กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : นโยบาย

วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 02:00

'กรณ์'ชงแผน100วัน ยกเลิกสัมปทานมือถือ

กรณ์ จาติกวณิช

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

คลังชงครม.เศรษฐกิจ แผน100วันยกเลิกสัมปทานมือถือ สู่ระบบใบอนุญาต "ทีโอที-กสท"ยังมีรายได้จากโครงข่ายอีก15ปี ถ้า"กทช"เอาไม่เกินสิ้นปีพลิกโฉม

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยวันนี้(18ก.ค.2553)ว่าในวันพรุ่งนี้(19ก.ค.2553การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ มีเรื่องเดียวที่ต้องพิจารณา คือแผนพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งเสนอโดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร(ไอซีที) เพื่อทำให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคมที่เสรีและเป็นธรรม และเอื้อให้เกิดการประมูล และการลงทุน 3G โดยไม่ทำให้รัฐเสียประโยชน์ 

และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้นต้องมีการยกเลิกสัญญาบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้สัมปทานของบมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคมแล้วแทนที่ด้วยใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และดำเนินการให้มีการเช่าสินทรัพย์คือโครงข่ายจากทีโอที และกสทฯ

ตามสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากจะมีการแข่งขันไม่เป็นธรรมแล้ว ยังมีอุปสรรคต่างๆ ทำให้การเปิดประมูลรวมทั้งการลงทุนใน 3G ไม่เกิดขึ้น แต่แผนของโครงการนี้จะทำให้เกิดการแข่งขันเสรีเป็นธรรมเพื้อให้เกิดการประมูลและลงทุน ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย

"ตุ๊กตาที่เราคิดขึ้นมา คือ ยกเลิกสัมปทานแทนด้วยไลเซ่นอายุ 15 ปี ส่วนแบ่งรายได้เดิมจ่าย 20-25% เหลือ 12.5% จะเรียกเป็นค่าธรรมเนียมความถี่ก็ได้ ยังมีค่าแลกเข้า 2G ไลเซ่นด้วย แต่จะเป็นเท่าไรอาจคำนวณได้จากอายุสัมปทานที่แต่ละเจ้าเหลือ ฐานลูกค้า หรือขนาดความถี่ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ต้องไปเจรจากับเอกชน แต่โดยรวมแล้วรัฐไม่ได้น้อยลง"

นายกรณ์กล่าวว่า ทำแบบนี้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ เพราะทุกวันนี้ระบบโทรศัพท์มือถือ 2G ที่อยู่กับสัมปทานไม่มีใครสร้างโครงข่ายต่อ เพราะสัญญาที่แต่ละรายถืออยู่กำลังจะหมดอายุ  (เอไอเอสเหลือ 5 ปี ทรูมูฟ 3 ปี ดีแทค 8 ปี) ขณะที่เงื่อนไขไลเซ่น 3G ของกทช.อย่างเรื่องการแชร์ใช้โครงข่าย ซึ่งไม่มีความชัดเจน เพราะเอกชนกังวลว่าจะปัญหากับคู่สัญญาสัมปทาน ถ้าไม่มีระบบสัมปทานปัญหาทุกอย่างก็คลี่คลาย

โดยแผนดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อให้ครม.เศรษฐกิจอนุมัติในหลักการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงการคลัง และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เพื่อจัดทำแผนลงรายละเอียดนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ภายใน 100 วัน โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสมอภาคเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ดังนั้นจึงไม่สามารถแยกส่วนระหว่างบริการ 2G และ3G ออกจากกันได้

"เรื่องการออกไลเซ่นเป็นหน้าที่ของกทช. เราเพียงแต่เสนอแนวคิดที่คิดว่าน่าจะดีกับทุกฝ่าย เป็นหน้าที่เราในฐานะรัฐบาลที่ต้องมีนโยบายด้านโทรคมนาคม ขณะที่ผู้ที่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติมีหลายส่วน ถ้าเอกชนไม่เอาก็จบ เราไปบังคับให้เขาคืนสัมปทานไม่ได้ ถ้าทีโอทีกับกสทฯ ถ้ากทช.ไม่เห็นด้วยก็จบเหมือนกัน แต่อย่างที่ผมบอกหน้าที่ของเราคือเสนอสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ที่สุด ถ้ามีประโยชน์ทุกหน่วยก็ควรรับแนวคิดของรัฐบาลไปใช้ประกอบการพิจารณา"

นายกรณ์ ยอมรับว่าแนวคิดดังกล่าวอาจส่งผลต่อการเปิดประมูลใบอนุญาตบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ของกทช.ที่กำหนดไว้ในเดือนก.ย.นี้ แต่ไม่คิดว่าเป็นการแทรกแซงหรือกดดันการทำงานของกทช.แต่อย่างใด และหากเป็นข้อเสนอที่ดีทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายลงเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม ตนมองว่ากทช.ก็น่าจะรับฟังนำแล้วนำกลับไปทบทวนได้ เพราะเงื่อนไขต่างๆ ยังไม่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตนเชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจังเรื่องทั้งหมดจะเสร็จได้ภายในปีนี้

Tags : กรณ์ จาติกวณิช

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement