กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 31 ตุลาคม 2556 01:00
กาแฟดำ
กาแฟดำ

ข้างหน้าคือเหว!

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

บางคนเรียกวันนี้ว่าเป็น “วันเริ่มต้นของจุดจบ” อีกบางคนบอกว่ามันคือ “จุดจบของการเริ่มต้นใหม่”

แต่ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เป็น “จุดจบ” ของประเทศ และหวังว่าจะเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการเรียกสติกลับมาให้กับเหล่านักการเมืองทั้งหลาย

เพราะคนที่พาบ้านเมืองมาแขวนโตงเตงอยู่ “ขอบเหว” ทางการเมืองอีกวาระหนึ่งนั้นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่คือนักการเมืองที่เล่นเกมเอาชนะคะคานกันเพื่อกุมอำนาจเท่านั้น

ไม่ได้เกี่ยวกับคนส่วนใหญ่ของประเทศแต่อย่างใด

เรามาถึงจุดอันตรายนี้อีกรอบหนึ่งได้อย่างไร?

เป็นเพียงเพราะใครคนหนึ่งบ่น “ผมอยากกลับบ้าน” เท่านั้นหรือ?

หรือเพราะการประเมินพลังของคนไทยส่วนใหญ่ผิด คิดว่าหากมีเสียงข้างมากในสภาแล้ว, จะทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้น โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมา

หากวันนี้มีการลงมติผ่านวาระสอง และวาระสาม ของ พ.ร.บ นิรโทษกรรม อย่างที่แกนนำพรรคเพื่อไทย กำหนดเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่มีเสียงต่อต้านทั้งจากภายในพรรค และการประกาศ “เป่านกหวีด” ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อระดมผู้คนที่คัดค้านออกมานอกถนนอีกครั้งหนึ่ง, ความสับสนปั่นป่วนทางการเมืองสำหรับคนไทยทั่วไป ที่จะตามมาจะสร้างความเสียหายให้กับทั้งประเทศอีกรอบหนึ่งอย่างปฏิเสธไม่ได้

ประเด็นของความเห็นพ้อง และต่อต้านครั้งนี้ไม่ได้แบ่งตามสีอีกต่อไป หากแต่อยู่ที่ว่า “ใคร” จะได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรมครั้งนี้

ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าทักษิณ ชินวัตร ไม่ควรจะได้การนิรโทษกรรม เพราะมีคำพิพากษาของศาลถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม และหากความผิดคอร์รัปชันได้รับการอภัยโทษได้ ล้างผิดได้ บ้านเมืองก็ไม่ต้องมีอันเป็นปกติสุขอีกต่อไป

อีกฝ่ายหนึ่งแม้จะอยู่ข้างเดียวกับพรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่ต้องการให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ประโยชน์เพราะมีข้อหารุนแรง สั่งฆ่าผู้ประท้วงรัฐบาลสมัยโน้น

ผู้ไม่เห็นด้วยทั้งสองฝ่ายทำท่าว่าจะเห็นด้วยหากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ จะปล่อยคนที่ถูกจำขังหรือถูกกล่าวหาเพราะกิจกรรมการเมืองประท้วงรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นสีอะไรก็ตาม

แต่มีการแก้ไขในขั้นกรรมาธิการออกมาลักษณะ “สุดซอย” ผู้คนก็มองทะลุว่าปฏิบัติการครั้งนี้ มีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากลอยู่เป็นอันมาก

แต่เมื่อฝ่ายผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านโดยไม่คำนึงถึงเสียงคัดค้านจากสารทิศ และยังอ้างว่าเมื่อกฎหมายนี้ผ่านแล้วจะทำให้ประเทศไทยออกจากความขัดแย้ง

ทั้ง ๆ ที่ปรากฎชัดเจนแล้วว่าทุกขั้นตอนของการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ก่อให้เกิดความร้าวฉานอย่างหนักหน่วงในประเทศ

วันนี้ เรามายืนอยู่ตรงขอบเหวของการเมืองอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ผู้รับผิดชอบต่อบ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือประธานสภาฯ หรือแกนนำฝ่ายค้าน ไม่ได้แสดงความเป็น “ผู้บริหารความขัดแย้ง” ระดับชาติเพื่อไม่ให้คนทั้งชาติต้องหล่นลงไปในก้นเหวข้างหน้านี้ได้เลย

นายกฯบอกว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของสภา ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลนี้คือส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทยที่กำลังผลักดันเรื่องนี้

รัฐบาลย่อมรู้ว่าหากเกิดวิกฤตการเมืองรอบใหม่ เศรษฐกิจของประเทศก็จะมีอันต้องเผชิญกับมรสุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่สถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะนี้กำลังอยู่ในภาวะอ่อนไหว และบรรยากาศระหว่างประเทศมีความตึงเครียดอย่างน่ากังวล

ฝ่ายต่อต้านเมื่อเห็นว่าสู้ในสภา ไม่ได้ ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยตระหนักแล้วว่า การแสดงความเห็นคัดค้านด้วยเหตุด้วยผล ตามครรลองประชาธิปไตย ไม่อาจจะเกิดผลให้มีการยั้งคิดของผู้มีอำนาจได้อีกต่อไป

จึงเกิดภาวะการเผชิญหน้ารอบใหม่ที่ไม่ใช่การ “Set Zero” หากแต่จะนำประเทศกลับไปสู่ “Year Zero” เท่านั้นเอง

ใครโยนฟืนท่อนใหญ่เข้าไปในกองไฟ มีความรับผิดชอบต่อคนทั้งชาติ ที่จะต้องดึงกลับออกมาก่อนจะเกิดไฟบรรลัยกัลป์

Tags : วันเริ่มต้นของจุดจบ นิรโทษกรรม ทักษิณ ชินวัตร

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 2

    ssss15

    เหล่าคณะบุคคลที่ดำเนินการในเรื่องนี้
    จิตใจเขาทำได้อย่างไร
    ที่
    เอาอนาคตของประเทศชาติ
    เอาอนาคตของประชาชนทั้งประเทศ
    เอาเศรษฐกิจของคนทั้งประเทศ

    จับมาเป็นตัวประกัน

    ถ้าไม่ทำตามที่ฉันต้องการ ก็ ปล่อยให้มันพังไป
    แล้วถ้าไม่สำเร็จ เขาจะเสียอะไร
    เขาจะเสียอะไรได้อีกเล่า
    นอกจาก

    เขาไม่ได้ ใน สิ่งที่เขาไม่ควรได้อยู่แล้ว

    แล้วถ้าเขาทำสำเร็จ เขาจะได้อะไร
    เขาจะได้ ในสิ่งที่เขาไม่มีสิทธิได้เลย
    อย่าว่าแต่จะได้เลย
    แม้แต่คิด ก็ ไม่สมควรคิดแล้ว
    เพราะ

    เพราะมันเป็นสิ่งที่คนอุบาทว์เท่านั้นจึงจะกล้าคิด กล้าทำ สิ่งเหล่านี้

    แล้วเหตุใดบ้านเมืองเราจึงปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเดินมาจนถึงวันนี้ได้
    เพราะเหตุใดหรือ
    หากจะให้วิเคราะห์ เท่าที่คิดได้

    1.คนคิดทำสุดแสน อุบาทว์ เห็นแก่ตัวที่สุด

    2.คนที่ปล่อยให้เขาทำตามสบาย โดยแกล้งทำเป็นมองว่าเขาถูกกฏหมายนี่นา
    คนพวกนี้จะว่าไปแล้ว น่าตำหนิไม่แพ้คนคิดทำเลยทีเดียว
    เพราะ
    เท่ากับคนพวกนี้เห็นแก่ตัว ไม่แพ้ คนคิดทำ
    เอาตัวเองสบายก็พอ
    ประเทศชาติส่วนรวม ก็ ช่างแม่มันปะไร

    3.คนที่คัดค้านการกระทำนี้ ทุกหมู่ ทุกเหล่า
    สมควรได้รับการยกย่อง
    เพราะ
    เขาไม่เอาตัวเองรอดเท่านั้น
    ยอม หมิ่นเหม่ ให้สังคมถากถางเสียอีก
    คิดดูซิ แล้วเขาได้อะไรจากการนี้

    ท้ายนี้

    ขอให้พวกชอบเปลี่ยนสี เปลี่ยนกลิ่น อย่างง่ายดาย
    จงจำใส่กะโหลกไว้บ้าง

    ทุกคนตายไปไม่มีใครเอาอะไรไปด้วยได้
    ไม่ว่าจะเป็นยศถาบรรดาศักดิ์ สายสะพาย แหวนเพชรเงินทอง
    มีแต่ความดี ความชั่ว เท่านั้นที่จะติดตามเราไป

  • ความเห็นที่ 1

    Jirach

    ความพร้อมเพรียงในการทำชั่ว
    *********************************
    รวมพลัง....ปลด"โกงพอกหางหมู"
    no lies, no disguise,
    no animal party
    "STOP ANIMAL DEMOCRACY!"
    ********************************

    ยุทธศาสตร์การโกงอย่างบูรณาการ
    2 ล้านล้าน × 40% = 8 แสนล้าน
    ทุก 10 บาท ต้องสูญเปล่าไป 4 บาท
    หากินกันง่ายๆกับการจงใจให้รั่วไหล

    ●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●
    คอร์รัปชั่น = อำนาจ - การตรวจสอบ
    หยุดจ่ายภาษีให้รัฐบาลที่ตั้งใจมาคอร์รัปชัน
    ●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●


    ต่อไปนี้ เป็นลักษณะเด่นของพรรคการเมือง
    พรรค 1 : แอบอ้างประชาชน แอบอ้างประชา
    ธิปไตย พูดอย่าง-ทำอย่าง โกหก หลอกลวง
    เชื่อถือไม่ได้ ไร้ความซื่อสัตย์ ไร้ความจริงใจ
    ต่อประเทศชาติ ทั้งยังก้าวร้าว หยาบคาย ไม่
    มีหลักการ ไม่มีเหตุผล ไม่มีความโปร่งใส ไม่
    ได้เป็นไปเพื่อส่วนรวม แต่เพื่อกลุ่มหนึ่งกลุ่ม
    ใด เช่น ครอบครัวตัวเองหรือพวกพ้อง หรือ
    มวลชนฐานคะแนนกลุ่มเป้าหมาย ล้าหลัง
    โดยเฉพาะมาตรฐานทางวิชาชีพ ความรู้ความ
    ชำนาญยังน่าสงสัยว่า มีมากพอที่จะเสนอหน้า
    มารับใช้สังคมมั้ย? ตั้งตนอยู่บนความประมาท
    ไม่รอบคอบ แม้มีผู้ทัดทานก็หาได้ใส่ใจ มีแต่
    ความเร่งรีบ รวบรัด ลักไก่ ถนัดเป็นศรีธนญชัย
    ในทางกฎหมาย ชอบบิดเบือน บ่ายเบี่ยง ใส่
    ร้ายผู้อื่น อย่างไร้ความละอาย ที่สุด คือ ไร้
    ความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อบ้านต่อเมือง
    ไม่เคยเสียสละอะไร!..

    เกรงว่าถ้าลองไล่ดูจนครบ แล้วเอาข้อความนี้
    ไปถามพลเมืองของประเทศใดดูก็ได้ ว่าพรรค
    การเมืองอย่างนี้ สมควรจะเป็น"พรรคการเมือง"
    หรือไม่? เขาคงจะพากันประหลาดใจว่ามันมี
    จริงหรือ? ในประเทศไหน? ทั้งผู้นำ ผู้บริหาร
    สมาชิกพรรค หากนำไปให้ คงมีแต่คนส่ายหน้า
    ไม่ทนรอประชาธิปไตยสมบูรณ์ ไม่ว่าชาติไหน
    55

    "ทำชั่ว" น่าจะหมายถึง ทำให้ตัวเองและผู้อื่น
    ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ไม่ว่าจะตั้งใจ
    หรือไม่ ที่คนอื่นเขาอยู่ปรกติของเขาดีๆก็ไป
    ทำให้วุ่นวาย ถ้าทำผิดซ้ำๆ ยิ่งให้อภัยไม่ได้
    และสังคมต้องลงโทษ และหาทางจำกัดความ
    เสียหาย ความเสื่อมสลายนั้นไว้ กรณีที่เล็งเห็น
    ได้ว่าผลเสียจะเป็นอย่างไร ผิดพลาด ไม่คุ้มค่า
    สูญเปล่า เสียเวลา เสียโอกาสตรงไหน สังคม
    พึงได้ช่วยกัน"รับผิดชอบ"ยับยั้งให้ได้

    หลายคน หลายประเทศนึกไม่ถึงว่าในโลกแห่ง
    ความเป็นจริง จะมีสังคมใดที่ยอมให้ผู้ร้ายเป็น
    ใหญ่ ใครเล่าที่จะพร้อมใจกัน"ทำชั่ว"อย่างเต็ม
    อกเต็มใจ อย่างสุดหัวใจ กล้าประกาศให้รับรู้
    ว่า ไม่ว่าจะชั่วช้าสามานย์ขนาดไหน ข้าก็จะทำ
    ให้จงได้ แม้จะไม่ยังประโยชน์อันใดเลยแก่
    ส่วนรวม ทั้งยังทำให้บ้านเมืองบอบช้ำ ย่อยยับ
    เสียหาย และข้าจะไม่รับผิดชอบใดๆ ความคิด
    เช่นนี้ถือว่า"วิปริต"ไหม? เมื่อได้พูดออกมา
    แล้วก็ถือว่า คำพูดนั่นเป็นนาย จะมา delete
    ย้อนหลังคงไม่ได้ ถ้าไม่ตายไม่จบ อยากฟัง
    มั้ยว่าถ้าสำรวจความเห็นประชาชนจริงๆ เขา
    จะตอบว่ายังไง? เกรงว่าจะไม่ใช่แค่ตัวเอง
    แต่เป็นโคตรเหง้าสักกะหลาด ทั้งวงศ์วานว่าน
    เครือตระกูลธุรกิจในเครือข่าย ที่เป็นนายทุน
    ขูดรีด เอาเปรียบสังคมอย่างไร้ความปราณี
    ปราศรัย ไร้ความละอาย

    หากแม้นว่าเป็นการทำชั่วแล้ว คนไทยได้แสดง
    ออกไปแล้วว่าจุดยืนเป็นยังไง?ส่วนข้าราชการ
    ทหาร ตำรวจ จะ"พร้อมเพรียง"ในการกระทำ
    และปกป้อง"การทำชั่ว"หรือจะยืนอยู่ข้างความ
    ถูกต้องของสังคม ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะไปคิดเอา
    เองได้ตามใจ พวกนี้กินเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ซึ่ง
    เป็น"เงินภาษี"จากประชาชน ใช่ของพี่ หรือ
    ของพ่อมันมั้ย? ก่อนจะออกมาเรียกร้องอะไร
    ถ้าไม่ใช่ความเดือดร้อน จากความไม่เป็นธรรม
    ในการดำรงชีวิต โปรดหยุดคิดสักนิดว่าประเทศ
    ชาติจะได้อะไร? มีความถูกต้อง มีความเป็น
    ธรรม มีความถึงพร้อม ครบถ้วนบริบูรณ์หรือไม่
    มีอนาคต สอดคล้องกับความเป็นจริง เท่าทัน
    โลกไหม? กติกาที่เท่าเทียม เสมอภาคไม่ว่า
    คนชั้นไหน หากใครไม่พร้อมต้องจำกัดบทบาท
    หากใครละเมิดให้เสียหาย ก็ไม่ยาก แค่"กำจัด"
    พวกมันออกไป..

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement

advertisement

advertisement