(วันก่อน, ผมซื้อกล้วยทอดปากซอยกิน ได้ถุงที่เป็นเศษกระดาษ เอามาปะติดปะต่อแล้ว
เห็นเป็นบันทึกส่วนตัวของคนที่ใช้ชื่อ “คนไทยวันนี้”...ถูกใจผมเป็นอันมาก จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อเพื่อแบ่งปันความรู้สึกของคนไทยวันนี้....)
ใครติดตามข่าวสารบ้านเมืองวันนี้ก็ต้องสั่งสม “อารมณ์ขัน” เอาไว้มากๆ เพราะถ้าเอาจริงเอาจังกับทุกข่าวที่เผยแพร่ออกมาและพยายามจะวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อประเมินสถานการณ์บ้านเมือง, ก็คงจะเครียดเอามากๆ
เครียดถึงขั้นบ้าได้เลยทีเดียว
ใครชวนผมคุยเรื่องการเมืองช่วงนี้ผมจะชวนไปเล่นว่าวที่สนามหลวง (เขามีว่าวให้เช่าเล่นแล้ว!)
ใครทำเป็นรู้ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังของข่าวคราวเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นอย่างนี้เพราะเขาได้ข่าวจาก “วงใน” จริงๆ, ผมจะบอกขอบคุณเขา ขอร้องอย่าได้เล่าให้ผมฟัง เพราะผมสับสนพอประมาณในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งอยู่แล้ว
วันก่อน เห็นข่าวว่าหัวหน้าซีไอเอจากสหรัฐ มาพบนายกฯ อีกวันหนึ่ง ก็มีข่าวออกมาบอกว่า “ข่าวกรองมะกัน” เผยว่าประเทศไทยจะมีรัฐประหารในเดือนเมษายน
วันเดียวกันนั้น ผมก็อ่านข่าวเจอว่า “ป๋าเปรม” จะไปเป็นประธานงานที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จัดขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลืองานน้ำท่วมของ ศปภ.
คนไม่มีข่าววงในอย่างผมก็ต้องใช้ “สามัญสำนึก” ถามตัวเองว่าคงเป็นเรื่องที่ต้องการสร้างความขบขันมากกว่าจะให้คนไทยทั่วไปเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เพราะคนที่เคยถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติแต่ก่อนเก่า กำลังจะเป็นพระเอกของงานของคนที่ถูกปฏิวัติ
ท่ามกลางข่าวจะมีการรัฐประหารอีกครั้ง
และ ผบ.ทบ. ก็ถามนักข่าวว่า “ใครจะปฏิวัติ?”
และข่าวจะมีการรัฐประหารครั้งใหม่ที่ว่านี้ก็มาจากข่าวกรองสหรัฐ
และข่าวกรองสหรัฐนี้แหละที่ออกคำเตือนก่อนหน้านี้ว่าอาจจะมีการก่อการร้ายในประเทศไทย
ซึ่งรัฐบาลไทยก็โวยวายมาแล้วว่าเป็นการออกคำเตือนที่ไม่มีเค้าลางของความเป็นจริง ทำให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนแตกตื่นโดยใช่เหตุ
ไทยขอให้สหรัฐถอนคำเตือนนั้นเสียเพราะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหาย สหรัฐก็บอกว่าเป็นเรื่องของเขาเอง เขาเตือนคนของเขา ไม่เกี่ยวกับไทย
เป็นคนไทยเสพข่าวบ้านเมืองทุกวันนี้จึงต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ด้วยการใช้อารมณ์ขันมาสู้กับความเครียดที่เขาพยายามจะสร้างให้เรา
ถ้าจับต้นชนปลายข่าวไม่ถูก, ก็อย่าได้เสียขวัญกำลังใจ อย่าได้คิดว่าสติปัญญาของเราเสื่อมลงหรืออย่างไรจึงไม่สามารถจะเข้าใจ “ตรรกะ” ของกระแสข่าวประจำวันได้
เพราะผมก็สับสนเหมือนคุณ
ปัญญาชนเขาวิพากษ์ชาวบ้านอย่างพวกเราว่าเป็นไพร่ ก็ไม่สมจริงสมจัง เป็นอำมาตย์ ก็ไม่เนียน อีกทั้งยังไม่รู้เท่าทันชนชั้นปกครอง และหลงเชื่ออะไรง่ายๆ เกินไป
ก็จริงของเขา, เพราะเราก็ฟังปัญญาชนไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน
รู้แต่ว่าฟังนิติราษฎร์แล้วก็ต้องฟังสยามประชาภิวัฒน์... จะเชื่อฝ่ายไหนหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา ถ้าเขาเห็นว่าเราโง่, เราจะเคารพสิทธิของเขาที่จะคิดอย่างนั้น...ถ้าเราคิดว่าเขามีแต่อัตตา ไม่มีเมตตา, เราก็ไม่ต้องบอกเขา เพราะเป็นสิทธิของเราที่จะไม่ต้องชื่นชมใครเพียงเพราะเขาพูดจาด้วยภาษายากๆ วกไปวนมา
ฉันต่อต้านทหารปฏิวัติด้วยต่อต้านนักการเมืองกลุ่มทุนผูกขาดด้วยได้หรือเปล่า?
ทำไมต้องบังคับฉันให้ต้องต่อต้านเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง? บ้านเมืองนี้เลวด้วยสาเหตุมากกว่าหนึ่งเรื่องแน่ๆ มิฉะนั้น, มันไม่ทำให้ฉันต้องขำได้ถึงขนาดนี้
ทำไมพวกเขาจะต้องมาบังคับเราว่าจะต้องเห็นด้วยกับเขาเท่านั้น ทำไมเราเชื่อบางส่วนของนิติราษฎร์, ไม่เชื่ออีกบางส่วน และเชื่อบางส่วนของสยามประชาภิวัฒน์ และไม่เชื่ออีกบางส่วน, จะทำให้เรากลายเป็นคนโง่กว่าพวกเขากระนั้นหรือ?
และถ้าไม่เชื่อทั้งนิติราษฎร์และสยามประชาภิวัฒน์, รวมไปถึง ผบ.ทบ.ด้วย จะผิดกติกาบ้านเมืองตรงไหนหรือเปล่า?
ผมเลือกข้าง “ขำๆ ไปวันๆ” เพราะมันสิทธิส่วนตัวทางการเมืองอันละเมิดมิได้เป็นอันขาด!

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น