รองปธ.ฝ่ายตอบโต้สื่อฯกัมพูชา แจงกรุงเทพธรุกิจลงแผนที่ประกอบสัมภาษณ์กรณีเขาพระวิหารผิดจากแผนที่กัมพูชาชี้หนังสือ"ฌอง บวสเซลีเย่"ไร้ค่าทางกม.
นายสม สุธา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และรองประธานฝ่ายสื่อและการตอบโต้ฉับพลัน สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ระบุถึงแผนที่บริเวณปราสาทพระวิหารที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ www.bangkokbiznews.com เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2553 มีความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งยึดตามสันปันน้ำ โดยระบุว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตแดนไทยทั้งหมด
ทางการกัมพูชาเห็นว่า "กรุงเทพธุรกิจ" บิดเบือนและตีความในทางเสียหายต่อแผนที่ปราสาทพระวิหารในหนังสือ "Asie du Sud - Est, Tome I, Le Cambodge" เขียนโดย ฌอง บวสเซอลีเย่ (Jean Boisselier) ซึ่งเป็นหนังสือที่ไม่มีความหมายทางกฎหมาย
ฝ่ายสื่อและการตอบโต้ฉับพลัน สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขอเรียกร้องให้ "กรุงเทพธุรกิจ" ถอดแผนที่ดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลปราสาทพระวิหาร เนื่องจากเป็นแผนที่ไม่ถูกต้อง
พร้อมกันนี้ กัมพูชาขอแนะนำให้ "กรุงเทพธุรกิจ" อาศัยข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจะได้ไม่มีการตีพิมพ์เผยแพร่แผนที่ไม่ถูกต้องอีกในอนาคต ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม
ทั้งนี้ในเนื้อข่าว "กรุงเทพธุรกิจ" ระบุว่า เส้นแบ่งเขตแดนอ้างอิงตามสันปันน้ำ ซึ่งทำให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตแดนไทยโดยสิ้นเชิง สอดคล้องกับมาตรา 1 ในสนธิสัญญาสันติภาพเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2436 แต่มาตรา 3 ในสนธิสัญญาระหว่างฝรั่งเศสและไทยเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2447 กำหนดว่า จะต้องมีการปักปันเขตแดนระหว่างราชอาณาจักรสยามและดินแดนที่ประกอบเป็นอินโดจีนของฝรั่งเศส ซึ่งการปักปันเขตแดนนี้จะดำเนินการโดยคณะกรรมาธิการผสม ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากประเทศคู่สัญญา
โดยแท้จริงแล้ว จดหมายฉบับนี้เป็นการเน้นให้เห็นว่า ศาลโลกที่กรุงเฮก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ใช้แผนที่ ANNEX I MAP แสดงเขตแดนของปราสาทพระวิหาร ตามการตัดสินเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2505 ซึ่งได้รับการยอมรับจากประเทศไทยในปี 2451 ในสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 2447 และสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 2450
ตามข้อผูกพันใน ANNEX I MAP ศาลโลกยืนยันว่า ศาลพิจารณาว่าไทยยอมรับเมื่อปี 2541-2542 ว่า ANNEX I MAP เป็นผลจากการปักปันเขตแดน และรับรองเส้นแบ่งเขตแดนในแผนที่ อันส่งผลให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในดินแดนของกัมพูชา และศาลโลกตัดสินด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายยอมรับเส้นแบ่งเขตแดน และตกลงยึดเส้นแบ่งเขตแดนดังกล่าว จากการตัดสินเช่นนี้ ศาลโลกสรุปว่า การยอมรับ ANNEX I MAP โดยทั้งสองฝ่าย เป็นเหตุให้แผนที่นั้นเข้าไปอยู่ในสนธิสัญญา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาอันไม่อาจแบ่งแยกได้
พร้อมกันนี้ ฝ่ายสื่อและการตอบโต้ฉับพลัน สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้แนบสำเนา ANNEX I MAP มาด้วย รวมถึงสำเนาขยายแผนที่บริเวณปราสาทพระวิหารและเส้นแบ่งเขตแดน
ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทางการกัมพูชาขอเรียกร้องให้ถอดแผนที่ที่ไม่ถูกต้องออกจากเว็บไซต์ "กรุงเทพธุรกิจ" และแทนที่ด้วยแผนที่ ANNEX I MAP ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
----
*หมายเหตุ
กองบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจพิจารณาแล้ว น่าเชื่อว่าทางการกัมพูชาน่าจะชี้แจงตอบโต้เกี่ยวกับข้อเขียนสัมภาษณ์ นายวีรพันธุ์ มาไลยพันธุ์ อดีตคณบดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นผู้มอบภาพแผนที่ประกอบ และเป็นผู้กล่าวอ้างถึง ศาสตราจารย์ ฌอง บวสเซอลีเย่ (Jean Boisselier)
ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านประกอบคำชี้แจงของทางการกัมพูชาได้ที่ลิงค์นี้ http://bit.ly/bdgnbW
Tags : สม สุธา • ปราสาทพระวิหาร

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น