลื่น AS..ของคนธรรมดาแต่งจีวรเลียนแบบพระสงฆ์)
หรือช่องทีวี D-Station
19 กันยายน พ.ศ. 2552 " วันขับไล่ทรราชย์และสมุน " รวมพลังชาวไทยทั้งประเทศ เอาแผ่นดิน
บรรพบุรุษของเรากลับคืนมาจากทรราชย์ไดโนเสาร์คนขายชาติ หากเรารวมพลังได้ตั้งแต่ 1 ล้านคน ทรราชย์จะอยู่แผ่นดินนี้ไม่ได้แน่นอน
" for copy e-mail to thailand "
ความคิดเห็นที่ 2
รวมพลัง 19 กันยายน พ.ศ. 2552 " วันขับไล่ทรราชย์และสมุน , 15 กันยายน 2552 00:03
โรงเรียนเสื้อแดงกำหนด 7 ยุทธวิธีไล่รบ.อำมาตย์ ขัดขืนอำนาจรัฐ-ไล่ รมต.ทุกที่ ตั้งเป้าผลิต 1 ล้าน นักเรียนนปช. โรงเรียนเสื้อแดง สรุปแผนไล่รบ.อำมาตย์ กำหนด 7ยุทธวิธี ขัดขืนการใช้อำนาจรัฐ ฮือไล่รมต.-องค์กรอิสระทุกที่ วางเป้าผลิตนักเรียนนปช. 1 ล้านคน ขยายผลไปยังคนหนุ่มสาว ดึงคนใกล้ตัว-น.ศ.ร่วมขบวน โอ่ 19ก.ย.มีหมัดเด็ดน็อครัฐบาล
พท.ขู่"มาร์ค"ซ้ำรอย"ทักษิณ"
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่พรรคเพื่อไทย ถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายนนี้ว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจจะประกาศใช้ พ.ร.บ.การความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อควบคุมและใช้กำลังทหารเป็นหลัก ดังนั้น พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ทบทวนถึงผลดีและผลเสียของการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ เพราะน่าจะเป็นการยั่วยุทหารและประชาชนให้เกิดการเผชิญหน้าอีกครั้ง ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้วิเคราะห์แล้วว่าในวันที่ 19 กันยานยน จะมีประชาชนมาร่วมชุมนุมนับแสนคน ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีลดการเผชิญหน้า โดยใช้กฎหมายเท่าที่มีอยู่ก็น่าจะเพียงพอ
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคยังทราบว่าสายฮาร์ดคอร์ในหลายจังหวัดเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ซึ่งจะทำให้มือที่ 3 เข้ามาแทรกแซง จนทำให้อำนาจนอกระบบเข้ามาควบคุมสถานการณ์ อาจจะทำให้นายอภิสิทธิ์ตกเก้าอี้ เข้าลักษณะกงเกวียนกำเกวียนเหมือนกับกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไปประชุมที่สหรัฐอเมริกาแล้วไม่ได้กลับประเทศไทย จึงขอให้นายอภิสิทธิ์ทบทวนให้รอบด้าน อย่าฟังที่ปรึกษาสายเหยี่ยวเพียงอย่างเดียว ให้ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง
"จตุพร" ชี้นายกฯเข้ามุมอับเอง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ให้สัมภาษณ์ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 6 ถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงขว้างปาสิ่งของใส่นายกรัฐมนตรี ที่ จ.ลพบุรี ว่า เรื่องนี้ถือเป็นเพียงน้อยนิดกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์เคยทำ หากเทียบกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ถูกต่อต้าน กับที่นายอภิสิทธิ์สั่งสลายชุมนุมถือเป็นเรื่องเล็กน้อย และคนเสื้อแดงทำเต็มที่ก็ได้เพียงแค่นี้ ดังนั้น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ต้องกลัวไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่ต้องกลัวพวกเดียวกันเองที่ไปทรยศหักหลังใครมา นายอภิสิทธิ์ต้องรู้ว่าในโลกความเป็นจริงประชาชนไม่ได้เลือกให้นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ แต่ใช้วิธีอำมาตย์อุ้มมาเป็นรัฐบาล และบรรดาอำมาตย์ที่อุ้มนายอภิสิทธิ์ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว
นายจตุพรกล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า ยืนยันว่าหากวันดังกล่าวไม่มีเหตุการณ์อะไรก็จะชุมนุมถึงเพียง 24.00 น.เท่านั้น และหากมีการสร้างสถานการณ์ก็จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนำไปสู่หายนะ
"นายอภิสิทธิ์ต้องรู้ดีกว่าทำอะไรกับใคร อีกทั้งการตั้ง ผบ.ตร ลึกๆ แล้วต้องการชนะใคร แล้วคุณมีอะไรถึงกล้าไปชนะเขา ชนะแล้วจะได้อะไร ผมขอเตือนสติว่าสถานการณ์วันนี้คุณอภิสิทธิ์ทำตัวเองเข้ามุมอับเอง" นายจตุพรกล่าว
ลั่น"ป๋าเปรม"คือต้นตอปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 19 กันยายน พล.อ.เปรมจะไม่พักอยู่ที่บ้านสี่เสาฯ จะยังมีเป้าหมายบุกไปเหมือนเดิมหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า พล.อ.เปรมไม่มีทางอยู่ แต่วันที่ 19 กันยายน คือสัญลักษณ์แห่งการยึดอำนาจล้มล้างประชาธิปไตย คนที่เป็นแก่นแท้ยึดอำนาจคือ พล.อ.เปรม แม้ พล.อ.เปรมจะอยู่หรือไม่อยู่ที่บ้านสี่เสาฯก็มีค่าเท่ากัน และจะยังคงชุมนุมที่หน้าสี่เสาฯต่อไป ซึ่งหาก พล.อ.เปรมอยู่ในบ้าน คนเสื้อแดงก็จะไม่ทำอะไร แค่ชุมนุมเท่านั้น เพียงแต่มาบอกว่า พล.อ.เปรมคือต้นตอของปัญหาของประเทศ
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะโฟนอินมาในวันดังกล่าวหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ยังไม่มีการคุยกัน ยังไม่แน่นอน พ.ต.ท.ทักษิณเป็นแค่คนคน หนึ่งในกระบวนการประชาธิปไตย และทาง นปช.ต้องคุยเป็นมติก่อนว่าจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณมาโฟนอินหรือไม่
เดินหน้ายุทธศาสตร์ 2 ขา 2 แขน
นายจตุพรกล่าวถึงยุทธศาสตร์การต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงโค่นล้มรัฐบาลอำมาตยาธิปไตยภายใต้ยุทธศาสตร์ "เดินด้วย 2 ขา ทำงานด้วย 2 แขน" ว่า คนเสื้อแดงต้องจัดแถวจัดระเบียบ เพราะต่อสู้กับอำมาตย์ที่บงการประเทศนี้มายาวนาน มีกลไกประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง และเราจะต่อสู้โดยไม่จัดวางยุทธศาสตร์ก็จะต่อสู้ไม่ได้ การเปิดโครงการโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช.นั้น ก็คือจัดหมวดหมู่ จัดแนวทางให้การต่อสู้มีเป็นระบบ และหากไม่จัดระบบแบบนี้ก็จะเจอปัญหาการต่อสู้เหมือนเช่นในอดีตที่ได้ประสบมา
"การสถาปนารัฐใหม่ตามที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช.ได้พูดนั้น เพราะรัฐไทยวันนี้ได้ตายไปแล้ว ตายเพราะอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการได้ตายไปแล้วในวันนี้ ตายด้วยการหมดความน่าเชื่อถือ ซึ่งการยึดอำนาจ 19 กันยายนได้ดึงเอาสถาบันตุลาการมาเกี่ยวข้องกับการเมือง จนกระทั่งเมื่อบางคนกลับไปที่ศาล ความน่าเชื่อถือก็หมดไป ความหมายที่นายวีระพูดจึงต้องกระทำการในสิ่งที่ถูกต้องกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นไปอย่างยุติธรรม และนิติบัญญัติควรมีที่มาจากประชาชน บริหารต้องมาจากประชาชน และทำตามประกาศต่อประชาชน คือทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ของตัวเองไม่ก้าวล่วงกัน ซึ่งตอนนี้ทุกฝ่ายได้เละไปหมดแล้ว" นายจตุพรกล่าว
ร.ร.เสื้อแดงสรุป 7 ยุทธวิธีไล่รบ.
ด้านการอบรมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. "แดงทั้งแผ่นดิน" วันที่ 2 ที่ห้องแกรนด์บอลรูมฮอลล์ ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 6 ปรากฏว่า แกนนำกลุ่ม นปช.ได้แบ่งกลุ่มนักเรียนคนเสื้อแดงออกเป็น 10 กลุ่ม โดยจะมีแกนนำประกอบด้วย นายวิสา คัญทัพ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นางดารุณี กฤตบุญญาลัย นายประมวล ชูกลอง หรือ "เจ๋ง ดอกจิก" นายพายัพ ปั้นเกตุ นายประแสง มงคลศิริ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เป็นต้น ร่วมเป็นคณะครูผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ทุกกลุ่มได้แลกเปลี่ยนความเห็นในตลอดช่วงเช้าว่า จะนำนโยบาย นปช.ไปขยายผลในทางปฏิบัติอย่างไร และกำหนดยุทธวิธีการขับไล่รัฐบาลอำมาตยาธิปไตยและระบอบอำมาตยาธิปไตย
เวลา 15.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. สรุปรายงานผลการศึกษาของทั้ง 10 กลุ่ม ว่า หลังจากทุกกลุ่มได้เสนอความเห็นแล้วสามารถสรุปในส่วนการจะนำหลักนโยบาย นปช.ไปขยายผลในทางปฏิบัติได้ดังนี้
1.จัดศูนย์กลางให้ความรู้เรื่องวินัย โดยทำสื่อเป็นทั้งไทยและภาษาอังกฤษ
2.จัดสัมมนาในทุกพื้นที่
3.เสนอให้ นปช.ส่วนกลางจัดนิทรรศการ
4.ขยายผลไปยังคนหนุ่มคนสาว
5.ตั้งกรรมการแต่ละกลุ่มเพื่อประสานส่วนกลาง
6.เดินหน้าตามโครงการ 1 อำเภอ 1 วิทยุชุมชม 1 คน 1 เสื้อแดง โดยต้องสร้างคนเสื้อแดงให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ
7.ทำคนใกล้ตัวหรือสมาชิกในครอบครัวให้เป็นคนเสื้อแดงให้ได้
ประกาศไม่หนุนสินค้าอำมาตย์
"ส่วนยุทธวิธีการขับไล่รัฐบาลอำมาตยาธิปไตยและระบอบอำมาตยาธิปไตยนั้น สามารถสรุปจากทุกกลุ่มได้ อาทิ เคลื่อนไหวกดดันทุกที่ที่รัฐบาลอำมาตย์ไปโดยสันติวิธี สร้างห้องเรียนยุทธวิธีโดยมีรหัสคำสั่งและพร้อมที่จะเปลี่ยนรหัสคำสั่งเพื่อความปลอดภัย รณรงค์ให้คนใส่เสื้อแดง ขุดคุ้ยตีแผ่จุดอ่อนฝ่ายตรงข้ามต่อเนื่อง ขัดขืนต่อการใช้อำนาจของรัฐบาลชุดนี้โดยสันติวิธี หลีกเลี่ยงใช้คำว่าอารยะขัดขืน ประกาศตัวอย่างเป็นทางการไม่สนับสนุนสินค้าของระบอบอำมาตย์ เรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับคืนมา ถ้าหากเครือข่ายคนเสื้อแดงได้อำนาจรัฐกลับมาจะต้องสร้างเสรีภาพสื่อให้ไม่ตกอยู่ภายในสื่อกระแสหลัก โจมตีแขนขาระบอบอำมาตย์ตลอดไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือองค์กรอิสระ, เปิดรับสมัครแนวหน้าจรยุทธ์ เพื่อประสานกับกลุ่มเสื้อแดงในแต่ละพื้นที่เพื่อกดดันรัฐบาลอำมาตย์" นายณัฐวุฒิกล่าว
นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. "แดงทั้งแผ่นดิน" กล่าวปิดงานสัมมนาโรงเรียน นปช.รุ่นที่ 1 ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ว่า ขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องสร้างมวลชนเพื่อให้ได้มวลชนที่มีคุณภาพ เพราะเวลานี้มีคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินกว่าล้านคนกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ จึงมีคนถามว่า เมื่อไรเราจะชนะ จึงบอกว่า อีกไกล แต่หนทางที่จะชนะอย่างแท้จริงคือ ต้องมีมวลชนที่มีคุณภาพ ซึ่งตอนนี้เรามีมวลชนเสื้อแดงคุณภาพอยู่ 1,107 คน ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่เป็นมวลชนมาตรฐานหรือมวลชนคุณภาพของรัฐไทยใหม่ ซึ่งเป็นรัฐที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นรัฐที่ต้องปกครองโดยใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม มีนิติรัฐ และนิติธรรม ทั้งนี้ หลักนิติธรรม เป็นหลักแห่งฟ้าดิน ซึ่งจะบิดเบือนไม่ได้ ดังนั้น ต้องขอแสดงความภาคภูมิใจต่อพี่น้องทั้งหลายว่าพวกท่านคือ นปช.ที่มีคุณภาพ
ตั้งเป้าผลิตนักเรียนนปช.1ล้านคน
"หากเราสามารถผลิตนักเรียน นปช.ได้ 1 ล้านคน ก็จะสามารถได้คนเสื้อแดงนักประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ไม่ว่าเราจะชิ้วนี้ไปทางไหนประเทศนี้เป็นตามนิ้วที่คนเสื้อแดงชี้ ดังนั้น พวกเราต้องเป็นครูเพื่อหาลูกศิษย์สอนให้รู้จักแดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งไม่ต้องไปวิตกว่าจะเป็นแดงคอมมิวนิสต์ เดี๋ยวนี้ใครเรียกแบบนี้ถือว่าเชยแหลก ดังนั้น ท่านทั้งหลายต้องทำให้มีคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดินเร็ว" นายวีระกล่าว และว่า ถ้ามีนิสิตนักศึกษามารับรู้ปัญหา ก็จะได้พลังอันบริสุทธิ์ที่จะช่วยได้มาก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องตั้งชมรมนิสิตนักศึกษาแดงไปทุกมหาวิทยาลัยให้ได้ รวมทั้งจะเปิดโรงเรียนคนเสื้อแดงในภาคใต้ด้วย
นายวีระกล่าวว่า คนเสื้อแดงมีหมัดน็อครัฐบาลชุดนี้แน่ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องระวัง เพราะไม่ต้องการน็อคเพื่อนบ้าน เพราะคนเสื้อแดงจะพูดเรื่องนี้เฉพาะปัญหาของคนไทยเท่านั้น โดยจะไม่ปลุกระดมให้ไปเกลียดชังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะในวันที่ 19 กันยายนนี้ที่จะชุมนุมใหญ่ จะใช้อาวุธนี้ซัดรัฐบาลเพื่อฟ้องคนไทย 64 ล้านคน ว่าที่แท้จริงแล้วรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ที่ทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน ไม่ใช่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงการปิดสัมมนาอบรมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. "แดงทั้งแผ่นดิน" บรรดาแกนนำ นปช.ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียน นปช.รุ่นที่ 1 ที่เข้าอบรมด้วย
" รับฟังทรราชย์ขายขาติและขายเขาพระวิหารให้ต่างชาติ ได้ FM. 94.75 และ 105.75
หรือ 107.45 ( ระวังไปตรงกับคลื่น AS..ของคนธรรมดาแต่งจีวรเลียนแบบพระสงฆ์)
หรือช่องทีวี D-Station
19 กันยายน พ.ศ. 2552 " วันขับไล่ทรราชย์และสมุน " รวมพลังชาวไทยทั้งประเทศ เอาแผ่นดิน
บรรพบุรุษของเรากลับคืนมาจากทรราชย์ไดโนเสาร์คนขายชาติ หากเรารวมพลังได้ตั้งแต่ 1 ล้านคน ทรราชย์จะอยู่แผ่นดินนี้ไม่ได้แน่นอน
" for copy e-mail to thailand "
ความคิดเห็นที่ 1
คนกรุงแท้ , 14 กันยายน 2552 23:45
ก็ดีครับรีบๆเลือกผบ.ตร.ปัญหาจะได้จบไปอีกหนึ่งเปลาะครับ และยังมีอีกหลายปัญหาที่รอการแก้อีกมาก ผมขอเอาใจช่วยท่านนายกฯอภิสิทธิ์เดินหน้าชนกับปัญหาด้วยการใช้สติปัญญาโดยทุกแนวทางแก้ไขจะต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ต้องไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนเหมือนเช่นอดีตนายกฯคนก่อนๆ แล้วท่านนายกฯจะได้รับความสนับสนุนและความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มทุกชนชั้นอย่างแน่นอนครับ