เลขานุการ รมว.บัวแก้ว เผยเลื่อนวาระปราสาทพระวิหาร ไทยได้เปรียบ 1ปีจากนี้ทำงานเต็มที่ ป้องเอ็มโอยู2543 เน้นปักปันเขตแดน ไม่ใช่รับแผนที่เขมร
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00 น. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังจากมารับหนังสือเรียกร้องของกลุ่มเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ ว่า หลังจากนี้คงจะมีแผนการดำเนินการ เราคงต้องยึดจุดยืนเดิมของเราอยู่เรื่องของการปักปันเขตแดนให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยเสียก่อน ก่อนจะดำเนินการรับรองแผนบริหารจัดการ
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราได้พูดคุยกันคือช่วงระยะเวลา 1 ปีต่อจากนี้ เมื่อเราได้เห็นแผนบริหารจัดการแล้ว วิธีการที่จะเดินต่อไปต้องมีการพูดคุยกันใกล้ชิดโดยตลอด แต่ว่าความสำคัญของบันทึกความเข้าใจปี 2543 (เอ็มโอยู) ที่ประเทศไทยมีไว้กับประเทศกัมพูชา เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรนำไปใช้ในการเริ่มปักปันเขตแดน ถึงการที่จะปรับสภาพพื้นที่ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะดำเนินการ ในเรื่องเขตแดนได้ทันที
เมื่อถามว่าภายในระยะเวลา 1 ปีคาดว่าจะมีความสำเร็จหรือไม่ในการปักปันเขตแดน นายชวนนท์ กล่าวว่า เราคงตอบเรื่องของระยะเวลาไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะยืนยัน คือ หลักการที่เราจะยืนไว้ว่าเรื่องนี้จะต้องดำเนินการต่อไปได้ เมื่อเรื่องเขตแดนมีความชัดเจน หรือไม่ก็การยื่นจดทะเบียนในลักษณะที่ไม่รุกล้ำเข้ามาในอาณาเขต หรือสิทธิของคนไทย
เมื่อถามต่อว่าเรามีวิธีการจูงใจอย่างไรถึงจะทำให้คณะกรรมการมรดกโลกเห็นคล้อยกับประเทศไทยภายใน 1 ปี นายชวนนท์ กล่าวว่า สิ่งที่ได้เปรียบคือเราได้เห็นแผนบริหารจัดการแล้วในระยะเวลา 1 ปี ในการพิจารณา และเราได้เห็นว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมไม่สอดคล้องกับคณะกรรมการมรดกโลก และเรามีสิทธิ์ที่จะเดินทางไปพูดคุยกับคณะกรรมการมรดกโลก หรือภาคีของประเทศสมาชิกต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจก่อนที่จะมีการประชุมในครั้งหน้า
ต่อข้อซักถามที่ว่ามีการปรับแผนทำความเข้าใจกับฝ่ายภาคีอย่างไร นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าการตัดสินของคณะกรรมการมรดกโลกจะเป็นไปด้วยความยุติธรรม
"กฎเกณฑ์ที่ได้วางไว้ต้องเป็นไปตามนั้น ไม่มีการยกเว้น ในเรื่องของแผนที่ แผนผังต่างๆต้องมีความชัดเจน และไม่มีการรุกล้ำมาในอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วเราก็ไม่มีปัญหา ในการที่ไทยจะไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก" นายชวนนท์ กล่าว
เมื่อถามต่อว่าถ้าทางประเทศกัมพูชายอมให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกัน ทางประเทศไทยจะยอมรับใช่หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ต้องดูว่าการจดทะเบียนร่วมกัน เป็นการจดทะเบียนร่วมกันหรือเป็นการจดทะเบียนข้ามเขต ความเหมาะสมความสมบูรณ์ในเรื่องของแผนผัง แผนที่ของเขตแดนมีความเรียบร้อยมากแค่ไหน อย่างไรก็ดีรัฐบาลยืนยันว่าจะทำทุกอย่างไม่ให้กระทบกับสิทธิอธิปไตยของชาติไทย
ต่อข้อซักถามที่ว่าจากนี้ไปจะมีการพูดคุยกับประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ นายชวนนนท์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเราพร้อมการประชุมเรื่องคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดน ระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งผลการประชุมอยู่ระหว่างนำเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ เพื่อนำกรอบการประชุมไปประชุมในครั้งต่อไป ซึ่งต้องพิจารณากันต่อไป ว่าถึงเวลาที่เหมาะสมโดยจะมีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับทางประเทศกัมพูชา เพื่อผลักดันเรื่องดังกล่าวให้คืบหน้า
เมื่อถามต่อว่าระหว่างความสัมพันธ์ของประเทศกัมพูชาหลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จในการผลักดันแผนบริหารจัดการครั้งนี้คิดว่าสถานการณ์จะตรึงเครียดหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนคิดว่า เราต้องแยกแยะระหว่างความถูกต้องกับเรื่องความสัมพันธ์ ซึ่งสิ่งที่เราได้ดำเนินการไปไม่ใช่เราไปตีรวนหรือไปกลั่นแกล้งประเทศกัมพูชา เพียงแต่เราไปขอร้องให้การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกมีความถูกต้องเป็นธรรม และยุติธรรมแก่ประเทศไทย เมื่อเราได้มีการอธิบายแล้ว เขามีความเข้าใจในเรื่องนี้ ฉะนั้นทางกัมพูชาต้องกลับมาดูว่า มีเรื่องใดที่ไม่สมบูรณ์ และเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกับประเทศไทยก่อน ซึ่งมีกรอบในการเจรจาอยู่แล้ว และ เอ็มโอยู 2543 เป็นประโยชน์ในการดำเนินการต่อไป ในระยะนี้
เมื่อถามต่อว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงในการทำความเข้าใจกับนานาประเทศหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ทั้งในประเทศและต่างประเทศต้องมีการชี้แจง และต่างประเทศส่วนใหญ่วันนี้คงมีการพิสูจน์ได้ว่า นายสุวิทย์ คุณกิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คงได้ดำเนินการชี้แจงภาคีสมาชิกคราวนี้ให้มีความเข้าใจ และสุดท้ายจะมีการพิจารณาออกไปเป็นปีหน้า ส่วนในประเทศเราต้องทำความเข้าใจ กระบวนการที่ต้องดำเนินการของรัฐบาลเป็นไปอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
เมื่อถามต่อว่าทางกลุ่มพันธมิตรจะมีการเคลื่อนไหวทางขึ้นประสาทเขาพระวิหารจะทำให้เกิดความกดดันหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกันว่าวันนี้รัฐบาลได้ดำเนินการปกป้องสิทธิและอธิปไตยของเราไว้อย่างเต็มที่ ส่วนกระบวนการต่างๆที่ยังค้างคาอยู่จะมีกระบวนการและกลไกที่นำพาประเทศไปให้พ้นจากเรื่องปัญหานี้ไปได้ ฉะนั้นขอให้ทุกฝ่ายได้อดทน และรอดูรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา สำหรับท่าทีของประเทศกัมพูชายังไม่ท่าทีอะไรทุกอย่างเป็นไปตามปกติ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าไปพูดคุยหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่ได้หารือเป็นพิเศษ แต่เราต้องหารือร่วมกันในฐานะรัฐบาล และต้องทำงานอย่างใกล้ชิด ในระยะเวลา 1 ปีต่อจากนี้ จนกว่าจะถึงการประชุม คงต้องมีปัญหาอีกมากมายในกรแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องเขตแดน และเรื่องของความไม่เข้าใจ ในเรื่องของกระบวนการการปักปันเขตแดน และการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ตนคิดว่ารัฐบาลควรต้องเตรียมความพร้อมในการเดินหน้า เพื่อให้ 1 ปีที่จะถึงนี้เป็น 1 ปีที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อถามต่อว่าขณะนี้ท่าทีของนานาชาติ ที่มองมายังประเทศไทยและประเทศกัมพูชาภายใน 1 ปีข้างหน้าคิดว่าประเทศไทยจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน นายชวนนท์ กล่าวว่า เขาคงต้องรอดูว่าให้ประเทศไทยและประเทศกัมพูชาได้พูดคุยกัน แต่คงไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ใครเป็นผู้ชนะ หรือผู้แพ้ในเรื่องนี้ แต่เรื่องของเรื่องเขาคงอยากให้ประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ได้พูดคุยและตกลงปัญหากันให้ชัดเจน เมื่อชัดเจนแล้วใครจะดำเนินการอะไรอย่างไรตนเชื่อว่านานาชาติจะไม่เข้ามาแทรกแซง
Tags : ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต • ปราสาทพระวิหาร
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น