ศาลฎีกานักการเมือง นัดชี้ชะตา"เนวิน-สมคิด"กับพวก 44 คน ที่ป.ป.ช.ฟ้องทุจริตกล้ายาง 90 ล้านต้น1,440 ล้านบาท 17ส.ค.
นายเจษฎา อนุจารีย์ ทนายความ คณะการรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีทุจริตโครงการจัดซื้อกล้ายางพารา 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาทของกรมวิชาการเกษตร ว่า คดีนี้ศาลฎีกา ฯ ได้ไต่สวนพยานจำเลยเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยหลังจากได้ไต่สวนพยานในกลุ่มบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นจำเลยร่วมแล้ว ทนายจำเลยแถลงไม่ติดใจไต่สวนพยานปากอื่น ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เวลา 14.00 น. โดยให้โจทก์ -จำเลย ยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันที่ 11 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ศาลไต่สวนพยานโจทก์ - จำเลย เสร็จสิ้นประมาณ 30 ปาก โดยพยานโจทก์ ประกอบด้วย คตส. ซึ่งนำโดยนายบรรเจิด สิงคะเนติ ประธานอนุ คตส. สำนวนคดีทุจริตกล้างยาง และเจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ( สกย.) ขณะที่ฝ่ายจำเลย โดยนายเนวิน ชิดชอบ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการ จำเลยที่ 4 แถลงเปิดคดีด้วยวาจาและเบิกความต่อสู้คดีว่า ดำเนินโครงการนี้ด้วยความสุจริตใจ ซึ่งมีแนวคิดได้มาจากผลการศึกษา และการวิจัย ของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตรว่า พื้นที่อีสานสามารถปลูกยางพาราได้
ทั้งนี้ การดำเนินการอนุมัติโครงการนั้นไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รมช. และรักษาตำแหน่ง รมว. เกษตร ซึ่งยังว่างอยู่ เนื่องจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รอโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตร ฯ และยืนยันว่า การดำเนินโครงการปลูกยางพารายกระดับรายได้และความมั่นคงให้เกษตรกรในแหล่งปลูกยางใหม่ระยะที่ 1 แถบภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับเกษตรกร รวมทั้งเป็นนโยบายเพื่อแก้ไขความยากจน ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ 1 จนถึงฉบับปัจจุบัน
ขณะที่คดีนี้ป.ป.ช. ยื่นฟ้องนักการเมืองและข้าราชการรวม 44 คน ประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คชก., นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะ คชก., นายสรอรรถ กลิ่นปทุม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายเนวิน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ และนายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะ คชก. , กลุ่ม คชก. ,กลุ่มคณะกรรมการบริหารโครงการกำหนดทีโออาร์ และคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคาบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์จำกัด ในเครือซีพี ,บริษัทรีสอร์ทแลนด์จำกัด และ บริษัทเอกเจริญการเกษตรจำกัด ในความผิดฐานในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ ทรัพย์สินใดใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตเสียหายแก่รัฐ ,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.151, 157, 341 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11
Tags : เจษฎา อนุจารีย์ ทนายความ • ป.ป.ช.
ความคิดเห็นที่ 2
Isaan , 19 มิถุนายน 2552 10:22
Navin must go to jail for corruption.
ความคิดเห็นที่ 1
http://newpoliticsparty.spaces.live.com/ , 19 มิถุนายน 2552 07:02
เชื่อว่า ปชช รู้ดีว่า คดีนี้ จะเอาผิดนักการเมืองได้หรือไม่ ถ้าดูตามข่าวจนชินตา นช ทักษิณ มายุ่งเกี่ยวทางด้านการเมืองโดยพฤตินัยกับ พท หรือไม่ เนวิน มายุ่งเกี่ยวทางด้านการเมืองโดยพฤตินัยกับ ภท หรือไม่ บรรหาร มายุ่งเกี่ยวทางด้านการเมืองโดยพฤตินัยกับ ชาติไทยพัฒนา หรือไม่ และอีกหลายต่อหลายคน อันนี้คือตัวอย่างง่าย ๆ ว่าจิตสำนึกว่า บุคคลเหล่านี้ควรค่าแก่การเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่เรียกว่า ผู้แทนราษฎร หรือไม่ คนที่จะมาออกกฏหมายให้ ปชช กระทำตามกฏหมาย แต่ ผู้ออกกฏหมาย ทำตัวไม่ทำตามกฏหมายเสียเอง อันนี้ ปชช ก็ควรจะมองออกได้ว่า กฏหมายที่ผลิดจากคนเหล่านี้ จะดีได้อย่างไร แม้พรรคการเมืองใหม่ ยิ่งฟัง คุณสุริยะใส พูดเกี่ยวกับการเมืองใหม่ ยิ่งฟังผู้ที่ทำหน้าที่ในตำแหน่งต่าง ๆ ของ พรรคการเมืองใหม่ ยิ่งอดคิดไม่ได้ว่า ไม่มีความโปร่งใส มันเหมือนแอบ ๆ อะไรบางอย่าง มันเหมือนมีวาระซ่อนเร้น มันเหมือนมีวาระที่ไม่ปรกติ เพราะจากที่ฟังคุณสุริยะใส จะกล่าวว่า การดำเนินการของพรรคการเมืองใหม่ จะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังตัวเกรงจะผิดกฏหมายว่าด้วยเรื่องของพรรค ผมดูแล้วมันชอบกล เกรงจะผิดกฏหมาย จนพยายามพูดน้อย ๆ ทำอะไรก็ไม่ต้องเป็นข่าว ต้องแอบ ๆ ทำอะไรทำนองนั้น โอ้ ... เป็นวาทะกรรมที่ชวนสงสัยอย่างยิ่ง แต่ทำไม พรรคการเมืองอย่าง ปชป ภท พท ทำไมเขาออกข่าวกันโครม ๆ เขาจึงไม่เกรงเรื่องกฏหมาย เหมือนที่คุณสุริยะใส เกรงบ้าง หรือพรรคการเมืองใหม่ การเมืองใหม่ ต้องทำอะไรเงียบ ๆ ต้องทำอะไรอย่าให้เป็นข่าว แผนการทำงานของพรรค ว่า 1 2 3 4 5 มีแผนการทำงานเช่นไร ก็บอกใครไม่ได้ เพราะหลายครั้งพยายามจับใจความดูว่า ผู้ที่มาทำงานให้พรรคการเมืองใหม่นั้น มีแผนงานอย่างไร แต่สรุป มันไม่ชัดเจน พูดแบบอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ดูแล้ว พรรคการเมืองใหม่ จะน้ำเน่ากว่า พรรคการเมืองเก่า เสียแล้วกระมัง แต่ก็ยังเอาใจช่วยอย่างใจจดใจจ่อ