กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 19 มิถุนายน 2552 18:26

ศาลปกครองสั่งระงับส่งชื่อตั้งสมาชิกสภาที่ปรึกษาศก.

พนัส ไทยล้วน

พนัส ไทยล้วน เข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (แฟ้มภาพ)

ภาพประกอบข่าว

ศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราวฟ้องเพิกถอนสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯชุด3 ระงับเสนอนายกฯประกาศราชกิจจาฯ เหตุพบพิรุธสายสัมพันธ์เครือญาติ

ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลาง โดยนายชาชิวัฒน์ ศรีแก้ว ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดีฟ้องเพิกถอนการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชุดที่ 3 มีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้คณะกรรมการสรรหาฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ระงับการรับรองรายชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกกันเองเพื่อเป็นสมาชิสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ในสัดส่วนของกลุ่มการผลิตด้านการบริการ

และให้สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ระงับการส่งชื่อบุคคลดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่ 1 เพื่อดำเนินการประกาศรายชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ในราชกิจจานุเบกษา ไว้ชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าในการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ โดยการเลือกกันเองดังกล่าว ปรากฏว่า มีกรรมการสรรหาฯ 2 ราย คือ นายอำนาจ จงยศยิ่ง และนายอรรถการ ตฤษณารังสี มีสถานะเป็นสามีของนางผ่องพรรณและนางรัตนา ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบในการคัดเลือกกันเอง ในกลุ่มการผลิตด้านการบริการ

นอกจากนี้ นายพนัส ไทยล้วน กรรมการสรรหา ยังมีสถานะเป็นบิดาของนายนพพนธ์ และพี่ชายของนายสุชาติ ซึ่งเป็นบุคคลได้รับความเห็นชอบในการคัดเลือกกันเอง ในกลุ่มพัฒนาระบบแรงงาน

เช่นเดียวกับ นายสุธรรม จิตรานุเคราะห์ กรรมการสรรหา ก็มีนามสกุลเดียวกับนางอัมพร ที่เป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบในการคัดเลือกกันเองในกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งผู้ฟ้องอ้างว่าบุคคลทั้ง 2 เป็นคู่สมรสกัน จึงปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการสรรหาฯว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งศาลจะวินิจฉัยเนื้อหาของคดีต่อไป 

แต่ชั้นนี้ ศาลเห็นว่า การสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย หากให้การสรรหาดำเนินต่อไปอาจทำให้ผู้ฟ้องทั้ง 2 เสียสิทธิที่จะได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ อย่างเป็นธรรม

ขณะที่การจะมีคำสั่งให้กรรมการสรรหาฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ระงับการรับรองรายชื่อบุคคลที่ได้รับคัดเลือกกันเองเฉพาะในกลุ่มการผลิตด้านการบริการ และให้สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ระงับการส่งรายชื่อบุคคลดังกล่าวไปให้นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ดำเนินการประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษานั้น ศาลเห็นว่า ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของรัฐแต่อย่างใด เพราะสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าจะมีการสรรหาชุดใหม่ ตามที่พรบ.สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ บัญญัติไว้

ดังนั้น ศาลปกครองจึงมีคำสั่งให้คณะกรรมการสรรหาฯผู้ถูกฟ้องที่ 3 ระงับการรับรองรายชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกกันเองเพื่อเป็นสมาชิสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ในสัดส่วนของกลุ่มการผลิตด้านการบริการ และให้สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ระงับการส่งชื่อบุคคลดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่ 1 เพื่อดำเนินการประกาศรายชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ในราชกิจจานุเบกษา ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น 

ผู้สื่อข่าวรายงาน คดีนี้นายเกษม จันทร์น้อย และนายเกรียง วิศิษฎ์สรอรรถ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งสมัครเข้ารับการสรรหา เป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ฯ ชุดที่ 3 ในสัดส่วนที่เป็นผู้มีสิทธิคัดเลือกกันเองในกลุ่มการผลิตด้านการบริการ ในนามองค์กรสมาคมการประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทยและสมาคมหมอความยุติธรรม ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี, สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, คณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ และคณะอนุกรรมการสรรหาฯ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4

เรื่องหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการสรรหาและประกาศรายชื่อบุคคลที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ชุดที่ 3 เนื่องจากการได้มาซึ่งคณะกรรมการสรรหาไม่ได้เป็นไปตามพรบ.สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2543 เพราะสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯผู้ถูกฟ้องที่ 2 ไม่ได้ให้ปลัดกระทรวงและอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษา มาประชุมเพื่อคัดเลือกกันเอง ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แต่กลับส่งเอกสารให้เลือกกันเองทางไปรษณีย์ และใช้โทรศัพท์ติดต่อ เพื่อให้สมยอมกันลงคะแนนเสียง

นอกจากนี้ เมื่อปลัดกระทรวงและอธิการบดีไม่เคยมาประชุม และให้ผู้อื่นประชุมแทน ซึ่งรับเบี้ยประชุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะเดียวกัน การคัดเลือกองค์กรเข้ามาเป็นคณะกรรมการและอนุกรรมการสรรหาฯ ก็มีอดีตเลขาธิการของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ อยู่เบื้องหลัง โดยผู้ที่เข้ามาเป็นอนุกรรมการสรรหามีองค์กรจำนวนมากที่ไม่ได้ดำเนินการอย่างแท้จริงต่อเนื่อง 2 ปี อีกทั้งยังมีการแสวงหากำไร หรือรายได้ซึ่งขัดต่อหลักเกณฑ์และคุณสมบัติ ซึ่งทำให้การลงคะแนนคัดเลือกบุคคลที่จะมาเป็นสมาชิภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ โดยการคัดเลือกกันเอง มีการสมยอมให้กับพวกของตนเอง

เช่น นางผ่องพรรณ จงยศยิ่ง ในกลุ่มการผลิตด้านการบริการ เป็นภรรยาของนายอำนาจ ซึ่งเป็นกรรมการสรรหาฯ นางรัตนา ตฤษณารังสี ในกลุ่มในกลุ่มการผลิตด้านการบริการ เป็นของนายอรรถการ ซึ่งเป็นกรรมการสรรหาฯ เป็นต้น จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ 1.เพิกถอนประกาศของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 2 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา 21 คน ลงวันที่ 25 พ.ย.51

2.เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการสรรหาฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 6 คณะ คณะละ 12 คนเพื่อสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ลงวันที่ 4 ก.พ.52 และเพิกถอนมติคณะกรรมการสรรหาฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 3 วันที่ 1 พ.ค.52 เรื่องรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิ์คัดเลือกกันเองเพื่อเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ รวมทั้งเพิกถอนการประชุมวันที่ 24 พ.ค.52 ลงคะแนนคัดเลือกกันเองของกลุ่มในภาคเศรษฐกิจ กลุ่มการผลิตด้านการบริการเพื่อเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ

3.ให้ศาลสั่งระงับการประชุมในวันที่ 8 มิ.ย.52 ของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ และคณะกรรมการสรรหาฯ ผู้ถูกฟ้องที่ 2 -3 เพื่อห้ามไม่ให้ลงนามอนุมัติเห็นชอบผลคะแนนในวันที่ 24 พ.ค.52 และให้ตกเป็นโมฆะ ไม่ให้มีผลบังคับใช้เพื่อให้สรรหาคัดเลือกและเลือกกันเองใหม่ให้ถูกต้อง และระงับไม่ให้ผู้ถูกฟ้องที่ 2-3 ส่งเรื่องการรับรองประกาศผลเลือกตั้งสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯไปให้นายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องที่ 1 ลงนามเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวมทั้งระงับไม่ให้ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ลงนามรับรองเห็นชอบผลการเลือกสรรหา

ประชุมสภาที่ปรึกษาฯ ล่ม

"โคทม"นัดถกข่าวฉาวสภาผัวเมียเครือญาติ "25สป."เฮศาลสั่งระงับรับรอง เผยมีไม้เด็ดในชั้นศาล 

ที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สป.) นายโคทม อารียา ประธาน สป.ชุดที่ 2 เรียกประชุมสมาชิกสป.ชุดที่ 2 นัดพิเศษ จากกรณีนายสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกสป.ชุดที่ 2 พร้อมสมาชิกอีก 25คนเข้าชื่อขอให้เปิดประชุมนัดพิเศษเพื่ออภิปรายถึงกระบวนการสรรหาสมาชิกสป.ชุดที่ 3 ที่พบความไม่ชอบมาพากล โดยหนังสือเชิญประชุมเวลา 13.30 น. แต่เวลาล่วงไปถึง 14.30 น. มีผู้มาเพียง 40คนไม่ครบองค์ประชุม จึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 25 ก.ค. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมแกนนำกลุ่มยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้เดินแจกสำเนาเอกสารคำสั่งศาลปกครองกลาง 2 ชุด ประกอบด้วยคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการส่งรายชื่อบุคคลที่อยู่ในกลุ่มการผลิตด้านการเกษตรและกลุ่มการผลิตด้านบริการให้ประกาศรายชื่อสมาชิกสป.ในราชกิจจานุเบกษา เป็นการชั่วคราว จนกว่าคดีจะสิ้นสุด หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น 

นายสุรพล ดวงแข ผู้เข้ารับการสรรหาในกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การลงคะแนนของกลุ่มผู้คุณวุฒิมีความแนบเนียนมาก ดูไม่ออกว่ามีการบล๊อกกัน แต่มีข้อสงสัยหลายประการ ขณะนี้ผู้ทรงคุณวุฒิกำลังรวบรวมข้อมูลในเร็วๆนี้ โดยอาจจะมีไม้เด็ดเพื่อนำคดีเข้าสู่ศาลในเร็วๆนี้

Tags : พนัส ไทยล้วน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8

ตอนสมัคร สสร.ก็มีการบล็อคโหวต เรียกประโยชน์

เป็นกรรมการสรรหา สป.ก็แนวเดียวกัน

แพร่เชื้อให้เครือข่ายเด็กใหม่อีก

วงการบล็อคโหวตรู้จักกันดี

ร่วมกำจัดคอรัปชั่นให้สิ้นเพื่อแผ่นดินไทยอยู่รอด

ความคิดเห็นที่ 7

ได้ค่าจ้างโหวดตามโผ5000เหล้า1ขวดต้องเอาไปคืนไหม

แล้วที่จ่าย300000จะได้คืนไหม

ความคิดเห็นที่ 6

ศาลปกครองให้ความเป็นธรรมเป็นกำลังใจคนดี
และต้องควบคุมคนไม่ดีไม่ให่ก่อความเดือดร่อนวุ่นวายได้

ความคิดเห็นที่ 5

โอ วรุฒ วรธรรม ไง

ที่แอบไปทำลูกสาวชาวบ้านเค้าท้อง

โดย ไม่ได้แต่งงาน และ จดทะเบียนสมรสด้วย

คิดว่าเป็นดาราแล้วทำแบบนี้ เหมาะสมที่จะ

เป็นตัวอย่างที่ดี ให้เด็กๆในประเทศไทยหรอ

แต่งงานก็ไม่ได้แต่ง จดทะเบียนสมรสก็ไม่ได้จด

แล้วพ่อผู้หญิงคนนี้เค้าจะคิดยังไงนี่ ตัวอย่างที่ดีของเด็กไทยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4

สุดท้าย ไม่ว่าผู้ดีมีจนแม้แต่ผู้มีการศึกษาที่ว่าดีมากๆ ขนาดระดับอาจารย์มีจากแหล่งชื่อเสียง ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นการเห็นแก่ประโยชน์พวกพ้องเป็นที่ตั้ง คิดเอาเปรียบสร้างกลุ่มสร้างฐานอำนาจเพื่อผลประโยชน์วันหน้าทั้งสิ้น หมดยุดหนุนคนดีคนเก่งกลายเป็นยุคหนุนลูกหนุนเมียหนุนผัวหนุนพ่อหนุนแม่ไปแล้ว
เต็มไปด้วยสุนัขจิ้งจอกที่มีการศึกษาเกือบทั้งสภา

ความคิดเห็นที่ 3

ต้องรับโทษมั๊ย

ความคิดเห็นที่ 2

กรรมการสรรหาขาดวุฒิภาวะ
ไม่ใช้หลักะรรมาภิบาลตาม รธน.
ควรชดใช้ค่าใช้จ่ายการสรรหาและคัดเลือกกันเอง
ห้ามเป็นกรรมการใดๆ10ปี
โลภเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว เลยโง่
ขาดความรับผิดชอบต่อองค์กรต่อสังคม

ความคิดเห็นที่ 1

ไม่เป็นไรครับ โกงอย่างมีจริยธรรมไม่ผิด

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement