"ชวน"เรียกส.ส.5จ.ชายแดนใต้ถกดับไฟใต้ แนะลงพื้นที่พบปะชาวบ้านใกล้ชิด สร้างความมั่นใจนโยบายรัฐ ตั้งคณะทำงานเฉพาะพื้นที่
รัฐสภา-นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เชิญส.ส. 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หารือถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นรายวันอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และนพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมหารือด้วย จากนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายชวนได้กำชับให้ส.ส.ทุกคนลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้ทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม เกิดความหวาดวิตกเป็นอย่างมาก และปัญหาที่เกิดขึ้นหลายอย่างเกิดจากเงื่อนไขในอดีต สามารถแก้ไขได้แต่ต้องใช้เวลา ซึ่งที่ประชุมมั่นใจนโยบายของรัฐบาล ในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ และสร้างความยุติธรรมโดยดำเนินการอย่างเด็ดขาด กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นใครอยู่ในขบวนการหรือไม่อย่างใด จะต้องเสนอผลความคืบหน้าในการติดตามตามกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนได้รับทราบ
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปว่าโครงสร้างของฝ่ายปกครองในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับให้สอดรับกับสภาพการปัญหา และโครงสร้างที่ได้มีการแถลงไว้ในนโยบายของรัฐบาลที่จะให้มีองค์กรถาวรเข้ามาดูแลปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้ ก็เป็นเรื่องที่ต้องผลักดัน ทั้งนี้นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทยได้พูดคุยถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาล ประสานงานกับข้อมูลที่ได้รับจากประชาชนผ่านส.ส.ในพื้นที่ ซึ่งจะมีการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อสนับสนุน ส.ส.จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า กฎหมาย สำนักงานบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(สบชต.) จะสามารถเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในการประชุมสมัยหน้าได้หรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ที่ประชุมให้ความสำคัญในการติดตามสอบถามว่ามีควมคืบหน้าถึงไหนแล้ว ซึ่งทราบว่ามีทั้งร่างของรัฐบาลและ ร่างของ ส.ส.มากกว่า 1 พรรค และเราหวังว่าในการประชุมสภาฯสมัยหน้าจะมีการพิจารณาได้ ทั้งนี้ในการพูดคุยนั้น เราเห็นว่าโครงสร้างฝ่ายปกครองทั้งหมดจะต้องมีบทบาทที่สำคัญในการแก้ไขปํญหา เพราะจะต้องอาศัยการทำความเข้าใจกับทุกคนด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าการปรับโครงสร้างช้า เพราะฝ่ายกองทัพไม่เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างครั้งนี้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่มี ที่พูดชัดในขณะนี้คือ สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันการทำงานใกล้ชิดกันในพื้นที่ก็มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในขณะนี้สิ่งที่พูดคือการแก้ไขปัญหาเรื่องความไม่สงบเฉพาะหน้าที่ ที่จำเป็นที่สุดคือต้องสื่อถึงหลักความยึดมั่น ยุติธรรม และดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้มีส่วนรับผิดชอบ กับเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งถือเป็นยุทธวิธี แต่ในกรอบใหญ่ก็เป็นไปตามที่สรุปมาข้างต้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับโครงสร้างทางฝ่ายปกครอง คิดว่าจะเกิดขึ้นในระยะเวลาเท่าใด เพื่อที่จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหา นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ความจริงแล้วจะรอให้กระบวนการที่พูดถึงโครงสร้างที่ใช้กฎหมายบรรลุก่อน จึงจะดำเนินการแก้ไขปัญหา ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นในขณะนี้ถ้าพูดถึงภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน ซึ่งฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาลอยู่แล้ว จำเป็นที่จะต้องใช้โครงสร้างปัจจุบันแก้ไขต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากรอกฎหมาย สบชต.ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอแล้ว คิดว่าจะต้องมีการปรับกฎหมายส่วนอื่น เพื่อให้สอดรับกับการปรับโครงสร้างของฝ่ายปกครองด้วยหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องโครงสร้างไม่สำคัญเท่ากับเรื่องของประชาชนที่มีความหวาดวิตก ว่าขณะนี้มีขบวนการที่ประสงค์จะเห็นความขัดแย้งระหว่างชาวไทยกับชาวมุสลิม และประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องการให้เกิดสถานการณ์ที่ลุกลามบานปลาย เกิดปฏิกริยาโต้ตอบในวงกว้าง เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อให้กระบวนการที่จะบิดเบือนใส่ร้าย ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นระลอกสอง ดังนั้นจุดเริ่มต้นคือรัฐบาล จะต้องแสดงให้ชัดเจนว่าจะไม่ทำอะไรที่ทวีความรุนแรง ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือดำเนินการเด็ดขาดตรงไปตรงมา กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในทุกกรณี
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดถึงกรณีที่ส.ส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ มีความเป็นห่วงว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาภาคใต้ไม่ตรงจุดหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ส.ส.ทุกคนยืนยันได้ว่าวัตถุประสงค์ในการพูดคุยวันนี้ เป็นเรื่องของความห่วงใยที่ประสบจากเหตุการณ์และได้ทำงานใกล้ชิดกับส่วนรวม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสะท้อนสภาพปัญหา และวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ร่วมกันกับระบบข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจของรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง
นายชวนได้บอกกับที่ประชุมว่าในช่วงนี้คนที่เป็น ส.ส.ตระหนักถึงความหวั่นไหวของประชาชนทุกพื้นที่ และต้องทำงานใกล้ชิดเพื่อสะท้อนข้อมูลความจริงให้รัฐบาลทราบ และในที่ประชุมวันนี้ทุกคนมีควมมั่นใจว่าแนวทางของรัฐบาลปัจจุบันสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ แต่ต้องใช้เวลา และอาศัยความร่วมมือด้วย ซึ่งเรามั่นใจว่าแนวทางที่เดินอยู่ขณะนี้ดีเพียงพอ โดยเฉพาะการรับรู้ความเข้าใจของประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปทั้งหมด เราจึงมั่นใจกับแนวทางที่นายกฯวางไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.ทำงานยากลำบากขึ้นหรือไม่ ในการไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่หลักจากเกิดหลายเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ โดย นายอันวา สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานในพื้นที่ค่อนข้างยากกว่าเดิม โดยเฉพาะอาจจะเกิดความรู้สึกหวาดระแวง และอาจจะมีส่วนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ มีคนที่คิดอยากจะให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ตรงนั้น
โดยอาศัยเรื่องความแตกต่างทางศาสนา หรือพยายามที่จะพัฒนาให้เป็นปัญหาเรื่องของศาสนา ซึ่งปัญหาเหล่านี้รัฐบาลเอง ก็ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ตรงนั้น และตนก็คิดว่าสื่อมวลชนไม่ควรที่จะไปตั้งเป้า ว่าเหตุการณ์เกิดจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าข้อมูลในการสันนิษฐานของสื่อโดยปราศจากข้อมูลที่แท้จริง จะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากขึ้นและทำให้ความรู้สึกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่สะดวก โดยเป็นอุปสรรคยากขึ้น ต่อการทำงาน
“ความจริงแล้วพื้นที่แต่เดิมมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาก่อน ระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิม เพราะเป็นชุมชนที่ทั้งสองฝ่ายอาศัยอยู่รวมกัน ครั้งหนึ่งในอดีตที่ผ่านมามีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้น ชาวไทยพุทธอยากขายที่ดินแต่คนที่ยับยั้งไม่อยากให้ขาย คือ ชาวไทยมุสลิมที่บอกว่าอย่าไปขายเลย พวกเขาจะช่วยดูแลให้ แต่ในภาวะปัจจุบันเนื่องจากในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต้องย้อนไปว่าการแก้ไขปัญหาจากอดีต โดยเฉพาะรัฐบาลชุดก่อนๆทำให้เกิดการเสียชีวิตและเป็นความรู้สึกที่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน จึงต้องใช่เวลาแก้ไขปัญหา” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะส.ส.ในพื้นที่กังวลหรือไม่ถ้ารัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จะกระทบต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าที่อาจไม่ได้กลับเข้าสภาอีกหรือไม่ นายอันวา กล่าวว่า รัฐบาลได้ทุ่มเทและให้ความสำคัญกับปัญหานี้ในอันดับต้นๆ ซึ่งเป็นความพยายามของรัฐบาลแต่ยังมีชาวบ้านบางกลุ่มที่ยังรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องทำความเข้าใจโดยใช้เวลา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้วิเคราะห์กันหรือไม่ ว่าปัญหาเกิดจากอะไร เพราะบอกว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแต่เหตุการณ์กลับไม่คลี่คลายและรุนแรงขึ้นเลย นายอันวา กล่าวว่า เท่าที่ตนได้รับรู้ความรู้สึกของชาวบ้าน จึงทราบว่ากรณีที่มีคำพิพากษาของกรณีตากใบ ต้องยอมรับว่าชาวบ้านมีความคาดหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ และส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งความคาดหวังนั้นแน่นอนเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้ามา ย่อมต้องการให้แก้ไขโดยเร็วที่สุดในระยะเวลาอันใกล้ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะมีหลายองค์ประกอบที่ทำให้สถานการณ์เป็นเช่นนั้น และโยงใยหลายปัจจัย จึงไม่อาจจะสรุปได้ว่า ประเด็นใดประเด็นหนึ่งจะทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายในระยะอันใกล้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนเริ่มผิดหวังการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในเรื่องนี้แล้ว นายอันวา กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นความรู้สึกผิดหวัง ตนคิดว่าจากการลงพื้นที่ของ นายชวน หลีกภัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณรอง นายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย รวมถึง ส.ส.ของพรรค และโครงการของรัฐบาลที่มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสามารถตอบโจทย์ในความรู้สึกของประชาชนได้ แต่ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่นั้น ขณะนี้การก่อเหตุค่อนข้างรุนแรง จึงย่อมกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ดังนั้นนโยบายระยะสั้นและระยะยาวจึงมีความสำคัญแต่ชาวบ้านพื้นที่ต้องมีความหนักแน่นด้วยไม่เช่นนั้น ก็จะตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์รายวันได้ ยืนยันว่าต่อไปส.ส.ในพื้นที่จะรวมกลุ่มหารือวิเคราะห์สถานการณ์ทุกสัปดาห์
“ที่ประชุมเห็นว่าขณะนี้มีขบวนการที่ต้องการให้เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนำไปสู่ความบาดหมางครั้งใหญ่ ทั้งการแจกใบปลิวและกล่าวหาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ซึ่งนายถาวรให้คำยืนยันว่า ทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามข้อมูลที่แท้จริง ตามกระบวนการยุติธรรมโดยเคร่งครัด จนกระทั่งหลักฐานเหล่านั้นพอเพียงที่จะมีการดำเนินการต่อตามกระบวนการยุติธรรมโดยจะไม่มีการด่วนสรุปล่วงหน้า ทั้งนี้มีการพูดถึงว่าจะใช้กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เข้ามาพิสูจน์สาเหตุอีกด้วย” นายอันวา กล่าว
ส่วนนายอับดุลการิม เต็งระกีนา ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต่อไปนี้ส.ส.จะตั้งคณะทำงานเฉพาะพื้นที่ขึ้นมา โดยจะร่วมมือกันวิเคราะห์สถานการณ์กันทุกสัปดาห์
ขณะที่นายนาราชา สุวิทย์ ส.ส.สงขลา กล่าวว่า ในพื้นที่ของตนครอบคลุมถึง อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย และอ.นาทวี ซึ่งเป็น 4 อำเภออยู่ในพื้นที่สีชมพู รอยต่อพื้นที่สีแดงของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่มีความเป็นห่วง เกรงว่าสถานการณ์ความไม่สงบจะขยายลุกลามเข้าสู่ จ.สงขลา ภายหลังเหตุการณ์การยิงพี่น้องมุสลิมในมัสยิด ในจ.นราธิวาส เพราะขณะนี้เริ่มมีการปล่อยข่าวว่าเป็นฝีมือคนในหน่วยงานของรัฐ โดยหวังจะทวีความขัดแย้งระหว่างพี่น้องไทยพุทธ และมุสลิมให้ขยายวงกว้างขึ้น
โดยเฉพาะเริ่มมีการเคลื่อนไหวชักจูงกลุ่มวัยรุ่น ใน 4 อำเภอดังกล่าวให้เข้าร่วมกับ กลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อการซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่อาจถูกชักจูงหรือปล่อยข่าวให้หลงเชื่อ ด้วยการปลุกระดมให้แก้แค้น จึงมีทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม ต่างบอกข้อมูลกับตนว่ามีกระแสข่าวลือในพื้นที่สับสนไปหมด จึงอยากฝากบอกไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองว่าให้ช่วยดูแลลูกหลาน โดยเฉพาะที่อยู่ในวัยรุ่นว่ามีพฤติกรรมแปลกเปลี่ยนไปจากเดิม เก็บตัว หรือหายจากบ้านไปหลายวัน ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขให้กลับมายังชุมชนโดยรวม
Tags : ชวน หลีกภัย • ประชาธิปัตย์

ความคิดเห็นที่ 2
อ้ายบ้า , 15 มิถุนายน 2552 19:56
เองนั่นแหละลงไปเลย แล้วตายอยู่ที่นั่น อย่าออกมาเห่าหอนอีก ไร้ความสามารถแถมยังเอาแต่ประชาวิบัติไม่เอาประเทศเป็นหลัก ไปตายซะคนดีที่หนึ่งของแม่ *
ความคิดเห็นที่ 1
khonthai , 15 มิถุนายน 2552 18:30
หมาย * ว่า ปกติ สส.๕ จังหวัดใต้ไม่ลงพื้นที่ว่างั้นเหอะ โดยเฉพาะของประชาธิปัตย์