กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 01:00
กาแฟดำ
กาแฟดำ

ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ต้องขำๆ ไปวันๆ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

(วันก่อน, ผมซื้อกล้วยทอดปากซอยกิน ได้ถุงที่เป็นเศษกระดาษ เอามาปะติดปะต่อแล้ว

 เห็นเป็นบันทึกส่วนตัวของคนที่ใช้ชื่อ “คนไทยวันนี้”...ถูกใจผมเป็นอันมาก จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อเพื่อแบ่งปันความรู้สึกของคนไทยวันนี้....)

 ใครติดตามข่าวสารบ้านเมืองวันนี้ก็ต้องสั่งสม “อารมณ์ขัน” เอาไว้มากๆ เพราะถ้าเอาจริงเอาจังกับทุกข่าวที่เผยแพร่ออกมาและพยายามจะวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อประเมินสถานการณ์บ้านเมือง, ก็คงจะเครียดเอามากๆ

 เครียดถึงขั้นบ้าได้เลยทีเดียว

 ใครชวนผมคุยเรื่องการเมืองช่วงนี้ผมจะชวนไปเล่นว่าวที่สนามหลวง (เขามีว่าวให้เช่าเล่นแล้ว!)

 ใครทำเป็นรู้ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังของข่าวคราวเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นอย่างนี้เพราะเขาได้ข่าวจาก “วงใน” จริงๆ, ผมจะบอกขอบคุณเขา ขอร้องอย่าได้เล่าให้ผมฟัง เพราะผมสับสนพอประมาณในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งอยู่แล้ว

 วันก่อน เห็นข่าวว่าหัวหน้าซีไอเอจากสหรัฐ มาพบนายกฯ อีกวันหนึ่ง ก็มีข่าวออกมาบอกว่า “ข่าวกรองมะกัน” เผยว่าประเทศไทยจะมีรัฐประหารในเดือนเมษายน

 วันเดียวกันนั้น ผมก็อ่านข่าวเจอว่า “ป๋าเปรม” จะไปเป็นประธานงานที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จัดขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลืองานน้ำท่วมของ ศปภ.

 คนไม่มีข่าววงในอย่างผมก็ต้องใช้ “สามัญสำนึก” ถามตัวเองว่าคงเป็นเรื่องที่ต้องการสร้างความขบขันมากกว่าจะให้คนไทยทั่วไปเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 เพราะคนที่เคยถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติแต่ก่อนเก่า กำลังจะเป็นพระเอกของงานของคนที่ถูกปฏิวัติ
 ท่ามกลางข่าวจะมีการรัฐประหารอีกครั้ง

 และ ผบ.ทบ. ก็ถามนักข่าวว่า “ใครจะปฏิวัติ?”

 และข่าวจะมีการรัฐประหารครั้งใหม่ที่ว่านี้ก็มาจากข่าวกรองสหรัฐ

 และข่าวกรองสหรัฐนี้แหละที่ออกคำเตือนก่อนหน้านี้ว่าอาจจะมีการก่อการร้ายในประเทศไทย

 ซึ่งรัฐบาลไทยก็โวยวายมาแล้วว่าเป็นการออกคำเตือนที่ไม่มีเค้าลางของความเป็นจริง ทำให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนแตกตื่นโดยใช่เหตุ

 ไทยขอให้สหรัฐถอนคำเตือนนั้นเสียเพราะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย สหรัฐก็บอกว่าเป็นเรื่องของเขาเอง เขาเตือนคนของเขา ไม่เกี่ยวกับไทย

 เป็นคนไทยเสพข่าวบ้านเมืองทุกวันนี้จึงต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ด้วยการใช้อารมณ์ขันมาสู้กับความเครียดที่เขาพยายามจะสร้างให้เรา

 ถ้าจับต้นชนปลายข่าวไม่ถูก, ก็อย่าได้เสียขวัญกำลังใจ อย่าได้คิดว่าสติปัญญาของเราเสื่อมลงหรืออย่างไรจึงไม่สามารถจะเข้าใจ “ตรรกะ” ของกระแสข่าวประจำวันได้

 เพราะผมก็สับสนเหมือนคุณ

 ปัญญาชนเขาวิพากษ์ชาวบ้านอย่างพวกเราว่าเป็นไพร่ ก็ไม่สมจริงสมจัง เป็นอำมาตย์ ก็ไม่เนียน อีกทั้งยังไม่รู้เท่าทันชนชั้นปกครอง และหลงเชื่ออะไรง่ายๆ เกินไป

 ก็จริงของเขา, เพราะเราก็ฟังปัญญาชนไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน

 รู้แต่ว่าฟังนิติราษฎร์แล้วก็ต้องฟังสยามประชาภิวัฒน์... จะเชื่อฝ่ายไหนหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา ถ้าเขาเห็นว่าเราโง่, เราจะเคารพสิทธิของเขาที่จะคิดอย่างนั้น...ถ้าเราคิดว่าเขามีแต่อัตตา ไม่มีเมตตา, เราก็ไม่ต้องบอกเขา เพราะเป็นสิทธิของเราที่จะไม่ต้องชื่นชมใครเพียงเพราะเขาพูดจาด้วยภาษายากๆ วกไปวนมา

 ฉันต่อต้านทหารปฏิวัติด้วยต่อต้านนักการเมืองกลุ่มทุนผูกขาดด้วยได้หรือเปล่า?

 ทำไมต้องบังคับฉันให้ต้องต่อต้านเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง? บ้านเมืองนี้เลวด้วยสาเหตุมากกว่าหนึ่งเรื่องแน่ๆ มิฉะนั้น, มันไม่ทำให้ฉันต้องขำได้ถึงขนาดนี้

 ทำไมพวกเขาจะต้องมาบังคับเราว่าจะต้องเห็นด้วยกับเขาเท่านั้น ทำไมเราเชื่อบางส่วนของนิติราษฎร์, ไม่เชื่ออีกบางส่วน และเชื่อบางส่วนของสยามประชาภิวัฒน์ และไม่เชื่ออีกบางส่วน, จะทำให้เรากลายเป็นคนโง่กว่าพวกเขากระนั้นหรือ?

 และถ้าไม่เชื่อทั้งนิติราษฎร์และสยามประชาภิวัฒน์, รวมไปถึง ผบ.ทบ.ด้วย จะผิดกติกาบ้านเมืองตรงไหนหรือเปล่า?
 ผมเลือกข้าง “ขำๆ ไปวันๆ” เพราะมันสิทธิส่วนตัวทางการเมืองอันละเมิดมิได้เป็นอันขาด!

Tags : ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ต้องขำๆ ไปวันๆ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    Jirach

    ก็คงเป็นเรื่องน่าขำพอกันที่เห็นอาการแปล่งๆ
    ทะแม่งๆของสื่อมวลชนจะต้องถูก"ตรวจสอบ"
    เทียบเคียงกับมาตรฐานทางจริยธรรม
    ที่ได้บัญญัติเอาไว้"ด้วยตัวเอง"!
    แม้จะไม่เคยได้ยินมาก่อน ว่ามีกับเขาด้วย
    แต่ดูไปดูมาจะคล้ายๆกับของพวกที่ประชาชน
    "ปล่อยเข้าสภา" คือ เขียนเอาไว้อย่างนั้น
    แต่ไม่จำเป็นต้อง"เคร่งครัดรักษา"แต่อย่างใด
    ก็คงเป็น"สิทธิส่วนบุคคล" 
    ใครจะ"แค่ขัน"หรือ"หยันเยาะ"ก็สุดแล้วแต่...
    อิอิ คริคริ ฮ่าฮ่า
    ผิดไปจากนี้ก็ไม่ใช่"เรา"!
    (เรา หมายถึงตัวข้าพเจ้า)

    คือ ถ้าชินกับข่าวการเมืองไทย พึงต้องรักษา
    "ระยะห่าง" อย่างน้อยก็ให้เท่าๆกับระยะ
    1 ช่วงแขนพยาบาทที่ไม่ควรเข้าใกล้
    นักการเมือง เพราะถ้าใกล้ขนาดนั้น
    เราอาจจะเผลอบันดาลโทสะ"ตบกระบาล"
    นักการเมืองจนต้องเสียค่าปรับได้
    (หรือหลายคนอาจจะคิดว่าคุ้ม?)

    ต่อมาคือ อย่าได้เชื่ออะไรง่ายๆ
    เพราะนักการเมืองรวมถึงผู้มี่เกี่ยวข้องทั้งหลาย
    หาได้รักษา"สัจจวาจา" ไม่มุสาวาทาจนเป็น
    ที่ประจักษ์ ทั้งที่จริงก็ไม่ได้เกี่ยวกับวิชาชีพ
    นักการเมืองหรอก แต่มันเกี่ยวกับ"สันดาน"
    ต่างหาก การฟังนักการเมืองพูดหรือใครพูด
    จึงต้อง"ฟังหู-ไว้หู" อย่าเผลอตัวให้เขา
    "มอมเมา"จนเอาเชือกคล้องมา"สนตะพาย"ได้
    (อันนี้ไม่ได้"เจาะจง"ว่าสีใดเลยนะนี่!)

    หากต้องการตรวจสอบก็พึงเปิดกว้าง
    รับข้อมูลจาก"หลายด้าน"อย่างที่กาแฟดำว่า
    แล้วเทียบเคียงกับสิ่งที่ตัวเห็น
    อย่าไป"ปักใจเชื่อ"ในสิ่งที่คนอื่นเห็น
    เพราะตัวเองก็พิสูจน์ไม่ได้!

    โปรด"ทำใจ"เอาไว้ก่อน ขึ้นชื่อว่า"มนุษย์"
    ที่ว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ สามารถมีสำนึก
    รู้ผิดชอบชั่วดีนั้น หากยังไม่บรรลุ"นิพพาน"
    ก็คงยากที่จะเข้าถึง"ความจริงแท้"ทุกประการ
    จึงมีโอกาสผิดพลาดได้เสมอ หากเขาเป็น
    "คนดี" ได้ปรับปรุงแก้ไขตัว ก็ควรให้โอกาส
    เพราะไม่มีใครที่เยี่ยวไม่เหม็น หรือขี้หอม!

    • ต้องไปทำให้คนอื่น"เดือดร้อน"
    • ต้องไม่ไป"ทำร้าย"ประทุษร้ายใคร
    เราต้องช่วยกันจำกัดวง "คนชั่ว"!
    กฎหมายหากล่าช้า มาตรการ"ทางสังคม"
    ควรต้องนำไปก่อน
    เหมือนที่เราไม่อาจปล่อยให้"โจร(หัวขโมย)"
    หรือ"ผู้ก่อการร้าย"มาเป็นผู้แก้รัฐธรรมนูญ
    ไม่ปล่อยให้ใครมาโกหกหรือบิดเบือน
    หน่วงรั้งสังคมไม่ให้มี"ความเข้าใจที่ถูกต้อง"
    ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือก็ถูกแล้ว..

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement