กก.สมานฉันท์ ปฏิรูปการเมืองฯ สรุปลงโทษกรรมการบริหารกระทำทุจริต แต่ไม่ยุบพรรค-ไม่ตัดสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
ที่รัฐสภา- มีการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี เป็นประธาน ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาแนวทางวิธีปฏิบัติของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางปฏิรูปการเมือง ที่มีนายประเสริฐ ชิตพงษ์ ส.ว.สงขลา เป็นประธาน โดยได้พิจารณาถึงกรณีให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของพรรคการเมือง เช่น เงินที่บริจาคให้แก่พรรคการเมืองมีสิทธินำมาลดหย่อนภาษีได้ เพื่อให้เกิดความผูกพันระหว่างประชาชนและพรรคการเมือง หรือให้ประชาชนบริจาคเงินที่เสรีภาษีเงินได้ให้กับรับไม่เกินร้อยละ1 เพื่อต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ตกอย่าภายใต้อำนาจของนายทุน
จากนั้น พิจารณาถึงกรณีกรรมการบริหารพรรคการเมืองทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ควรยุบพรรคการเมือง แต่ควรลงโทษกรรมการบริหารพรรคที่กระทำผิด ทั้งนี้การลงโทษผู้กระทำผิด ต้องไม่รวมการตัดสิทธิออกเสียงเลือกตั้งต่างๆที่เป็นสิทธิขึ้นพื้นฐานของประชาชนด้วย
ต่อมาที่ประชุมได้พิจารณากรณีให้มีการปรับปรุงค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่นักการเมืองที่มีคุณภาพ โดยที่ประชุมได้ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง นายประยุทธ ศิริพานิชย์ กรรมการในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ขอให้เพิ่มคำว่า ให้เงินค่าตอบแทน และสวัสดิการ แก่อดีตนักการเมือง”ไปด้วย ซึ่งกรรมการจากพรรคการเมืองมีความเห็นที่แตกต่างกัน จนทำให้บรรยากาศตึงเครียด
โดยนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราต้องกล้าพูด หลายครั้งมีการขึ้นเงินข้าราชการ แต่นักการเมืองไม่เคยปรับขึ้น ดังนั้นต้องชี้แจงต่อสังคมให้รู้ถึงปัญหา เพราะอยากให้เราทำงานเต็มที่ ไม่ต้องไปหาข้างนอก เพราะวันนี้นักการเมืองใช้ไม่พอเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายทางสังคม
ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย สนับสนุนว่า นักการเมืองเป็นเรื่องอาสาเข้าทำหน้าที่ เหนือกว่าแรงจูงใจ แต่ต้องยอมรับว่า ค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ก็เพียงพออยู่แล้ว หากไม่นับค่าสังคม จึงเสนอให้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาจากค่าตออบแทนเป็นค่ากองทุนรับใช้สังคมแทนจะเหมาะสมกว่า เพราะหากพูด พูดเรื่องปรับปรุงค่าเงินเดือนจะไม่หน้าฟัง และเป็นอันตราย
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อมาถึงตรงนี้บรรยากาศตึงเครียดขึ้น โดยนายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราทำเรื่องปฏิรูปการเมืองแต่มาพูดเรื่องค่าตอบแทน ตนเป็นห่วง เพราะเรื่อง “ความอยาก บางครั้งต้องอดกลั้น” ทำให้ นายประยุทธ โต้กลับด้วยอารมณ์ว่า ตนอยู่การเมืองมากว่า 30 ปี “ความอยาก” ไม่มีแล้ว แต่ในฐานะที่เคยออกกฎหมาย เขียนกฎหมาย ต้องการเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำเท่านั้น หากที่ประชุมไม่เอาด้วยก็ไม่เป็นไร ทำให้นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร รองประธานอนุกรรมการฯ ต้องขอถอนเรื่องนี้ออกไป ทำให้นายประยุทธ ตะโกนไปหาไปนายกฤช โดยไม่ได้เปิดไมค์ว่า “ไม่จำเป็นต้องถอนเพราะไม่ได้เสียหาย”
ขณะเดียวกัน นายนายถวิล ไพรสณฑ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ที่นั่งข้างในนายดิเรก ก็เปรยออกมาว่าไม่ต้อง "ถอน" ส่งผลให้นายดิเรก กล่าวว่า เนื่องจากการประชุมวันนี้เป็นเพียงแต่ปรับถ้อยคำเท่านั้น ส่วนเนื้อหาให้คงเดิมเอาไว้ จึงมอบหมายให้นายกฤช ไปปรับปรุงถ้อยคำเท่านั้น จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาเนื้อหาจนเสร็จสิ้นทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำเล่มให้สมบูรณ์
นายดิเรก ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ในวันที่ 24 มิ.ย.เวลา 13.00-15.00 น.ทางคณะกรรมการฯจะไปออกรายการ "สมัชชาทางอากาศ" ทางสถานที่โทรทัศน์ช่อง 11 โดยนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และกรรมการ ไปร่วมรายการ โดยเปิดสายให้ประชาชนโทรสอบถามถึงผลสรุปของคณะกรรมการฯ
Tags : ดิเรก ถึงฝั่ง • คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
