กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 12:28

วิสุทธิ์ย้ำตัดสิน44ส.ส. ยึดหลักกฏหมายรธน.

นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กกต.

"วิสุทธิ์" ระบุเน้นการทำงานสุจริต ย้ำสังคมแตกแยก เพราะไม่ยอมจำแนก อาจเป็นวิญญูชนจอมปลอมก็ได้ ยันชี้ขาด44ส.ส. ยึดกฏหมายรัฐธรรมนูญ

กกต.- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ กกต.ได้จัดพิธีต้อนรับ นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กกต. คนใหม่อย่างเป็นทางการและได้มอบช่อดอกไม้ให้ โดยนายวิสุทธิ์ ได้มอบโอวาทแก่พนักงานโดยใจความในตอนหนึ่งว่า อยากให้หน่วยงานเน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนใครจะเชียร์สีอะไร ก็ถือเป็นสิทธิส่วนตัวแต่ต้องแยกแยะการทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการรักษาความลับขององค์กร ซึ่งสำคัญที่สุด เพราะหน่วยงานนี้มีหน้าที่เอาคนเข้าสู่อำนาจและเอาคนออกจากอำนาจ เพราะฉะนั้นต้องเป็นกลางอย่าหวั่นไหวเข้ากับคนนั้นคนนี้ และต้องทำตามหน้าที่ ส่วนที่ตนเคยโดนอะไรมาบ้างนั้น อยากให้ไปอ่านคำพิพากษาและถามคนที่รู้จักว่าตนเป็นคนอย่างไร 

นายวิสุทธิ กล่าวต่อว่า สังคมทุกวันนี้ที่แตกแยก เพราะไม่ยอมจำแนกว่าอะไรคือความเห็น คำวิจารณ์และการทะเลาะ หากจำแนกไม่ได้ก็หาข้อสรุปไม่ได้ ปัญหาเวลานี้คือการที่เรามองว่าคนนั้นดีหรือไม่ดี

ทั้งๆที่อาจจะเป็นวิญญูชนจอมปลอมก็ได้ ดังนั้นต้องพิจารณาให้ดี ถ้าเราต้องการให้ประเทศเป็นนิติรัฐ ก็ต้องส่งเสริมประชาธิปไตยและต้องไม่ปกครองโดยอารมณ์ของคน 

ภายหลังการให้โอวาท นายวิสุทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาคุณสมบัติ 44 ส.ส.ถือหุ้นกิจการสื่อและสัมปทานรัฐว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นสำนวนดังกล่าว โดยต้องขอเข้าร่วมประชุมและศึกษาก่อน แต่เรื่องนี้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไร ก็คงต้องพิจารณาไปตามนั้น ซึ่งหากกฎหมายเขียนเปิดช่องอะไรไว้ก็อาจจะสามารถตีความไปตามช่องนั้นได้ แต่หากไม่ได้มีเปิดช่องไว้ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย ซึ่งการจะมาหาว่า กกต.คนนั้นคนนี้ไม่ยืดหยุ่นตีความตามตัวอักษรคงไม่ได้ เพราะเราต้องทำทุกอย่างโดยสุจริต

ส่วนที่มักมี ส.ว. ส.ส. โจมตี มาตรฐานของ กกต.นั้นขอให้คำนึงว่าการที่เราจะเป็นประชาธิปไตยได้จะต้องมีหลักเคารพในความสามารถเป็นอันดับแรก ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องแต่อยากให้เห็นค่าของคน และต้องมีเสรีภาพในความคิด แต่ต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเพราะ กกต.ตีความตามตัวบทกฎหมายมากเกินไปหรือไม่ จึงมีปัญหา นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า การตีความกฎหมายเราไม่มีสิทธิ์ใส่ความรู้สึกส่วนตัวหรือทำตามใจตัวเองไม่ได้ กฎหมายเขียนอย่างไรมีช่องทางอย่างไรต้องตีความตามนั้นและตนจะยึดเป็นมาตรฐานในการทำงาน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นการประชุม กกต.นัดแรกที่นายวิสุทธิ์ เข้าร่วม โดยมีนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เนื่องจากนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ติดภารกิจที่ประเทศเยอรมนี  

Tags : นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กกต.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

...ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์วิสุทธิ์ โพธิแท่น ที่ได้รับโปรดเกล้าเป็น กกต....มีความเชื่อโดยส่วนตัวว่า อาจารย์คงยึดนิติธรรมและนิติรัฐเป็นหลักในการคิด พูด ทำ เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยโดยรวมหลุดพ้นจากพวกนักกินเมืองมั้งหลายเสียที...
...ผมมีความเชื่อว่า หากผู้หลักผูใหญ่ในบ้านในเมือง ผู้มีอำนาจมีหน้าที่ในบ้านในเมืองยึดนิติธรรม(ถ้าเป็นคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ คงไม่ต้องถึงขนาดสี่หมื่นแปดพันพระธรรมขันธ์หรอก แค่ยึดศีลห้าเป็นหลักก็พอ) และ นิติรัฐ(บทบัญญัติของกฎหมายที่บังคับใช้ในขณะนั้น)ในการคิด พูด ทำ ความวุ่นวาย ความเดือดร้อน ความหายนะที่บังเกิดขึ้นกับประเทศไทยและคนไทยโดยรวมก็จะค่อยๆผ่อนคลาย แล้วท้ายสุดความสงบร่มเย็นเป็นปกติสุขก็จะกลับมาดังเดิม...
...ความสุจริต เที่ยงธรรม รวดเร็วโดยยึดนิติธรรมและนิติรัฐจะเป็นหลักและแนวทางซึ่งความเป็นปกติสุขของประเทศไทยและคนไทยให้กลับมา...
...ภาษาไทยถือเป็นเอกลักษณ์และสัญญลักษณ์ของประเทศไทยและความเป็นคนไทย หากต้องถูกนักกินเมืองและหรือพวกศรีธนญชัยบังอาจกระทำย่ำยี คนไทยทุกคนทุกท่านต้องลุกขึ้นมาร่วมกันปกป้องต่อสู้จนถึงที่สุด...
...โปรดฟังอีกครั้ง...การครอบครอง"หุ้นของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว."มีบทบัญญัติชัดเจนตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 เพียงแต่ว่า รัฐธรรมนูญ 2550 เพิ่มเติมขึ้นอีก สอง ประเด็น คือ...
...ประเด็นที่ 1. เพิ่ม มาตรา 48 ในรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ชัดขึ้นว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว.(ยังมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกหลายตำแหน่ง)ที่ไม่สามารถมีหุ้นได้แม้แต่เพียง"หนึ่งหุ้น"ในห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ และหรือวิทยุกระจายเสียง และหรือวิทยุโทรทัศน์ และหรือโทรคมนาคม สิ่งที่คนไทยทุกคนทุกท่านต้องทำความเข้าใจ คือ คำเชื่อมในภาษาไทยคำว่า..."และ" มีความหมายว่าอย่างไร..."หรือ"มีความหมายว่าอย่างไร..."และหรือ"มีความหมายว่าอย่างไร
...ประเด็นที่ 2.เพิ่มคู่สมรส บุตร และบุคคลอื่นที่พิสูจน์ได้ว่าเกี่ยวข้อง
...รัฐธรรมนูญ 2550 ว่าด้วยการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มาตรา 265 ถึง มาตรา 269 สามารถจัดแบ่งห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทที่ปรากฎในบทบัญญัติมาตราดังกล่าวไว้ชัดเจน สาม ประเภท คือ...
...ห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทประเภทที่ 1. คือ ห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทที่รับสัมปทาน...ถือหุ้นไม่ได้แม้เพียง"หนึ่งหุ้น" บังคับใช้กับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. และจะโอนหุ้นให้นิติบุคคลซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น โดยอ้างมาตรา 269 ก็ไม่ได้
...ห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทประเภทที่ 2. คือ ห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทที่เป็นคู่สัญญาในลักษณะผูกขาดตัดตอน...ถือหุ้นไม่ได้แม้เพียง"หนึ่งหุ้น" บังคับใช้กับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. และจะโอนหุ้นให้นิติบุคคลซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น โดยอ้างมาตรา 269 ก็ไม่ได้
...ห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทประเภทที่ 3. คือ ห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทอื่นๆทั่วไป(ไม่ได้รับสัมปทานและหรือเป็นคู่สัญญาในลักษณะผูกขาดตัดตอน)...ย้ำว่าบังคับใช้เฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี เท่านั้น ไม่บังคับใช้กับ ส.ส. ส.ว. และ ตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน อนุญาตให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนและหรือบริษัทประเภทที่ 3 ได้ไม่เกิน ห้า เปอร์เซนต์ ถ้าเกินต้องดำเนินการตามมาตรา 269
...ผมมั่นใจว่าหากกระบวนการยุติธรรมที่มีต่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม รวดเร็ว ประเทศไทยและคนไทยจะได้ความสงบสุขร่มเย็นกลับคืนมา...
...เมื่อคนไทยส่วนใหญ่มอบอำนาจนิติบัญญัติให้ ส.ส. และ ส.ว.(โดยการเลือกตั้งทั้งทางตรงและทางอ้อม) อำนาจบริหาร ให้นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี(โดยการเลือกตั้งทางอ้อม) นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยึดนิติธรรมและนิติรัฐในการคิด พูด ทำ และเมือ่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. บังอาจทำผิดและหรือละเมิดรัฐธรรมนูญ มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่กระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินการโดยสุจริต เที่ยงธรรม รวดเร็ว เพราะตัวอย่างในอดีต เป็นบทเรียนให้กับประเทศไทยและคนไทยมามากพอแล้ว ต้องให้ย้ำอีกไหม ตั้งแต่ 8 กรกฎาคม 2551 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา"ยงยุทธ ติยะไพรัช" จนถึง 2ธันวาคม 2551 กว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเป็นผลให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมชายฯสิ้นสภาพ ได้เกิดอะไรขึ้นบ้างกับประเทศไทยและคนไทย...
...ความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมคือการปฏิเสธการให้ความยุติธรรม และนำมาซึ่งความวุ่นวาย เดืดอร้อน หายนะต่อประเทศไทยและคนไทยโดยรวม...

ความคิดเห็นที่ 1

ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงเถอะจะก้มกราบ ยังไม่ทันไร ส.ส.ปชป.13 คนบอกว่าไม่ต้องลาออก มีพรายมากระซิบไม่แน่หรอกอาจหลุดหมดก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคนไทยก็วังเวงครับ สองมาตรฐานซ้ำแล้วซ้ำอีก ขนาดเปิดพจนานุกรมมาตัดสินยังค้านสายตาประชาชนเลย ผมไม่ตีเรือทั้งโกลนหรอกจะคอยดูถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดผมกะว่าจะเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง กกต.ผมไม่สงสัยหรอกเพราะทุกวันนี้ไม่มีผู้มีอำนาจชักอยู่เบื้องหลังเหมือนหุ่นโจหลุยอย่างแต่ก่อน แต่เหนือขี้นไปอีกนะซีหมาป่าตาแดงทั้งน๊าน ลองตัดสินแบบตาชั่งไม่เอนไม่เอียงให้ประชาชนชื่นใจสักครั้งได้ไ * ่าให้มันเหมือนที่ดิ นรัชดา เมียไม่ผิด ผัวดันติดคุก 2 ปีในศาลเดียวด้วย(ไม่ได้ว่าใครนะอย่ามากินปูนร้อนท้องก็แล้วกัน) แบบมัดมือชก ตายแน่..

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement