โครงการฟื้นฟูน้ำโขง ชี้ปฏิญญาหัวหินแค่สวยหรู จีนปัดรับทำโขงแล้ง ให้ข้อมูลแค่ผิวๆ อนุกมธ.น้ำย้ำ30ล้านคนเดือดร้อน เหตุทุกชาติไม่ล้มสร้างเขื่อน
นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ แม่น้ำโขง นายศรีสุวรรณ ควรขจร ผู้อำนวยการร่วม โครงการฟื้นฟูในภูมิภาคแม่น้ำโขง และนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ(ประเทศไทย) และอนุกรรมาธิการน้ำ วุฒิสภา ร่วมพูดคุยในรายการคม ชัด ลึก เรื่องการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง...แก้ปัญหาแห้งแล้ง?
นายศรีสุวรรณ กล่าวถึงปฏิญญาหัวหิน ซึ่งเป็นเอกสารที่ผู้นำประเทศกลุ่มลุ่มน้ำโขงให้การรับรอง ในการประชุมสุดยอดลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 1 ว่า ปฏิญญาหัวหินเต็มไปด้วยถ้อยคำสวยหรู แต่ยังไม่มั่นใจมีผลปฏิบัติจริงอย่างไร หากในอนาคตแม่น้ำโขงแห้ง หรือท่วม ซึ่งยังไม่เห็นว่า ปฏิญญาที่เป็นความร่วมมือของ 4 ประเทศตอบโจทย์ รวมทั้งยังไม่ระบุท่าทีที่ชัดเจนของจีน ที่ผ่านมาจีนปฏิเสธความรับผิดชอบ ที่มีกล่าวหาว่า แม่น้ำโขงแห้งจากเขื่อนทางตอนบนในจีน โดยจีนอ้างว่า ปริมาณน้ำลดต่ำลงจากฤดูแล้ง แต่มีข้อมูลว่า 4 เขื่อนในจีนกักเก็บน้ำโขง ทำให้เกิดปัญหากับประเทศปลายน้ำ
นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลต้องย้อนไปไกลมากกว่าที่จีนออกมาเปิดเผย ในความจริงจีนต้องระบุชัดว่าหลังและก่อนการสร้างเขื่อนปริมาณน้ำในเขื่อนเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องที่หลายฝ่ายเห็นร่วมกันว่า ควรให้จีนและพม่า เข้ามาเป็นสมาชิก เพื่อให้การจัดการแม่น้ำโขงเป็นไปอย่างสมบูรณ์ แต่ขณะนี้ปัญหาใหญ่คือ รัฐบาลกับประชาชนเห็นต่างกัน โดยที่รัฐบาลต้องการสร้างเขื่อน เชื่อว่า ในที่ประชุมไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้
นายหาญณรงค์ กล่าวว่า คณะทำงานความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง มีมากว่า 15 ปี ซึ่งวิกฤติการณ์แม่น้ำโขงมีมานานมากแล้ว แต่พึ่งมาเล็งเห็นถึงปัญหา การประชุมดังกล่าวไม่ได้รับฟังและเชิญภาคประชาสังคมเข้าร่วม โดยประเด็นที่มีการพูดคุยกันในที่ประชุมส่วนใหญ่จะเป็นการพูดคุยในประเด็นที่เชื่อมโยงสถานการณ์ภาวะโลกร้อน อย่างการระดมเงินทุน หรือเงินช่วยเหลือจากเอดีบีที่เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ทั้งนี้ ตนหวังว่า จะมีข้อสรุปอื่นๆ ที่เป็นรูปธรรม มากกว่า การรับฟังข้อมูลจากจีนเพียงอย่างเดียว
ด้านนายไกรศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำโขง ทุกฝ่ายรู้ว่า ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากปริมาณน้ำขึ้นลงที่เป็นผลจากการเขื่อนในจีน การพังของตลิ่งจากการเดินเรือ โดยเฉพาะที่พื้นที่เชียงแสน เชียงของ ซึ่งการเดินเรือต้องปล่อยน้ำแรงๆ ออกมาเพื่อให้เดินเรือได้ ขณะเดียวกันความต้องสร้างเขื่อน โดย กฟผ. มีแผนสร้างเขื่อนร่วมกับลาว พอเอ็นจีโอ ชาวบ้านออกมาโวยที ก็รับฟังกันที
เมื่อถามว่า การประชุมสุดยอดลุ่มแม่น้ำโขงช่วยแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า คงแก้ไขไม่ได้ เมื่อทุกประเทศต้องการสร้างเขื่อน ซึ่งคนลาวกว่า 30 ล้านคนต้องพึ่งพาแม่น้ำโขง และการประมงในลุ่มน้ำโขงในพื้นที่ในลาวให้ผลผลิตกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งเหตุผลที่ สมเด็จฮุนเซ็น ไม่สร้างความขัดแย้งกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเพิ่มอีกเรื่อง เนื่องจากเขื่อนโตนเลซับ ซึ่งเป็นพื้นที่ประมงใหญ่ที่สุดของกัมพูชา กำลังแห้ง ทางกัมพูชาจึงจำเป็นต้องรับฟัง และขอความร่วมมือกับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า 4 ประเทศในแทบลุ่มน้ำโขง มีความเกรงใจจีน ซึ่งจีนเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่สุดต่อเวียดนาม และกัมพูชา ตนมีความเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ ควรเป็นผู้นำใน 4 ประเทศนี้พูดคุยกับจีน ตนไม่รู้ว่า สถานการณ์การเมืองทำให้นายกรัญมนตรีไม่มีสมาธิกับเรื่องนี้ ทั้งนี้ ในอดีตข้อมูลทางราชการก็ว่า เขื่อนของจีนสร้างปัญญา แต่ข้อมูลที่ออกมาตอนนี้ กลับตรงข้าม ตนเชื่อว่าข้อมูลราชการที่เปิดเผยขึ้นอยู่กับนโยบาย
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ จีนยังเดินหน้าสร้างเขื่อนต่อไป โดยไม่มีท่าล้มเลิก ซึ่งจีนมีแผนสร้างเขื่อนรวม 15 เขื่อนในจีน ตอนนี้สร้างไปแล้ว 4 เขื่อน และจะเดินหน้าสร้างต่ออีก 11 เขื่อน ทั้งนี้ การที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนยืนยันว่า จะไม่กระทบต่อประเทศปลายน้ำ สำหรับตนไม่เชื่อแม้แต่น้อย
ด้านนายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมน้ำ กล่าวว่า หลังประชุมเสร็จสิ้น จะต้องทำกรอบยุทธศาตร์พัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ตั้งแต่ปี 2554-2559 โดยจะลำดับความสำคัญ ความท้าทาย และเรื่องเร่งดำเนินการ อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังข้อมูลจีน ที่ได้เปิดเผยข้อมูลปริมาณเข้าออกของ 4 เขื่อนต่อที่ประชุมเอ็มอาร์ซี ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2552 – มีนาคม 2553 ตนเห็นว่าหาก 4 ประเทศได้รับข้อมูลก่อน อาจช่วยปรับทัศนะต่อจีนใหม่
นายหาญณรงค์ กล่าวว่า ข้อมูลที่จีนให้มา ยังไม่เพียงพอต่อการวิเคราะห์ปัญหาวิกฤติการณ์แม่น้ำโขง ซึ่งควรรับฟังข้อมูลจากภาคประชาสังคม และประชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน แต่ตนมองว่า ปัญหาแม่น้ำโขงแห้ง เกิดจากการก่อสร้างเขื่อนเป็นหลัก ที่มีความจำเป็นแค่ไหน
นายไกรศักดิ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำร่วมกันคงไม่เพียงแต่ควรมีการกำหนดกฎระเบียบการใช้แม่น้ำร่วมกัน เหมือนเป็นระเบียนระหว่างประเทศ ที่ประเทศในลุ่มน้ำต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด สิ่งหนึ่งที่ยังไม่มีการพูดถึง คือ ลาวสร้างเขื่อนจำนวนมาก แม้จะไม่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง โดยปริมาณการปล่อยน้ำของโขง มี 38 เปอร์เซ็นต์จากน้ำในลาว
ด้านจอมขวัญ ถามถึงข้อมูลปัญหาลุ่มน้ำโขงของกรมน้ำ ไม่เกี่ยวข้องกับที่จีนสร้างเขื่อนหรือไม่ อธิบดีกรมน้ำ กล่าวว่า ตัวเลขของจีน ที่ระบุ ปริมาณระบายน้ำจากการปั่นกระแสไฟฟ้า และปัญหาจีนประสบภัยแล้ง อย่างน้อยหน่วยงานระหว่างประเทศมาเล่าสถานการณ์ ก็คงให้ตัวเลขที่ถูกต้อง คงไม่มีให้ตัวเลขเท็จ แต่อาจเป็นส่วนหนึ่ง คงมีองค์ประกอบอื่นที่ก่อให้เกิดปัญหา โดยข้อมูลที่มีตอนนี้ ตนยังไม่เชื่อว่า เหตุการณ์ในตอนนี้ มาจากการสร้างเขื่อนของจีน
ส่วนไกรศักดิ์ มองว่า เขื่อนเสี่ยวหว่านของจีน เป็นเขื่อนที่ใหญ่ในภูมิภาค กักน้ำไว้ 1 หมื่น 4 พันล้านลูกบาศก์เมตร ที่ไม่รวมเขื่อนอื่น เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อลุ่มน้ำโขง โดยทุกเขื่อนมีการรักษาระดับน้ำตลอดเวลา
นายหาญณรงค์ กล่าวทิ้งทายว่า ควรมองหาพลังงานอื่น ที่ให้พลังงานมากกว่าพลังงานไฟฟ้าจากเขื่อน ซึ่งตอนนี้ มีความจำเป็นมากขนาดไหนในการสร้างเขื่อนเพื่อใช้ประโยชน์ด้านพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ในความจริงตอนนี้ การสร้างเพื่อใช่ไฟฟ้าสำหรับการลงทุนมากกว่าการใช้ในครัวเรือนในประเทศ และเพื่อการเกษตร
Tags : แม่น้ำโขง • ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ