เครือข่ายปัญญาสยามแนะทักษิณยื่นฎีกาเอง และอย่าเอาประชาชนไปกดดัน ย้ำรับโทษคดีที่ดินรัชดาจำคุก 2 ปี
นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ เลขาธิการเครือข่ายปัญญาสยาม กล่าวว่า เครือข่ายปัญญาสยามพุดคุยและให้ความสนใจในเรื่องนี้มาโดยตลอด มีการนัดพูดคุยและเสวนาเพื่อให้ความรู้กับประชาชนและสมาชิกปัญญาสยาม โดยเราเน้นว่าควรจะทำความเข้าใจว่าการยื่นฎีกาเรื่องใด มีขอบเขตเพียงไหน ซึ่งในที่นี้เราจะพูดถึงการยื่นฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษในกรณีที่คดีถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะแตกต่างจากการยื่นฎีกาในเรื่องอื่นๆ ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น ไม่ได้หมายความว่าพระมหากษัตริย์จะอยู่เหนือกฎหมาย หากแต่การใช้พระราชอำนาจต่างๆ ต้องเป็นไปตามบริบทของกฎหมาย
"การที่จะมีการยื่นฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษในกรณีที่คดีถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรมนั้น ผู้ยื่นถวายฎีกาไม่จำเป็นต้องยื่นรายชื่อเป็นจำนวนมากมายก็ได้ เจ้าตัวสามารถยื่นเองได้ อย่างไรก็ตามการยื่นถวายฎีกาในกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น สามารถยื่นถวายฎีกาได้ด้วยตัวเอง หากแต่ต้องเคารพกฎหมายด้วย"นพ.เฉลิมชัย กล่าว
โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องกลับมารับโทษจำคุก คดีที่ดินรัชดาเป็นเวลา 2 ปี และต้องแสดงสถานภาพให้เห็นว่าตัวเองยอมรับผิดและสำนึกผิดในความผิดที่ได้กระทำ การที่มีการระดมประชาชนเพื่อให้ไปยื่นรายชื่อถวายฎีกานั้นไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตและไม่ควรดำเนินการระดมรายชื่อเพื่อหวังกดดัน แต่หากจะระดมรายชื่อเพื่อเป็นกำลังใจให้พ.ต.ท.ทักษิณ ก็สามารถทำได้ แต่ไม่ควรนำไปซึ่งจะกลายเป็นเรื่องการเมือง อีกทั้งไม่ควรดึงสถาบันกษัตริย์มายุ่งกับการเมือง รัฐบาลควรรับผิดชอบอย่างเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ และอยากบอกว่า ไม่ควรเอาผิดกับประชาชนที่ไปลงชื่อ แต่ควรจะดำเนินการอย่างจริงจังกับกลุ่มที่ยั่วยุ