กกต.ชี้ปชป.ไม่ส่งเลือกตั้งซ่อม เป็นสิทธิ เลือกตั้งครั้งก่อนคะแนนทิ้งห่าง กรณีคนถูกถอนสิทธิ์การเมืองหนุนตั้งรัฐบาล อัยการสูงสุดชี้ไม่ขัดรธน.
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แถลงภายหลังการประชุมว่า กกต.มีมติเอกฉันท์ให้ยกคำร้องตามที่คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา นายวัชรพล โรจนวรวัฒน์ และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีเจตนาไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 11 ม.ค.2552 ในเขตเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
รวมทั้ง นำผู้ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ทำให้การได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และขัดต่อคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่า ในประเด็นที่กล่าวหาว่านำผู้ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองมายุ่งเกี่ยวทางการเมืองนั้น กกต.ได้เคยมีมติให้ยุติเรื่องไปแล้ว เพราะเห็นว่าการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีการวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวอีก
นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในพื้นที่ทับซ้อนกับพรรคร่วมรัฐบาลนั้น อนุกรรมการได้นำฐานข้อมูลการเลือกตั้งส.ส.เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2548 และ 23 ธ.ค.2550 มาเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งซ่อม 11 ม.ค.2552 สรุปได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ เคยส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยเช่น จ.นครปฐม ปทุมธานี สิงห์บุรี ราชบุรี ลำปาง และสมุทรปราการ เขต 1 สระบุรีเขต 2 กทม.เขต 10 เพราะเห็นว่า เป็นเขตที่ผู้สมัครของพรรคเคยได้รับคะแนนเสียงใกล้เคียงกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง ส่วนเขตอื่นที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งลงเลือกตั้งทั้งที่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 50 พรรคเคยส่งนั้น เนื่องจากเห็นว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ผู้สมัครของพรรคได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนที่น้อยกว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งกว่า 10 เท่าตัว ทางพรรคจึงพิจารณาไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวเพราะจะทำให้พรรคเสียเงินในการลงเลือกตั้งไปโดยเปล่าประโยชน์
"จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ทางคณะกรรมการฯจึงเห็นว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 11 ม.ค. 52 ในบางพื้นที่ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 95 วรรค 2 และการกระทำดังกล่าวไม่ได้ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับผลประโยชน์อื่นใดอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองอื่น ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งซ่อมดังกล่าวไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรมแต่อย่างใด จึงให้ยกคำร้อง”
นายสุทธิพล ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ทางเลขานุการของคณะกรรมการไต่สวนฯ ยังได้นำเสนอกกต.ถึงหนังสือของอัยการสูงสุดที่แจ้งต่อนายเรืองไกร กรณีที่นายเรืองไกรขอให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เลิกกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศด้วยวิถีทางที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68, 237, 238 และพ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 94 ,95, 98 103, 110, 111 และขอให้ศาลมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์
ซึ่งอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่เข้าข่ายกระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศด้วยวิถีทางที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญอันเป็นการต้องห้ามกระทำมิได้ตามมาตรา 68 ที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงมีคำสั่งให้ยุติเรื่องดังกล่าว
Tags : คณะกรรมการการเลือกตั้ง • พรรคประชาธิปัตย์
