กก.สมานฉันท์ถกกกรอบทำงาน ขีดเส้นเสร็จภายใน 45 วัน เผยข้อสรุปที่ได้ อาจเสนอให้ทำประชาพิจารณ์ เตรียมตั้ง 3 อนุกรรมการเดินหน้า
ที่รัฐสภา การประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมการ ทำหน้าที่ประธาน เป็นนัดแรกโดยมีคณะกรรมการการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง เช่น นายเสนาะ เทียนทอง ที่ปรึกษาคณะกรรมการ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ส.ส.เพื่อไทย รองประธานฯ นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ รองประธานฯ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติเปิดให้สมาชิกรัฐสภา สื่อมวลชน ได้เข้ารับฟังการประชุมตลอดเวลา ยกเว้นเป็นการประชุมลับ ส่วนกรอบระยะเวลาการทำงานที่ประชุมกำหนดภายใน 45 วัน ประชุมสัปดาห์ละ 3 วัน คือวันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี เวลา 09.00 น.จนถึงวันที่ 21 พ.ค.จากนั้นก็จะประชุมเวลา 13.00 น. เมื่อครบ 45 วันจะได้นำข้อสรุปเสนอให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อดำเนินการต่อไปโดยอาจเสนอให้ทำประชาพิจารณ์ในประเด็นที่คณะกรรมการฯเห็นชอบ
นายดิเรก กล่าวว่า กรรมการสมานฉันท์ฯ เกิดจากเหตุการณ์ 8 -15 เม.ย. ซึ่งถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีดำริให้วิป 3 ฝ่ายไปหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งวิป3 ฝ่ายก็เห็นตรงกันว่าให้ตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง และคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การสมานฉันท์ หากประเด็นปัญหาที่เกิด การปฏิรูปทางการเมือง และการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งคนไทยทั้งประเทศได้ฝากความหวังให้กรรมการชุดนี้ว่าจะแก้ปัญหาบ้านเมืองได้หรือไม่
นายเสนาะ กล่าวว่า ขณะนี้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก ไม่เฉพาะกลุ่มนักการเมือง แต่ความแตกแยกร้าวลึกไปถึงประชาชน มีการเอาสีแห่งความเป็นสิริมงคลมาละเลงจนเละ ดังนั้นเราควรสลายสีให้กลับมาเป็นสีมงคล
ด้านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กรรมการ กล่าวว่า ตนเชื่อว่า ทุกคนมีเป้าหมายชัดเจน คือ สมานฉันท์เพื่อชาติ ดังนั้นต้องเสียสละ เอาทิฐิออก แล้วเอาความจริงมาพูดกันจากนั้นก็หาทางออก หากทุกคนพร้อมใจกันก็สำเร็จ วิกฤตของชาติไม่เรื่องเล็ก หากมีธง มีสี การแก้ปัญหาก็ไม่สำเร็จ ทุกคนต้องยึดเหตุผลที่อยู่บนพื้นฐานความจริง ที่มีปัญหากันในขณะนี้เพราะไม่ได้เอาความจริงมาพูด เราต้องใช้เวทีนี้ เป็นเวทีแก้วิกฤต เชื่อว่า ภายใน 2 - 3 เดือนก็จบ เกิดสมานฉันท์ จากนั้นก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นให้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งใช้เวลา 1 เดือนก็เสร็จแล้ว ขณะนี้เรามีความความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งของประชาชน ต้องร่วมกันแก้ไข ซึ่งต้นเหตุของปัญหามีข้อเดียวคือ ความไม่เป็นธรรม ต้องยอมรับความจริงปัญหาทั้งหมดเกิดก่อนปฏิวัติ ทุกคนรู้แก่ใจจะยอมรับความจริงหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ตุลาการภิวัฒน์ ก็ล้วนเป็นตัวปัญหาความขัดแย้งของชาติ จะลดทิฐิเหตุผลเอาข้อเท็จจริงมาคุยกันหรือไม่ หรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ปัญหาก็ไม่จบ นอกจากนี้ ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้นต้องคืนความชอบธรรมให้ประชาชน และสังคม หลายคนพูดถึงการนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่กระทำความผิด แต่ต่างกันกับการคืนความชอบธรรมให้กับคนที่ไม่ได้ทำผิด ส่วนกรอบเวลาทำงาน 90 วันรวมประชามติด้วย
ด้านนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กรรมการ กล่าวว่าปัญหาของบ้านเมืองอยู่ภายนอก เพราะนักการเมืองเราคุยกันได้ โดยขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากคน 2 สี คือ สีเหลือง และสีแดง แต่กลับไม่มีตัวแทนเข้ามาในคณะกรรมการฯ ทั้งที่เป็นคู่ของความขัดแย้ง เวลาที่กำหนดกันจะกี่วัน ข้างในสามารถจบได้ แต่ข้างนอกไม่รู้จบได้หรือไม่ และหากทำไม่สำเร็จ คณะกรรมการชุดนี้ถือว่าเป็นความอัปยศที่สุดในแผ่นดิน ดังนั้น สิ่งที่ควรนำเสนอ คือค้นหาความขัดแย้งข้างนอกให้ได้ และจึงมาสร้างความสมานฉันท์จึงถึงเกิด นอกจากนี้ คณะกรรมการ จำเป็นจะต้อง เสนอความเห็น 4 ข้อ 1. เสนอแนวทางสมานฉันท์ 2. ความเห็นการปฏิรูปการเมือง 3. ความเห็นการแก้รัฐธรรมนูญ 4. ความเห็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา กรรมการฯ กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการฯจะต้องกำหนดเป้าหมายหรือโครงสร้างการทำงาน ซึ่งตนเห็นว่าภารกิจที่ต้องพิจารณา คือ วิเคราะห์ความขัดแย้ง หาแนวทางสมานฉันท์เพื่อขจัดความขัดแย้ง โดยมีอยู่ 4 แนวทาง ประกอบด้วย การปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปสังคม ศึกษารัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอยู่ 2 มิติ คือ ประเมินผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญว่ามีปัญหาหรือข้อบกพร่องอย่างไร หรือรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาของความขัดแย้งหรือไม่ ปรับปรุงรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับการปฏิรูปทางการเมือง และประเด็นสุดท้ายที่ต้องพิจารณานั้นก็คือ การนิรโทษกรรม เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับสังคม ตนเชื่อว่าหากพิจารณาตามภารกิจนี้ก็จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
Tags : สมานฉันท์
ความคิดเห็นที่ 9
นักวิชาเกินขนาด , 8 พฤษภาคม 2552 13:30
นักวิชาการของเราก็มักจะวิจารณ์โดยไม่มีพื้นฐานที่ดีในการวิจารณ์ ที่แน่ ๆ ก็คือชอบวิจารณ์คนอื่น ไม่ได้เอาใจใส่ในการพัฒนาสถาบันการศึกษาของตัวเลย ทั้ง ๆ ที่ประชาชนก็เอือมระอากับคุณภาพการศึกษาของไทยไม่ใช่น้อย ศีลธรรมจรรยาอ่อนเต็มที โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีเงินก็ไปศึกษาต่างประเทศดีกว่า คุณภาพดีกว่ากันเยอะ เห็นแล้วก็น่าเบื่อเช่นเดิม น่าจะเอาฮาวาร์ดมาเทียบกับจุฬา ธรรมศาสตร์ บ้างก็จะดีนะ เห็นนักวิชาการพวกนี้เก่งนัก ออกรายการวิทยุโทรทัศน์เป็นประจำ ได้สาระหรือไม่ได้สาระก็ไม่รู้
ความคิดเห็นที่ 8
Sondhi , 8 พฤษภาคม 2552 12:04
อภิสิทธิ์ + กรณ์ + เนวิน = * ้ + * ้ + * ้ + ขึ้นภาษี + ขึ้นภาษี
อภิสิทธิ์ + กรณ์ + เนวิน = * ้ + * ้ + * ้ + ขึ้นภาษี + ขึ้นภาษี
อภิสิทธิ์ + กรณ์ + เนวิน = * ้ + * ้ + * ้ + ขึ้นภาษี + ขึ้นภาษี
อภิสิทธิ์ + กรณ์ + เนวิน = * ้ + * ้ + * ้ + ขึ้นภาษี + ขึ้นภาษี
อภิสิทธิ์ + กรณ์ + เนวิน = * ้ + * ้ + * ้ + ขึ้นภาษี + ขึ้นภาษี
อภิสิทธิ์ + กรณ์ + เนวิน = * ้ + * ้ + * ้ + ขึ้นภาษี + ขึ้นภาษี
ความคิดเห็นที่ 7
มรรค๘ , 8 พฤษภาคม 2552 10:09
เมื่อเช้าดูทีวีช่อง๗(ยูบิวี) ฟังอ.นักวิชาการธรรมศาสตร์พูดถึงการทำงานภายหลัง๑๐๐วันของนายโอบามา ก้าวหน้าทั้งเรื่องภายในและภายนอกประเทศไปพอสมควร หันมาดูการทำงานภายหลัง๑๐๐วันของนายอภิสิทธิ์ ต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือ นอกจากนายอภิสิทธิ์เฉียดตาย เศรษฐกิจติดลบ ประชุมอาเซียนล้ม นักท่องเที่ยวหดหาย การเมืองก็ยังไม่ไปไหน เพราะพื้นฐานการเมืองของเขาเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ แต่ของเรายังเป็นระบอบอมาตยาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญฉะบับคมช. สองมาตรฐาน ตัว * ของ * เงินเดือนมาก นั่งกินนอนกิน เอาเปรียบสังคมคนจน บัดนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่นายอภิสิทธิ์จะได้แก้รัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมการเมือง เพื่อตั้งต้นกันเสียใหม่ จะได้ตามโอบามาทัน แต่ถ้านายอภิสิทธิ์ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้ * ประเทศไทยคงจะตกต่ำไปเรื่อยๆ จริงหรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 6
chonburi , 8 พฤษภาคม 2552 08:12
ถาม : เสื้อแดงเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอบ : เพราะว่ามีเสื้อเหลือง
ถาม : เสื้อเหลืองเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอบ : เพราะทักษิณ โกงกินและทำลายสถาบัน
.................................................................
ถาม : จะกำจัดเสื้อแดงได้อย่างไร
ตอบ : กำจัดทักษิณออกไปจากระบบการเมืองไทย
ถาม: จะกำจัดเสื้อเหลืองได้อย่างไร
ตอบ : กำจัดทักษิณออกไปจากระบบการเมืองไทย
.....................................................................
"ทุกปัญหา แก้ได้ หากแก้ที่ต้นตอของปัญหา"
......................................................................
ถาม: แล้วทำไมคนไทยส่วนใหญ่จึงคิดว่า แดง เหลือง เป็นปัญหาของสังคม
ตอบ: เพราะคนไทย ถูกสอนให้คิดได้แค่ตื้นๆ มองปัญหาไม่พ้นหัวแม่เท้าตนเอง
ถาม: ทำไมคนไทยถึงวิเคราะห์ปัญหา แก้ปัญหาไม่เป็น
ตอบ : เพราะ การศึกษาไทย สร้างคนไทยให้เป็นคน ที่เห็นแก่ตัว ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และ วิเคราะห์ปัญหาไม่เป็น
.....................................................................
ถาม: แล้วเราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร?
ตอบ: เลิกคิดว่า ผู้ใหญ่วันนี้ จะแก้ปัญหาสังคมไทยได้ ต้องกล้าแก้ที่การศึกษา ทุ่มเทให้กับเด็กๆในวันนี้ อีก 10-20 ปี ประเทศไทยเปลี่ยนแน่นอน.............
" หยุดทำร้ายประเทศไทย ริบบิ้นขาว พวกเป็นกลาง ล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตการศึกษาไทยในปัจจุบันทั้งสิ้น"
คนชล
ความคิดเห็นที่ 5
ตักน้ำใส่กระโหลก , 8 พฤษภาคม 2552 08:09
คนที่ทำร้ายประเทศไทยตัวจริงคือนักการเมืองเลว ข้าราชการชั่ว นายทุนสามานย์ นักกฏหมายเนติบริกรขายตัว รวมทั้งนักวิชาการและสื่อมวลชนสุนัขรับใช้ที่ขายจิตวิญญานแห่งวิชาชีพ ให้กับนักการเมือง ข้าราชการ และนายทุนชั่วๆ สามานย์เหล่านั้น ต่างหาก
ลองมาคิดดูดีๆ คนที่ออกมารณรงค์ในคราวนี้นี่แหละ ส่วนใหญ่คือพวกทำร้ายประเทศทั้งนั้นเลย
ความคิดเห็นที่ 4
lok , 8 พฤษภาคม 2552 07:17
ประชาชนเขาสมานฉันท์กันอยู่แล้ว ส่วนนักการเมืองไม่สมานฉันท์ก็เป็นเรื่องของนักการเมือง ไม่ต้องเอารัฐธรรมนูญหรือเรื่องนิรโทษกรรมมาเกี่ยว ประชาชนต้องการแก้ไขให้คดีคดโกงไม่มีอายุความ แล้วให้พรรคการเมืองเปิดให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมมากที่สุดเหมือนในต่างประเทศ ไม่ใช่มีเฉพาะนายทุนการเมืองและมาเฟียมายึดครองพรรคการเมืองส่งทอดให้ลูกหลาน เพื่อนฝูง หรือนอมีนี
ความคิดเห็นที่ 3
แจ็ค , 8 พฤษภาคม 2552 06:23
คนดี กับ คนชั่ว มันสมานฉันท์ กันไม่ได้ คนดี ต้องส่งเสริม คนชั่วต้องถูกลงโทษ การที่วันหนึ่ง คนชั่ว ทำชั่ว ซ้ำ ๆ ซาก ๆ แล้วบอกว่าให้ สมานฉันท์ มันคงเป็นความบ้าประเภทหนึ่ง คนชั่วเผาบ้านเผาเมือง จะมาสมานฉันท์ไม่ได้ ต้องเอากฏหมายไปเล่นงานจึงจะถูกต้อง ที่เกิดความไม่สงบและบายปราบ เพราะมีตำรวจที่คอยหนุนหลัง สนับสนุน ไม่ว่า นปก บุกยิง พ่อ ดีเจวิหคเรดิโอ ไม่ว่า นปก ชาย 4-5 คนรุมกระทืบ หญิง สองมือเปล่าที่ล้มนอน อันนี้เขาเรียกสัตว์นรกชิงมาเกิด นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดมาเป็นกิจลักษณะ จนเรื่อยมาถึง ไล่ยิง ปชช เผาบ้านเผาเมือง การจัดการทางด้สนกฏหมายต่อผู้กระทำผิดแล้วยังไม่พอ ตำรวจที่ทำยืนมองบ๊องแบ๊วไม่รู้ไม่ชี้ ก็ต้องเอา 157 ให้รับชมรับฟังไปด้วย ตำรวจ ชั่ว ๆ จะต้องถูกลงโทษด้วย แต่ รัฐบาลนี้ก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนรู้หนาว กลับนิ่งเฉย ก็เป็นความแปลก ที่ ปชช กังขากับการทำงาน ของ รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เป็นอย่างยิ่ง จากที่คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า มีรถทหารมาขวาง หน้ารถคุณอภิสิทธิ์ ที่ ก.มหาดไทย อย่างนี้ต้องมีการสอบสวนว่า เพราะอะไร เกิดได้อย่างไร แต่นี่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไร ปชช ก็ต้องบอกว่า หลาย ๆ สิ่ง ปชช ข้องใจต่อรัฐบาลมาก เหตุใดไม่มีการสอบสวน เจ้าหน้าที่แห่งรัฐ มันเหมือนรัฐบาลอยู่ในเมืองลับแล ซ่อน ๆ ลับ ๆ ดำ ๆ เทา ๆ ยังไม่ก็ไม่อาจจะเดาได้
ความคิดเห็นที่ 2
kim , 8 พฤษภาคม 2552 00:37
ทำผิดต้องรับโทษ ก็เท่านั้นไม่มีเหตุผลที่จะต้องนิรโทษเลย กรรมการพรรคทำผิดยิ่งต้องลงโทษหนักปิดพรรคไปก็ชอบแล้ว ขืนปล่อยให้เข้ามาบริหารประเทศได้ฉ้อราษฎร์บังหลวงกันวินาศสันตะโรอย่างที่กรรมการหลายตัวเคยทำมาก่อน ถึงได้กินปูนร้อนท้องอยู่ในขณะนี้ ไม่อนุมัติการแก้ไขและไม่อนุมัติการนิรโทษใดๆ เสียงเอกฉันท์ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ปชช ธรรมดา , 7 พฤษภาคม 2552 22:22
สส หรือผู้แทนราษฎร ทุกคนพูดในที่สาธารณะเป็นอย่างเดียวว่า
ทำเผื่อประเทศชาติ รับใช้ประชาชน แต่ไฉน บ้านเมืองทุกวันนี้
ถึงได้และแทะแบบนี้ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ ปชชไม่เคยเชื่อถือ
นักการเมืองที่ส่วนหนึ่งที่มีพฤติกรรมที่ไม่สุจริต ไร้ความตั้งใจจริง
ที่จะอาสามารับใช้ปช ถ้าบอกว่าอาสามารับใช้ ทำไมถึงได้ชิงอำนาจกันแบบเอาเป็นอาตาย สรรหาคำพูดแถกๆ ไปอย่างไร้เหตุผล
เพราะฉนั้น ไม่มีใครคาดหวังและเชื่อถือว่า เหล่ากรรมการที่เป็นนักการเมือง ทั้งหมดจะตอบสนองปชช ส่วนใหญ่ได้ ต้องเอาปชชนอกสภาอีกกึ่งหนึ่งมาร่วมกันหาทางออก