กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : นโยบาย

วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 19:46

เขมรอ้างกรุงเทพออนไลน์ลงแผนที่คลาดเคลื่อน

แผนที่เขาพระวิหารของทางกัมพูชาซึ่งอ้างว่าถูกต้อง

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

รองปธ.ฝ่ายตอบโต้สื่อฯกัมพูชา แจงกรุงเทพธรุกิจลงแผนที่ประกอบสัมภาษณ์กรณีเขาพระวิหารผิดจากแผนที่กัมพูชาชี้หนังสือ"ฌอง บวสเซลีเย่"ไร้ค่าทางกม.

นายสม สุธา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และรองประธานฝ่ายสื่อและการตอบโต้ฉับพลัน สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ระบุถึงแผนที่บริเวณปราสาทพระวิหารที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ www.bangkokbiznews.com เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2553 มีความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งยึดตามสันปันน้ำ โดยระบุว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตแดนไทยทั้งหมด

ทางการกัมพูชาเห็นว่า "กรุงเทพธุรกิจ" บิดเบือนและตีความในทางเสียหายต่อแผนที่ปราสาทพระวิหารในหนังสือ "Asie du Sud - Est, Tome I, Le Cambodge" เขียนโดย ฌอง บวสเซอลีเย่ (Jean Boisselier) ซึ่งเป็นหนังสือที่ไม่มีความหมายทางกฎหมาย

ฝ่ายสื่อและการตอบโต้ฉับพลัน สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขอเรียกร้องให้ "กรุงเทพธุรกิจ" ถอดแผนที่ดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลปราสาทพระวิหาร เนื่องจากเป็นแผนที่ไม่ถูกต้อง

พร้อมกันนี้ กัมพูชาขอแนะนำให้ "กรุงเทพธุรกิจ" อาศัยข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจะได้ไม่มีการตีพิมพ์เผยแพร่แผนที่ไม่ถูกต้องอีกในอนาคต ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ในเนื้อข่าว "กรุงเทพธุรกิจ" ระบุว่า เส้นแบ่งเขตแดนอ้างอิงตามสันปันน้ำ ซึ่งทำให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตแดนไทยโดยสิ้นเชิง สอดคล้องกับมาตรา 1 ในสนธิสัญญาสันติภาพเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2436 แต่มาตรา 3 ในสนธิสัญญาระหว่างฝรั่งเศสและไทยเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2447 กำหนดว่า จะต้องมีการปักปันเขตแดนระหว่างราชอาณาจักรสยามและดินแดนที่ประกอบเป็นอินโดจีนของฝรั่งเศส ซึ่งการปักปันเขตแดนนี้จะดำเนินการโดยคณะกรรมาธิการผสม ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากประเทศคู่สัญญา

โดยแท้จริงแล้ว จดหมายฉบับนี้เป็นการเน้นให้เห็นว่า ศาลโลกที่กรุงเฮก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ใช้แผนที่ ANNEX I MAP แสดงเขตแดนของปราสาทพระวิหาร ตามการตัดสินเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2505 ซึ่งได้รับการยอมรับจากประเทศไทยในปี 2451 ในสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 2447 และสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 2450

ตามข้อผูกพันใน ANNEX I MAP ศาลโลกยืนยันว่า ศาลพิจารณาว่าไทยยอมรับเมื่อปี 2541-2542 ว่า ANNEX I MAP เป็นผลจากการปักปันเขตแดน และรับรองเส้นแบ่งเขตแดนในแผนที่ อันส่งผลให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในดินแดนของกัมพูชา และศาลโลกตัดสินด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายยอมรับเส้นแบ่งเขตแดน และตกลงยึดเส้นแบ่งเขตแดนดังกล่าว จากการตัดสินเช่นนี้ ศาลโลกสรุปว่า การยอมรับ ANNEX I MAP โดยทั้งสองฝ่าย เป็นเหตุให้แผนที่นั้นเข้าไปอยู่ในสนธิสัญญา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาอันไม่อาจแบ่งแยกได้

พร้อมกันนี้ ฝ่ายสื่อและการตอบโต้ฉับพลัน สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้แนบสำเนา ANNEX I MAP มาด้วย รวมถึงสำเนาขยายแผนที่บริเวณปราสาทพระวิหารและเส้นแบ่งเขตแดน

ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทางการกัมพูชาขอเรียกร้องให้ถอดแผนที่ที่ไม่ถูกต้องออกจากเว็บไซต์ "กรุงเทพธุรกิจ" และแทนที่ด้วยแผนที่ ANNEX I MAP ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

----

*หมายเหตุ

กองบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจพิจารณาแล้ว น่าเชื่อว่าทางการกัมพูชาน่าจะชี้แจงตอบโต้เกี่ยวกับข้อเขียนสัมภาษณ์ นายวีรพันธุ์ มาไลยพันธุ์ อดีตคณบดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นผู้มอบภาพแผนที่ประกอบ และเป็นผู้กล่าวอ้างถึง ศาสตราจารย์ ฌอง บวสเซอลีเย่ (Jean Boisselier)

ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านประกอบคำชี้แจงของทางการกัมพูชาได้ที่ลิงค์นี้ http://bit.ly/bdgnbW

Tags : สม สุธา ปราสาทพระวิหาร

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    nornoo

    สรุปตีความให้เขมรได้เปรียบ ประเทสอื่นช่างมัน ในขณะที่โลกเขาเอายึดตามสันปันน้ำ แต่เขมรยึดเอาคำตัดสินศาลโลกที่ ไทย ยอมบางส่วน สรุปแล้วตามนิสัยของคนจากประเทศด้อยพัฒนา

แสดงความคิดเห็น

Video

advertisement

advertisement

advertisement