สภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯหารือ"อภิสิทธิ์" ย้ำเหลือ10จังหวัดคงพ.ร.ก.เชื่อมั่นสร้างความปลอดภัย ตัวแทนสหรัฐฯ ยินดี"TimeWarner"เลือกไทยถ่ายทำหนัง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับคณะนักธุรกิจ สภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐอเมริกา(US-ASEAN Business Council : USABC) มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี และนายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย ร่วมหารือด้วย ณ ห้องสีเขียว ทำเนียบรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณความมุ่งมั่นของนักธุรกิจสหรัฐฯ แม้ว่าไทยประสบกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเมื่อต้นปีไทยที่ผ่านมา คณะนักธุรกิจสหรัฐฯ ยังคงบทบาทสำคัญในการเดินหน้าส่งเสริมการดำเนินธุรกิจและเพิ่มการลงทุนในไทย ในหลายๆ อุตสาหกรรม แม้ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มของการฟื้นตัวอย่างชัดเจน และมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลก็จะยังคงเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ อาทิ ถนนและรางรถไฟ ประกอบกับการรวมตัวของชุมชนเศรษฐกิจอาเซียนในอีกห้าปีข้างหน้า (ค.ศ.2015) ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งบวกกับการเชื่อมโยงอาเซียนภายใต้ความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคต่างๆ ทำให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุนและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
นาย Marc Mealy รองประธานสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ ในฐานะหัวหน้าคณะฯ ได้กล่าวขอบคุณความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของไทยและสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยและสหรัฐฯ ที่อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน เชื่อว่า การเดินทางมาเยือนไทยในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสดีในการสานต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกัน
ทั้งนี้ คณะสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ ยังสนใจติดตามความคืบหน้าสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจ้งข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ ว่า เมื่อวานนี้(29 ก.ค.) รัฐบาลได้ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มอีก 6 จังหวัด คงเหลือ 10 จังหวัด ซึ่งรัฐบาลจะพยายามให้ความมั่นคงและความปลอดภัยกับประชาชนอย่างเต็มที่ และจะให้มีการบังคับใช้กฎหมายตามปกติให้เร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็เดินหน้ากระบวนการสร้างความปรองดอง เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไข โดยส่วนตัวมองกว่า การเลือกตั้งทั่วไปจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหาขึ้นใหม่ คาดว่าการเลือกตั้งทั่วไปอาจเกิดขึ้นภายในต้นปีหน้า ก่อนการสิ้นสุดวาระ
สำหรับ ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหามาบตาพุดนั้น รัฐบาลเห็นว่าเป็นการขัดแย้งข้อการตีความ จึงเน้นความสำคัญให้เกิดความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของกฎหมายหรือสิ่งแวดล้อม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาใหม่ขึ้นอีกในอนาคต เชื่อว่า จะสามารถยุติปัญหามาบตาพุดและหาทางออกร่วมกันได้ภายในเร็ววันนี้
พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ “One Stop One Start” เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2009 เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างประเทศ รวมทั้งได้ประสานหลายกระทรวงเพื่อขอให้มีการลดขั้นตอนและเวลาดำเนินการด้วย
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณภาคธุรกิจสหรัฐ ฯ ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนข้อริเริ่มของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economic) รัฐบาล มุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ ยังยินดี ที่ทราบว่า บริษัท Time Warner ของสหรัฐ ฯ ได้เลือกไทยเป็นสถานที่ไทยถ่ายทำภาพยนตร์
ในตอนท้ายนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาและขจัดอุปสรรคต่างๆ ในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยจะพิจารณาและปรับปรุงกฎ ระเบียบต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล ภายใต้กฎระเบียบของความตกลงเขตการค้าเสรี และองค์การการค้าโลก ซึ่งมั่นใจว่าเมื่อมีการใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่ถูกต้องได้
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น