กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง

วันที่ 18 มิถุนายน 2552 22:12

สุวิทย์บินแจงปธ.มรดกโลก ค้านขึ้นทะเบียนพระวิหาร

สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

"สุวิทย์"งัดข้อยูเนสโกขึ้นทะเบียนมรดกโลกเขาพระวิหาร เผยทำผิดธรรมนูญ ส่งผลเกิดสงคราม เตรียมบินแจงประธานมรดกโลก19มิ.ย.

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-นายสุวิทย์ คุณกิตติ   รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)   แถลงว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐบาลไทย เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ครั้งที่ 33 ของยูเนสโก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-30 มิ.ย.นี้ ที่ประเทศสเปน แต่พร้อมคณะทั้งหมดจะเดินทางไปก่อนตั้งแต่วันที่ 19 มิ.ย.นี้   เนื่องจากจะไปเข้าพบกับประธานคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก และเสปน   ซึ่งเป็นการหารือนอกรอบก่อนประชุมจริง เพื่อจะแสดงท่าทีและจุดยืนของรัฐบาลไทยเรื่องคัดค้าน กรณีที่ยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกในปีที่ผ่านมา  

เนื่องจากมีข้อมูลว่า ยูเนสโกได้ ทำผิดขัดต่อธรรมนูญของยูเนสโก และขัดต่อวัตถุประสงค์การจัดตั้งของยูเนสโก เพราะการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารครั้งนี้ไม่ได้นำสันติภาพมา แต่กลับทำให้เกิดความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนเกิดการปะทะกัน และนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิต ไม่สามารถทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและเปิดให้คนเข้ามาดูความงดงามของการเป็นมรดกโลกได้เลย  จึงถือว่าเป็นการทำขัดต่อหลักการในการตั้งยูเนสโกอย่างชัดเจน 

นายสุวิทย์   กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่ากระบวนการ พิจารณาการขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกเอง ก็ยังมีหลายเรื่องที่เป็นข้อสงสัย และเกิดปัญหา เพราะเป็นการลงมติให้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น ทั้งที่ ยังขาดองค์ประกอบทางด้านวัฒนธรรม และแผนบริหารจัดการพื้นที่   ตลอดจนการไม่ได้รับ ความเห็นชอบจากประเทศไทย  

ดังนั้นจึงอยากให้มีการเปิดเผย และเกิดความชัดเจนว่ากระบวนที่เราเห็นว่าขัดกับหลัก การรับรองมติของที่ประชุมภาคีสมาชิกนั้นจริงหรือไม่ ทั้งนี้ยังยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ประท้วงกัมพูชา แต่เป็นการแสดงเจตนารมย์   และสิทธิอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนที่ควรต้องนำมาตอบโต้ 

"ยอมรับว่าต้องทำการบ้าน และจัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดข้อสงสัยต่างๆ เพื่อนำไปแสดงจุดยืนในครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นครั้งแรกที่เราจะคัดค้านยูเนสโก และประธานมรดกโลก รวมทั้งต้องการประกาศให้สมาชิกอนุสัญญามรดกโลก ได้เห็นถึงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นด้วย   ส่วนความคาดหวังนั้นอยากเห็นความร่วมมือของไทย-กัมพูชา ที่จะกลับมามีสันติภาพ   และทำให้เกิดความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น เพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งตรงนี้คิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดี"นายสุวิทย์ ระบุ 

เมื่อถามว่าประเทศไทยยังจะเสนอให้ทบทวนการขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วม และผนวกพื้นที่โบราณ สถานในฝั่งไทยเข้าไปได้หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า   ไม่ได้เตรียมเรื่องนี้ไป แต่จากการหารือกับคณะกรรมการมรดกโลกของไทยนั้น   ยังมีความชัดเจนว่าเรายังยึดตามคำพิพากษาของศาลโลกที่ให้กัมพูชาเฉพาะแค่ตัวปราสาทพระวิหารเท่านั้นจากแนวเขตสันปันน้ำลงมา  ซึ่งถ้ากัมพูชาจะบริหารจัดการพื้นที่ก็จะต้องไม่รุกล้ำมาในเขต อธิปไตไตยของไทย และตอนนี้ก็ยังยืนยันว่าจะไม่มีการเสียดินแดนแม้แต่นิ้วเดียวเช่นเดิม 

ด้านนางนิศากร โฆษิตรัตน์ เลขาธิการสำนักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวว่า ยังเห็นว่าความสมบูรณ์ของการเป็นมรดกโลกจะต้องมีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์อื่นๆร่วมอยู่ด้วย แม้ว่าจะมีพระวิหารเป็นสำคัญก็จริง ซึ่งเรื่องนี้ในอดีตที่ไทยเคยเป็นกรรมการ 21 ชาติของมรดกโลกก็เคยคัดค้านมาตลอดว่าควรจะต้องเป็นแบบนี้ และทางออกคือการขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกัน ดังนั้นการที่ไทยจะเข้าไปคัดค้านยูเนสโก ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องการแสดงเจตนารมย์ และแสดงสิทธิ อำนาจอธิปไตย เพื่อไม่ให้ภาคสมาชิกอนุสัญญาทำอะไรที่ขัดต่อหลักการเหมือนที่ผ่านมา 

ด้าน ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ  ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวแสดงความเห็นกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี   ในฐานะประธานคณะกรรมการมรดกโลกของไทย   มีมติให้แสดงจุดยืน และท่าทีของประเทศไทย ต่อการคัดค้านขึ้นทะเบียนเขา พระวิหาร เป็นมรดกโลก ในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 33 ที่ประเทศสเปน ในวันที่ 22-30 มิ.ย. นี้ ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นข้อสรุปจากคณะ ที่ได้จากการประชุมของกรรมการมรดกโลกของไทย ซึ่งเห็นตรงกันว่า ไทยควรมีท่าทีที่ไม่เห็นด้วย กับมติของคณะกรรมการมรดกโลกในครั้งที่แล้ว เพราะกระบวนการที่ออกมาชัดเจนว่ากัมพูชาได้รับการพิจารณาพิเศษยกเว้นอะไรต่อมิอะไรหมดทั้งหมดจนทำให้พระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้นเห็นว่า เป็นการสมควรที่ผู้แทนของไทยต้องแสดงท่าทีทั้งการจะไปพูดหรือการยื่นหนังสือในที่ประชุมมรดกโลกในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้ ถึงจะไม่มีฟิตแบคก็ตาม 

"ถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่าผลที่จะนำกลับมาพิจารณาใหม่คงเป็นเรื่องยาก การดำเนินการที่เราจะไปพูดหรือยื่นหนังสือก็เป็นสิ่งที่ควรที่สุด   ทั้งนี้หลังจาก 1 ปีที่ผ่านมาทางกัมพูชาเอง ก็ยังไม่ได้มีความคืบหน้าในเรื่องของแผนการจัดการรอบพื้นที่อนุรักษ์   ซึ่งไทย ก็ยังสงวนท่าที และต้องคอยดูว่ากัมพูชาจะทำอะไรที่ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่   ทำให้เรียกว่าตอนนี้คงยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ   ส่วนข้อเสนอที่ไทยเคยบอกว่าจะนำเอาโบราณสถานในฝั่งไทย เช่น สถูปคู่ สระตราว ภาพสลักนูนต่ำ ผนวกเป็นมรดกโลกหากกัมพูชาให้ 2 ประเทศเป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกันนั้น คงต้องยอมรับความจริงแล้วว่า ถึงอย่างไรทางกัมพูชาก็ไม่ยอมรับไทยแน่นอน ดังนั้นคงไม่มีประโยชน์แล้ว"ดร.อดุล และกล่าวและว่า

ส่วนการที่รัฐบาลไทย นำสมบัติไปคืนกัมพูชานั้น เป็นการแสดงถึงน้ำใจของเรา แ ต่ไม่ได้หมายความว่าเขมรจะยอมรับและเปลี่ยนใจในเรื่องพระวิหาร      

Tags : สุวิทย์ คุณกิตติ .กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

เราควรจะทำตั้งแต่แรก เห็นได้ชัดว่ายูเนสโกกระทำการยั่วยุให้ทั้ง 2 ฝ่ายขัดแย้งแต่แรก การที่เขมรเป็นประเทศเพื่อนบ้านและมีการพัฒนาที่ช้ากว่าไม่ได้หมายความว่าเขมรจะต้องได้รับสิทธิพิเศษเหนือไทยแต่อย่างใด ทำให้ตระหนักได้ว่าแต่ประเทศสมาชิกผู้มีอำนาจในยูเนสโกได้กระทำการต่อรองผลประโยชน์กับเขมรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจงใจผลักดันให้ประสาทตกเป็นของเขมรอย่างเร่งด่วน โดยกระทำขัดกับหลักการที่ยูเนสโกพึงมี ถ้ายูเนสโกยังคงเดินหน้าเรื่องนี้ เราควรหาแผนรับมือกับยูเนสโกให้ดีรวมถึงเขมรด้วย ประชาชนไทยควรตระหนักถึงดินแดนไทยที่บรรพบุรุษหลั่งเลือดเนี้อและชีวิตปกปักรักษาผืนแผ่นดินแห่งนี้ได้ ความเสียสละที่ท่านมีต่อเรานั้นมากคณา เราควรจะเสียสละเพื่อลูกหลานของเราต่อไปเช่นกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement