ผ่านพ้นช่วงน้ำท่วมไม่นาน ปัญหาระลอกใหม่ก็เข้ามาแทนที่ ยังไม่ทันที่มาตรการเยียวยาน้ำท่วมจะเห็นผล ปัญหาค่าแรง 300 บาท
ก็ตามมาติดๆ ดูแล้วคงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเรื่องค่าจ้างมีการพูดกันมาหลายครั้ง แต่นั่นอาจจะเป็นแค่หนังตัวอย่าง ทว่าหลังจากนี้ การปรับค่าจ้างกำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้
ขณะที่นายจ้างบางรายยังไม่ฟื้นจากน้ำท่วม หรือบางรายก็กัดฟันเปิดกิจการ ยังเดินเครื่องได้ไม่เต็มสูบ ดันมาเจอค่าจ้าง 300 ดักหน้า จนมีเสียงบ่นดังๆ จากฝั่งผู้ประกอบการไปถึงกระทรวงแรงงานให้ทบทวนมติบอร์ดค่าจ้างได้หรือไม่
แม้ล่าสุดจะมีการหารือกันระหว่าง รมว.แรงงานกับผู้บริหารของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทว่ายังคงมีการบ้านที่รอให้รัฐบาลแก้อีกเพียบ ทั้งนี้ยังไม่รวมข้อเสนอที่จะให้ยกเลิกระบบค่าจ้างขั้นต่ำ
ที่ล่าสุดในงานสัมมนาเรื่อง "ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อเพิ่มผลิตภาพในการทำงานของภาคอุตสาหกรรม" ทั้งนายจ้างและลูกจ้างตลอดจนนักวิชาการ ต่างสนับสนุนให้ยกเลิกระบบค่าจ้างขั้นต่ำ โดยแนะว่าไทยควรหันมาใช้แรงงานฝีมือชั้นสูง เลิกใช้แรงงานราคาถูก เพราะมันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ซึ่งทางออกคือการจัดทำโครงสร้างค่าจ้างประจำปี
ทำอย่างไรที่จะผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น สามารถแข่งขันในตลาดได้ ประเด็นการพัฒนาทักษะ เพิ่มผลิตภาพ productivity และปรับระบบการบริหารจัดการ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายอยากให้ความสำคัญกว่าระบบค่าจ้างขั้นต่ำ
ส่วนอุตสาหกรรม ที่ใช้แรงงานเข้มข้น ค่าจ้างต่ำ กลับถูกมองว่าหลังจากนี้จะย้ายฐานการผลิตไปยังพื้นที่ตะเข็บชายแดน หรือในประเทศเพื่อนบ้านแทน โดยที่ค่าจ้างต้องสะท้อนศักยภาพ และทักษะการผลิต
สำหรับคนงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน จะได้ค่าจ้างแรกเข้าที่ปรับขึ้นตาม Productivity ดัชนีราคาผู้บริโภค consumer price index และอายุงาน ที่ต้องมีการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี
ฟังสุ้มเสียงอย่างนี้แล้ว คงต้องหันไปถามภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงแรงงานที่ดูแลรับผิดชอบระบบค่าจ้างขั้นต่ำว่าจะเอาด้วยหรือไม่ อย่างไร ...

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น