นายกฯเชื่อ"สุเทพ"เจรจา"ฮุนเซน" สำเร็จ ลดสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน "ไทย-กัมพูชา"ได้ พร้อมนำปัญหาทั้งสอยฝ่ายคุยเลขายูเอ็น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อเจรจาคลี่คลายปัญหาชายแดนไทยกัมพูชากับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี กัมพูชา ว่า น่าจะมีส่วนคัญในการคลี่คลายปัญหาเพราะในวันนี้นายสุเทพเดินทางไปเพื่อไปร่วมเปิดถนนซึ่งเป็นโครงการระหว่าง 2 ประเทศอยู่แล้ว
"การทำความเข้าใจกับปัญหาช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งอาจจะมีการข่าวสารที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรืออะไรก็น่าจะช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้น และเป้าหมายของเราเพื่อลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน ตนเชื่อว่าทำได้ และได้รับความร่วมมืออย่างดีกับทุกฝ่าย"
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้ง 2 ประเทศจะถอนกำลังออกมา นายกฯ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในพื้นที่และผู้บังคับบัญชาที่จะมีการพูดคุยกัน ตนเชื่อว่าจะมีแนวโน้มไปในทางที่ดี เพราะต้องอยู่ในกรอบการเจรจาของคณะกรรมการเจบีซี เมื่อถามว่าปัจจัยใดที่จะทำให้แนวโน้มเรื่องนี้ดีขึ้น นายกฯ กล่าวว่า การพบกันแต่ละครั้งก็เป็นไปด้วยดีและมีโครงการความร่วมมือหลายโครงการที่เราต้องการเดินหน้า
"ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นประโยชน์ร่วมกัน จริงๆแล้วหากมีความตึงเครียด และขัดแย้งไม่มีประเทศใดได้ประโยชน์ ทุกคนต้องพยายามช่วยให้คนของตัวเองให้ได้ประโยชน์มากที่สุด"
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าหลังการพบกันระหว่างนายสุเทพและสมเด็จฮุนเซน จะไม่มีการให้สัมภาษณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน นายกฯ กล่าวว่า ครั้งที่แล้วที่นายสุเทพและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมเดินทางไปกัมพูชา ช่วยทำให้หลายอย่างดีขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ก็ไปสานต่ออีกครั้ง ตนคิดว่าน่าจะเป็นไปในทางบวก
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยระบุว่ากัมพูชาไม่ยอมเจรจากับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ รัฐบาลจึงต้องส่งนายสุเทพไปเจรจาแทน นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่มีการมอบหมายและพูดคุยมาก่อนหน้านี้แล้ว นายกษิตยังประสานงานโยบายสำคัญอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า จะนำปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชาไปหารือในช่วงที่จะพบนายบัน คีน มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หากนายบัน คีน มุน สนใจตนก็ยินดีอธิบาย แต่ตนคิดว่าขอให้เป็นเรื่องที่มีความเจาะจงว่าต้องหยิบยกขึ้นมา
Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ • เขาพระวิหาร • ชายแดนไทย-กัมพูชา

ความคิดเห็นที่ 4
ประชาชาติธุรกิจ , 4 กรกฎาคม 2552 16:11
จาก"สกลนคร"ถึง"ศรีสะเกษ" ตอกย้ำ คนอีสาน ไม่พึงใจ "โอบามาร์ค" / "ทักษิณ" กำไรยกแผง ชิงตัดราคาพรรค "หุ้นปั่น" ตลาด ส.ส.ป่วนทั้งกระดาน
"ทักษิณ" กำไรยกแผง ชิงตัดราคาพรรค "หุ้นปั่น" ตลาด ส.ส.ป่วนทั้งกระดาน
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคง ขับเคลื่อนการเมืองแบบหลายทาง เพื่อหวังผล 2 ต่อ ในหมากกระดานอำนาจ
ต่อที่หนึ่ง ปั่นกะเพื่อชนะเลือกตั้ง เป็นพรรคเสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาล สมัยหน้า และต่อที่สอง ให้เครือข่ายคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวเพื่อเปิดทางให้ "ทักษิณ" กลับเมืองไทย โดยปราศจาก "คดี" ด้วยการ "ถวายฎีกา" ทั้ง "โฟนอิน" บนเวทีเสื้อแดง สายตรงถึงผู้สมัครตัวต่อตัว และยัง "ต่อสาย" ถึงพวกนักการเมือง "ขาใหญ่" ในบ้านเลขที่ 111 ที่กระจัดกระจายอยู่ในพรรครัฐบาล
ศูนย์กลางของขบวนการเคลื่อนไหว เพื่อต่อสู้ให้ชนะ 2 ต่อ ถูกปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จาก "ศูนย์พรรค" ไปเป็น "เวทีเสื้อแดง" แต่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับทฤษฎี "ขับเคลื่อนหลายทาง" เพื่อไปสู่เป้าหมาย ถูกทดสอบและ วัดผลได้แล้วใน 2 จังหวัด ที่มีการเลือกตั้งซ่อมทั้ง จ.สกลนครและศรีสะเกษ
มาร์เก็ตแชร์ที่พรรคเพื่อไทยได้เพิ่ม จนชนะ เฉพาะ 2 จังหวัด ได้เกือบ 3 แสนคะแนน ที่โหวตให้กับนายพิทักษ์ จันทศรี 63,034 คะแนน ใน จ.สกลนคร และโหวตนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ในพื้นที่ศรีสะเกษ อีก 124,327 คะแนน ทำให้ "ราคา" ต่อรอง ส.ส.อีสานพลิกผัน ชั่วข้ามคืน พรรค "หุ้นปั่น" ที่เคยสร้างราคาขาย "ล่วงหน้า" ในสนามอีสาน เพื่อเบียดแทรก "เพื่อไทย" เข้าสภาผู้แทน-ล้างอาถรรพ์จาก "ทักษิณ" จึงราคาร่วงหล่น ติดฟลอร์
ชัยชนะ 2 พื้นที่ในเขต "สีแดง" ในช่วง 2 สัปดาห์ต่อเนื่อง ทำให้กระดานการเมืองปั่นป่วนไปทั่วทุกพรรค ทั้งในขั้วฝ่ายค้าน และโหนให้ 5 พรรคร่วมรัฐบาลต้อง ประหวั่นพรั่นพรึง
ทั้งบรรดาผู้มีบารมีในพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) อย่างนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หรือนายพินิจ จารุสมบัติ- ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แห่งพรรคเพื่อแผ่นดิน (ผด.) แม้กระทั่งบรรหาร ศิลปอาชา ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรคชาติไทยพัฒนา ต้องตกตะลึง
มิพักต้องพูดถึง เนวิน ชิดชอบ"ผู้ก่อตั้ง" พรรคภูมิใจไทย ที่ลงสนามแข่งด้วยตัวเอง และได้บทเรียนมาแล้วทั้ง 2 สนาม ต้องถอยมาตั้งหลัก
การบริหารจัดการอำนาจและการบริหาร "คนการเมือง" จึงถูกส่งสัญญาณจากเครือข่าย "ทักษิณ" เพื่อเปลี่ยนแปลง "ราคา" ทั้งกระดาน
ทำให้ ส.ส.เพื่อไทยที่เตรียมตัวย้ายพรรคไปสังกัดพรรคหุ้นปั่น-แต่งตัวใหม่-ภูมิใจไทยต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย เพื่อรอจังหวะ-กระแสใหม่-ราคาใหม่
ตรงกันข้าม ส.ส.ในฝ่ายรัฐบาลบางคน ที่อาจแอบปันใจไปถือหุ้นเพื่อไทย ไว้ล่วงหน้า
ที่สำคัญ หากการตอกย้ำแบรนด์ "ทักษิณ" โดยใช้คนในตระ * ล "ชินวัตร" ทั้ง "เยาวเรศ-พายัพ-ยิ่งลักษณ์" และเครือข่าย จะยิ่งสร้างราคา-ปั่นกระแสให้ "หุ้นเพื่อไทย" ทะยานขึ้นติดเพดาน ยกแผง
หากมีทีเด็ด-ทีขาด-เพลี่ยงพล้ำ ก็ยังมี "คุณหญิงอ้อ" และ "พานทองแท้" เป็นอาวุธลับ ที่ปล่อยขึ้นเวทีเมื่อไรรับรองราคาล่วงหน้า-สามารถทำกำไร-เป็นกอบเป็นกำ
แม้กระทั่งญาติผู้พี่อย่าง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ยังออกหน้ามาแสดงพลัง สนับสนุนขอพระราชทานอภัยโทษ ให้มีการยื่นถวายฎีกายามน้ำขึ้น
ทำให้ "แกน" ของแนวร่วมระดับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในหัวโขน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องขยับตาม ไม่คัดค้าน-ขัดขวางเรื่องถวายฎีกา แต่ให้เป็นไปตามน้ำในนาม "ส่วนบุคคล"
ชัยชนะและจังหวะก้าว-จังหวะคิด ของ "ทักษิณ" ทำให้เกิด "เดดล็อก" ส.ส.ทั่วทั้งกระดานต้อง "หยุดนิ่ง" อยู่กับที่
โดยมีคำประกาศอย่างไม่เป็นทางการข้ามฟ้ามาจากดูไบ-ทะเลทรายที่ร้อนระอุ ส่งสัญญาณจากนี้ไปอีกไม่กี่วันจะมีการ เป่านกหวีดประกาศ "ราคากลาง" หาก ส.ส.จะไป-ใครจะอยู่ จะต้องรีบเข้ารายงานตัว ตามวัน-เวลาที่กำหนด เพื่อปรับฐานกระดานอำนาจ
หากพ้นจากวันที่กำหนด ก็ต้องไปอยู่ขั้วตรงกันข้าม และเตรียมตัวสู้กับ "ทักษิณและพวก"
ที่สำคัญ หากต้องการได้รับการเลือกตั้งเข้าสภาผู้แทนสมัยหน้าต้องอยู่นิ่งๆ ในพรรค โดยไม่ต้องตั้ง คำถามว่าใครคือหัวหน้าพรรคตัวจริง
แม้ระหว่างนี้จะมี "หัวหลอก"ปล่อยชื่อ "มนูญกฤต รูปขจร" และตัวละครลวงอย่าง "พัลลภ ปิ่นมณี" โดยมี "เฉลิม อยู่บำรุง" เป็นตัวพราง
สุดท้ายการตัดสินใจให้ใครขึ้นเป็น "หัวจริง" ย่อมต้องเป็นไปตาม "โผ" ที่มาจาก "ดูไบ" เท่านั้น
ทั่วทั้งตลาดการเมืองจึงให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า "หุ้นเพื่อไทย" ยังสามารถสร้างราคาให้มีความแข็งแกร่งทั้งเครือข่าย-แบรนด์-ความได้เปรียบ ด้านต้นทุนและกระแสเงินสดที่ดีกว่าคู่แข่ง
เจ้าของหุ้น-พรรคเพื่อไทยจึงคงยังรักษาความสามารถในการจ่าย "ปันผล" ได้มากกว่าพรรคอื่น
--------------------------------------------------------------
จาก"สกลนคร"ถึง"ศรีสะเกษ" ตอกย้ำ คนอีสาน ไม่พึงใจ "โอบามาร์ค"
แล้วที่สุดพรรคเพื่อไทยก็ชนะการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ศรีสะเกษ เขต 1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ไปตามความคาดหมาย หลังจากประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษออกจากบ้านไปคูหาเลือกตั้งเทคะแนนให้นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทยถึง 123,557 คะแนน ทิ้งห่าง นางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรค ชาติไทยพัฒนาที่ได้เพียง 76,435 คะแนน ทิ้งห่างกันเกือบ 5 หมื่นคะแนนของผู้ออกมาใช้สิทธิจำนวน 210,610 คน จากผู้มีสิทธิทั้งหมด 340,766 คน คิดเป็นร้อยละ 61.80
ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยยังรักษาเก้าอี้ ส.ส.ในภาคอีสานเอาไว้ได้อีก 1 แห่งในการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร (21 มิถุนายน) โดย นางอนุรักษ์ บุญศล ผู้สมัครจาก พรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท้วมท้น 83,348 คะแนน ทิ้งห่าง นายพิทักษ์ จันทศรี ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ชนิดไม่เห็นฝุ่นที่ได้เพียง 47,235 คะแนน ทำเอา "เนวิน ชิดชอบ" ผู้จัดการแห่งภูมิใจไทยเจ็บลึกอยู่หลายวัน
ขณะที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ออกอาการหัวเสียกับการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ และประธานคณะกรรมการประสานงานภาคอีสานพรรคเพื่อไทยประกาศว่า ชัยชนะที่พรรคได้รับในการเลือกตั้งซ่อมทั้งสกลนคร และศรีสะเกษมีผลต่อสถานะความมั่นคงและจิตใจของ ส.ส.หลายฝ่าย
ชัยชนะจากสกลนครถึงศรีสะเกษ ที่ส่งผลให้บรรยากาศในพรรคเพื่อไทย กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง หลายเสียงวิเคราะห์ตรงกันว่าเป็นเพราะพลังของทักษิณในอีสานยังแรงไม่ตก แม้จะไม่ชอบพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ก็ไม่ได้ เกลียดทักษิณตามไปด้วย
โพล "ลับ" บางสำนักระบุว่า ถ้ายุบสภาเลือกตั้งในเร็ววันนี้ พรรคเพื่อไทยมากุมเสียงข้างมากอย่างค่อนข้างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม แม้หลายเสียงจะอ้างว่าชัยชนะในภาคอีสานรอบนี้เป็นเพราะกระแสทักษิณ แต่เอาเข้าจริงแล้วปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือบทสะท้อนความนิยมของประชาชนในภาคอีสานต่อรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำอย่างแท้จริง
เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อบริหารงานครบ 3 เดือน พ.ศ.2552 โดยได้สำรวจระหว่างวันที่ 1-20 เมษายน 2552 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน ทั้งสิ้น 7,800 ราย
จากผลสำรวจพบว่า คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมั่นใจรัฐบาลโอบามาร์ค 47.1 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าทุกภาค ขณะที่คนกรุงเทพฯมั่นใจในการทำงานของรัฐบาล 62.2% คนภาคกลาง 63.9% คนภาคเหนือ 61.4% คนภาคใต้ 85.2% เฉลี่ยทั่วประเทศ 60.6%
ส่วนความไม่มั่นใจที่มีต่อรัฐบาลพบว่า คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่มั่นใจรัฐบาลมากที่สุด คือ 33.2% คนกรุงเทพฯมั่นใจ 24.6% คนภาคกลาง 21.4% คนภาคเหนือ 19.9% คนภาคใต้ 7.6% เฉลี่ยทั่วประเทศ 23.5%
นอกจากนี้ ยังพบว่านโยบายของ รัฐบาลที่ประชาชนพึงพอใจมากที่สุด การสนับสนุนการเรียนฟรี 98.2% การให้เบี้ยยังชีพกับผู้สูงอายุ 98.1% การจัดสรร ค่าตอบแทนให้ อสม. 97.3% นมโรงเรียน 97% นโยบาย 5 มาตรการ 6 เดือน 96.4% การเพิ่มค่าครองชีพให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน 94.9% เช็คช่วยชาติ 2,000 บาท 87.6%
ส่วนความพึงพอใจของประชาชน ต่อการบริหารงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นรายภาคพบว่า คนกรุงเทพฯ พอใจการบริหารงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ 91.4% คนภาคกลาง 94.1% คนภาค เหนือ 96.2% คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 89.8% คนภาคใต้ 98.8% เฉลี่ยทั่ว ประเทศ 93.4%
ขณะที่ความไม่พึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์เป็นรายภาคพบว่า คนกรุงเทพฯไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ 8.6% คนภาคกลาง 5.9% คนภาคเหนือ 3.8% คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10.2% คน ภาคใต้ 1.2% เฉลี่ยทั่วประเทศ 6.6%
โพลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ อาจเป็นฝันร้ายของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย !
หน้า 32 ประชาชาติธุรกิจ
ความคิดเห็นที่ 3
manager , 4 กรกฎาคม 2552 14:25
กษิตนักเลงวัดดอนหายไปใหนแล้วเห็นว่าเมื่อก่อนเก่งนักขึ้นเวทีด่าเขาแล้วตอนนี้ไปมุดหัวอยู่ใหนมีรัฐมนตรีเป็นนักเลงประเทศก็เลยวุ่นวายเพราะเพื่อนบ้านเขารังเกียจเทพเทือกเลยวิ่งวุ่นทั้งเคลียกับเนวินนี่ต้องไปเคลียร์กับฮุนเซนอีกรู้สึกเทือกจะถูกชะตากับพวกเขมรหว่ะ555555555555
ความคิดเห็นที่ 2
lamai98 , 4 กรกฎาคม 2552 14:25
พอนายสุเทพ กลับถึงไทยก็โดนนายฮุนเซ็นด่าตามหลัง เลิกเอาเกียรติภูมิของคนไทยไปขายหน้าเขาเถอะนายก อยู่เฉยๆไม่แกว่งปากไปจุนกับใครเขาก็พอแล้วพระวิหารบรรพบุรุษไทยก็ไม่เคยไปสร้างไว้ อาจมีบ้างก็ตอนขอมเรืองอำนาจจับคนไทยไปเป็นทาษเอาไปสร้างปราสาท การเมืองเรื่องของประเทศ อย่าคิดจะเอาชนะคะคานกันเลย ท่านดิ้นไปก็ไม่มีวันจะชนะเขา มันเป็นของเขาไปตั้งแต่ขอมเรียงหินสร้างปราสาทก้อนแรก และต่อมาก็แพ้เขาในการฟ้องศาลโลกสมัยจอมพลสฤษดิ์ แล้วเห็นนายกเขมรเขาแถลงการณ์ตามหลัง เขาด่าประเทศไทยไม่มีชิ้นดี ไปเชื่อนายสุวิทย์เลย พอเถอะ แค่ไม่ให้เขายึดครองแผ่นดินที่ทับซ้อนพวกท่านก็ไม่มีปัญญาแล้วอย่าคิดเอาชนะรัฐบาลพรรคพลังประชาชนเลย ชักเรือเข้าลึก ชักศึกเขาบ้าน รักษาหน้าประเทศดีกว่ารักษาหน้าพวกท่าน พวกท่านไม่มีหน้าจะเสียแล้วกล้วเขาจะไม่มาประชุมร่วมยอมเขาหน้าคนไทยไปขาย ไร้เกียรติให้เขมรด่าทุกวัน คลานสี่ตินไปหาเขาไม่อายเขาหรือ เงินก็ให้เขา วัตถุโบราณก็เอาไปมอบให้เขานึกว่าเขาจะรักษาหน้าพวกท่านกลับมามันก็ด่าตามก้น เขาพูดกระทั้งว่า ถ้าจะรบกับเขมร ต้องทหารไทย 5 คนถึงจะสู้กับทหารเขมรได้ 1 คนพวกมันพูดขนาดนี้ ท่านแม่ทัพนายกองไม่อายเขาหรือ ถ้าใจไม่ถึงก็อย่าไปวุ่นกับเขมรดีกว่า พวกท่านแนะนำนายกบ้าง พูดกับเขาพูดได้ แต่เขาคงไม่ทำอย่างที่พวกท่านต้องการ สิ่งที่ควรทำจะเจรจาราบรื่น ท่านต้องไปเรียนกับอิสราเอล เขารักษาดินแดนเขาอย่างไร ไม่ใช่เดินเลาะชายแดนเล่นเฉยๆ คางคกถ้ายางหัวไม่ตก มันไม่รู้สึกหรอก พวกลูกหลานพญาละแวกต้องเด็ดขาดกับพวกมัน มัวแต่คิดว่าเขาเป็นพี่น้องเลิกคิดเถอะ คอยดูนายสุเทพ กลับมาก็มาฟุ้งอีก สำเร็จ เป็นไปด้วยสันติไมตรี พูดไปเถอะ นายอภิสิทธิไม่ได้คิดเรื่องอะไรหรอกนอกจากเรื่องประชุมกลัวเขาจะไม่มา มีแค่นี้จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 1
มรรค๘ , 4 กรกฎาคม 2552 14:22
เข้าสูตรคำสอนของพระที่ว่า ทะเลาะกันขาดทุนทั้งคู่ นายอภิสิทธิ์ นอกจากจะทะเลาะกับเสื้อแดง แล้วยังไปทะเลาะกัยเขรอีก เลยขาดทุน ๒ เด้ง นอกจากนี้ยังขัดแย้ง ทั้งภายในพรรคและพรรคร่วม จึงมีแต่ขาดทุนกับขาดทุน ตลอดเวลา และคงจะขาดทุนต่อไป เพราะนิสัยของนายอภิสิทธิ์ ยึดติด ตัวข้าของข้า ข้าเก่ง ข้าถูก ข้าแน่ จึงทำนายจุดจบไม่ยาก พระท่านสอนว่า คนที่ยึดติดตัวข้าของข้า จะเป้นคนที่มีมิจฉาทิฏฐิ จะเดินผิดทาง จึงพบแต่ความทุกข์ เหมือนตกนรกทั้งเป็น(พุทธทาส) หาความสำเร็จไม่มี จะเป็นจริงตามที่พระสอนหรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไปครับ