กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : นโยบาย

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 01:01

'สาทิตย์'เล็งช่องกม.หวังเรียกชดเชยจีที200

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

รมต.สำนักนายกฯ จะตั้งคณะทำงานศึกษากฎหมายเรียกค่าเสียหายจากบริษัทขายGT200 ด้าน"อภิสิทธิ์"ย้ำพร้อมทดสอบGT 200/ALFA6 ใน3จังหวัดใต้แนะเลิกใข้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) พิจารณาหาช่องทางตามกฎหมายเรียกร้องให้บริษัทชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น จากที่ทดสอบจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพจริงตามโฆษณา

โดยเขาระบุว่า เท่าที่หารือกันเบื้องต้น คณะทำงานชุดนี้จะมีตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) กระทรวงยุติธรรม กระทรวงกลาโหม กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ โดยจะให้เลขาธิการ สคบ.เป็นเลขานุการคณะทำงาน ซึ่งตนคิดว่าจะสามารถติดต่อประสานงาน ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง และจะมีการนัดหมายประชุมคณะทำงานดังกล่าวภาย ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ 

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการพิจารณาของคณะทำงานชุดนี้ คือ 1.ต้องดูว่าการจัดซื้อเครื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกี่ครั้ง แต่ละครั้งหน่วยงานใดเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาในการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างไร 2.ดูว่าหลังจากจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ผลที่เกิดจากการทดลองของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯกับผลที่เกิดขึ้นในการใช้จริง มีความเสียหายใดเกิดขึ้นหรือไม่ และ 3.นำข้อกฎหมายมาพิจารณาเปรียบเทียบว่าระหว่างตามสัญญากับผลที่เกิดขึ้นจริงนั้นถึงขั้นจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้หรือไม่ โดยเป็นประเด็นข้อกฎหมายเฉพาะฝ่ายภาครัฐ ซึ่งคาดว่าคณะทำงานจะใช้เวลาทำงาน 2 สัปดาห์ และภายหลังจากได้ข้อสรุปก็จะเสนอต่อครม.ต่อไป 

ทั้งนี้ เป้าหมายในการพิจารณาอยู่ที่ตัวสัญญาที่บริษัทจัดจำหน่ายมานั้นเป็นสัญญาที่มีปัญหาข้อกฎหมายว่าเมื่อนำสินค้าไปใช้แล้วพบว่ามันไม่ได้คุณภาพอย่างที่มีการตกลงกันในสัญญาหรือไม่ และทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ถ้าเสียหายจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้หรือไม่ แต่ไม่ได้ไปดูว่าใครทำสัญญาถูกหรือผิดอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนคงต้องประสานขอข้อมูลรายงานจากหน่วยงานต่างๆที่ใช้เครื่องจีที 200 จากนายกรัฐมนตรีและสำนักงบประมาณ เมื่อได้ข้อมูลแล้วคงจะต้องเชิญหน่วยงานเหล่านั้นมาชี้แจง ตนได้หารือเบื้องต้นกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม แล้ว ซึ่งรมว.กลาโหมยินดีให้ความร่วมมือในเรื่องนี้เป็นอย่างดี 

เมื่อถามว่านอกจากความผิดทางอาญาแล้ว จะมีการตรวจสอบประเด็นความผิดทางแพ่งด้วยหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้ระบุว่าเป็นเรื่องทางแพ่งหรืออาญา แต่เรื่องของสัญญาเป็นประเด็นที่ให้ความเห็นทางข้อกฎหมายว่าสัญญาของสินค้า ที่ซื้อมาถือว่าเป็นธรรมกับผู้บริโภคหรือผู้ซื้อหรือไม่ ซึ่งคงต้องฟังความเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายอีกมาก ซึ่งตนตั้งใจว่าอาจมีนักวิชาการทางนิติศาสตร์เข้ามาช่วยงานด้วย ส่วนการดูช่องทางเรียกค่าเสียหายในการจัดซื้อนั้นต้องดูประเด็นที่ตั้งขึ้น มาจากผลการประชุมคณะทำงานดังกล่าวรอบแรก
นายกฯพร้อมทดสอบอัลฟ่า 6 ต่ออีก

เมื่อเวลา 13.20 น. วันนี้(23 ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.เรื่องการทดสอบเครื่องจีที 200 และเครื่องอัลฟ่า 6 ว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำรายงานผลการทดสอบเครื่องจีที 200 เรียบร้อยแล้วและครม.ได้มอบหมายให้ไปลงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับกระทรวงกลาโหมและกองทัพ ซึ่งใช้เครื่องมือนี้อยู่ โดยอยู่ในระหว่างการนัดหมาย ซึ่งอาจจะไปในวันที่ 23 ก.พ.หรือช่วงสัปดาห์นี้ก็ได้ แต่เราต้องการให้เร็วที่สุด เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจและปรับแผนการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มมีเครื่องมือตัวนี้ และระหว่างนี้ก็มีแนวทางชัดเจนว่าไม้ให้ใช้เครื่องมือตัวนี้กับบุคคล ใครที่เอาไปใช้ในการตรวจพื้นที่เจ้าตัวและประชาชนจะต้องได้รับแจ้งในเรื่องของความเสี่ยง แต่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯก็พร้อมที่จะไปทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีที่จะช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และนำไปสู่การวางแผนที่จะไม่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ต่อไป 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีอัลฟ่า 6 นั้นก็จะมีการทดสอบเช่นเดียวกับจีที 200 โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯและคณะกรรมการก็จะรับไปดำเนินการเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นก็ยังเป็นมติให้ทุกหน่วยงานที่ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ทำรายงานขึ้นมาว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร ปริมาณเท่าไร ช่วงระยะเวลาใด ราคาเท่าไร และกระรบวนการแป็นอย่างไรทั้งหมดและครม.ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปดูในเรื่องของการรับผิดของบริษัทในเชิงของข้อกฎหมายทั้งหลาย 

เมื่อถามว่าเพราะอะไรจึงไม่ใช่หน่วยงานวิทยาศาสตร์ของกองทัพในการดำเนินการทดสอบการใช้เครื่องในพื้นที่ แทนการใช้หน่วยงานวิทยาศาสตร์จากส่วนกลาง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าก็หน่วยงานวิทยาศาสตร์ส่วนกลางเป็นผู้ทำการทดลอง ที่มีเครื่องมือพร้อมและทุกฝ่ายยอมรับผล 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในอ.โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อ 22 ก.พ. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจีที 200 นั้นขณะนี้มีคำอธิบายที่ต่างกัน โดยฝ่ายหนึ่งระบุว่ามีอุปกรณ์ตัวนี้เข้าไปแล้วก็ยังมีเหตุระเบิด แต่หน่วยงานก็รายงานว่าอุปกรณ์นี้ยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ก็เกิดระเบิดเสียก่อน 

ขณะเดียวกันหากสมมติว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีเครื่องมือตัวนี้แล้วเกิดการระเบิด ตนก็จะถูกหน่วยงานที่ปฏิบัติอยู่บอกว่าไปห้ามใช้จึงไม่สามารถตรวจหาระเบิดเจอ ดังนั้นต้องเข้าใจว่าเรามีการพิจสูจน์จากส่วนกลาง ซึ่งเราต้องเอาผลนี้ไปทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติที่ยังเชื่อในทางตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัด และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีเทคโนโลยีอื่นหรืออุปกรณ์ตัวอื่นที่ทำในสิ่งที่ผู้ปฏิบัติเห็นว่าใช้การได้ เราจึงบอกว่าอย่าเอาอุปกรณ์ตัวนี้ไปใช้ให้กระทบกับสิทธิ์ส่วนบุคคล และใครจะใช้ก็ต้องรู้ว่ามันมีผลการทดสอบอย่างนี้อยู่

Tags : สาทิตย์ วงศ์หนองเตย จีที200

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

ตอนนี้มีหนังสือพิมพ์ออกมาปูดเรื่องที่อสมท. จะต่ออายุสัมปทานช่อง 3 ให้เศรษฐ๊เจ้าเก่าเอาไปทำ ทำแล้วก็มีรายได้มหาศาล ส่วนอสมท.ได้เงินค่าสัมปทานนิดเดียวเมื่อเทียบกับกำไรของครอบครัวเศรษฐ๊ที่ประมูลเอาช่อง 3 ไปหากิน คุณสาทิตย์น่าจะเข้าไปดูเรื่องเป็นการด่วน อสมท.น่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของคุณสาทิตย์โดยตรง ทำเป็นเงียบ

ความคิดเห็นที่ 1

จัดการคนขายนั้น ควรแน่ แต่ ถ้าคนซื้อไม่โง่เกินพอ คนขายก็ทำอะไรเรามิได้ เพราะฉะนั้น คนซื้อโ.่กว่าคนขาย ที่ถูกหลอก แถม คนที่ถูกหลอกหลัก ๆ กลายเป็นฝ่ายความมั่นคงเสียด้วย กองทัพมีหน่วยข่าว กี่หน่วยก็ไม่รู้ กองทัพโดนหลอกง่าย ๆ แล้วเรื่องลับสุดยอดของฝ่ายตรงข้าม จะล่วงรู้ได้หรือ ยังไม่รวมราคาที่แตกต่างบางหน่วยงาน กับ หน่วยงานความมั่นคง ราคามันต่างชนิด หุบเหวกับท้องฟ้าเลยทีเดียว อันแรกง่าย ๆ หักเงินเดือนของ ทหารบกทุกคน เอาผลต่างราคามาคืน ปชช ก่อน อย่าคิดอะไรมาก ราคาผลต่าง ต่อเครื่องประมาณ 1 ล้านบาท ทบ ซื้อไปประมาณ 800 เครื่อง ก็แค่ 800 ล้านบาท 800 ล้านบาท มันไปไหน ไปอยู่ที่ใคร เอามาเสียดี ๆ นายกอภิสิทธิ์ จะเกรงอกเกรงใจ ทหารมิได้ ต้องทำการสอบอย่างตรงไปตรงมา เหตุใด ผบ ทบ จึงไม่ชี้แจงว่า เหตุใด ผลต่างราคา ถึงได้มากเช่นนี้ ทหารต้องเข้าใจตนเองให้มากว่า ทหาร ก็คือ ขรก คนหนึ่ง ๆ ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก กว่า ขรก คนอื่น ๆ และที่ต้องตระหนักให้มากยิ่งกว่า คือ ทหารทุกคน ขรก ทุก ๆ คน คือลูกจ้างของ ปชช ปชช คือนายของ ขรก ทุก ๆ คน ถ้า ขรก คนใด ยังคิดว่า เป็นนาย ปชช ขรก คนนั้น องค์กรนั้น ๆ ก็ต้องถูก ปชช นี่แหละ กดดัน จนองค์กรนั้น ๆ อยู่ในสังคมอย่างยากลำบาก และท้ายที่สุดก็อยู่ไม่ได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement