กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 1 กรกฎาคม 2552 02:02

เตรียมยื่นศาลปค.เบรก คลังห้ามจ่ายยาสมุนไพรนอกบัญชี

เครือข่ายยาสมุนไพรฯ ชี้ระเบียบก.คลังห้ามจ่ายยาสมุนไพรนอกบัญชี บีบคนไปใช้ยาแผนปัจจุบัน กว่า 1.2แสนล้านบาท เป็นยาสมุนไพรแค่3% อีก2วันสรุปฟ้อง

นายวีรพงษ์ เกรียงสินยส ผู้จัดการมูลนิธิสุขภาพไทย ในฐานะแกนนำเครือข่ายการใช้ยาสมุนไพรแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีกระทรวงการคลัง ออกแนวทางการเบิกจ่ายยา โดยห้ามเบิกจ่ายยาสมุนไพรที่อยู่นอกบัญชียาหลักแห่งชาตินั้น ในวันนี้ (30 มิ.ย.) ทางเครือข่ายได้เข้ายื่นหนังสือคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้

ภายหลังจากได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่าเป็นคำสั่งไม่ถูกต้อง และมีความไม่ชอบมาพากล เนื่องจากเรื่องนี้หลังจากที่มีการนำเสนอข่าว และเรื่องเพื่อของทราบข้อเท็จจริงในการออกแนวทางปฏิบัตินี้ กลับไม่ได้รับคำชี้แจงใดๆ จากรองปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ดูแล

นายวีรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนในหนังสือคำสั่งกระทรวงการคลังที่อ้างข้อมูลการศึกษาของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) ทางเครือข่ายได้ขอข้อมูลดังกล่าวจากกระทรวงการคลัง แต่กลับไม่ได้รับข้อมูลอะไรเลย และเมื่อสอบถามไปยัง สวรส. ก็ทราบแต่เพียงว่ามีนักวิชาการที่อยู่ภายใต้ร่ม สวรส. เป็นผู้ทำการศึกษาและเก็บข้อมูล แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ค่าใช้จ่ายด้านยากว่า 120,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายยาแผนปัจจุบัน ในส่วนยาสมุนไพรนั้นมีเพียงแค่ 3% หรือแค่ 3,600 ล้านบาทเท่านั้นและในความเป็นจริงอาจน้อยกว่านั้น ถือว่าน้อยมากแต่ทำไมจึงมาปรับลดค่าใช้จ่ายยาสมุนไพรแทน ทำให้กระทบต่อการพัฒนายาสมุนไพรไทยของประเทศ

นายวีรพงษ์ กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติห้างเบิกจ่ายยาสมุนไพรนอกบัญชีนั้น จะเริ่มต้นใช้ในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.) ซึ่งทางเครือข่ายเป็นห่วงว่า ในวันพรุ่งนี้จะเกิดความปั่นป่วนในโรงพยาบาล เนื่องจากประชาชนในระบบสวัสดิการข้าราชการที่เคยเบิกค่ายาสมุนไพรและรักษาบำบัดได้ จะเบิกไม่ได้ เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบเรื่องนี้ และอาจขัดแย้งกับทางโรงพยาบาลได้ นอกจากนี้โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีรายการบัญชีเบิกจ่ายยาบัญชีเดียวที่ใช้ 3 ระบบรักษาพยาบาล ทั้งหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และประกันสังคม จึงเกรงว่า การห้ามเบิกจ่ายยาสมุนไพรในระบบข้าราชการจะส่งผลต่อการเบิกจ่ายในระบบอื่นๆ ด้วย

"นายกรัฐมนตรีเองก็งงกับการออกแนวทางปฏิบัติของกระทรวงการคลัง และจากการเข้าพบ นายกรัฐมนตรีแค่บอกว่าจะดูให้เท่านั้น ทั้งๆ ที่หนังสือที่ทางเครือข่ายยื่นไปนั้น ขอให้เลื่อนการบังคับใช้ออกไปก่อน"

แกนนำเครือข่ายการใช้ยาสมุนไพรประเทศไทย กล่าวอีกว่า เรื่องนี้อาจมีผลประโยชน์บริษัทยาเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหากเบิกจ่ายยาสมุนไพรนอกบัญชียาหลักไม่ได้ ซึ่งมีรายการมากกว่ายาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ผู้ป่วยต้องหันกลับไปใช้ยาแผนปัจจุบันแทน ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์ต่อบริษัทยาในระยะยาว แถมยังเป็นการสกัดกั้นการวิจัยยาสมุนไพรด้วย ขณะนี้ทางเครือข่ายจะอยู่ระหว่างการหารือกับนักกฎหมาย เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งจะทราบผลสรุปภายใน 2-3 วันนี้

Tags : วีรพงษ์ เกรียงสินยศ มูลนิธิสุขภาพไทย เครือข่ายการใช้ยาสมุนไพร

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

แบบไทยๆ เราต้องปลูกฝัง สั่งสอนให้กินสมุนไพรไทย ใช้สมุนไพรไทยเพื่อป้องกันโรค ปฐมพยาบาลตัวเอง รักษาตัวเองก่อนเป็นขั้นแรก ศึกษาสรรพคุณของฟ้าทะลายโจร เสลดพังพอน กระเทียม มะรุม ฯลฯ ถ้าไม่หาย ไม่ได้ผลจึงค่อยไปหาหมอคลีนิก หมอโรงพยาบาล ร้านขายยาเพื่อเอายาจากโรงพยาบาลมากิน ..อย่าไปวิตกจริต ฟุ้งซ่าน กินยาหลายขนานจนในกระเพาะมีแต่ยา ตัวพรุนไปด้วยเข็มฉีดยา

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement