กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 01:00
กาแฟดำ
กาแฟดำ

วิกฤติมิอาจแก้ด้วย ระบบคณะกรรมการ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

หากเป็นไปตามที่เป็นข่าว วันนี้จะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี ให้พิจารณาตั้งองค์กรใหม่เรื่องน้ำ ชื่อ “คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ”

  ซึ่งจะมีชื่อย่อว่า “กนอช.” และจะมีนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน

 คณะกรรมการใหม่ชุดนี้ ว่ากันว่า จะมีอำนาจคุมเบ็ดเสร็จในการสั่งการและกำหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

 นอกจากนี้ ยังจะมีกรรมการบริหารอีกหนึ่งชุด ที่มี นายกฯ เป็นประธาน เช่นกัน และจะแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มาตรา 31 โดยให้นายกฯ มีอำนาจบริหารจัดการภัยพิบัติได้...แม้ว่าภัยนั้นจะยังไม่เกิดขึ้น แต่หากรู้ว่ากำลังจะเกิดขึ้นก็สั่งการได้

 คุณวิเชียร ชวลิต เลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) บอกกับนักข่าวด้วยว่าหากโครงการไหนมีความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถใช้ดุลยพินิจในการใช้วิธีพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้างได้

 ตามเงื่อนไขใหม่นี้การจัดซื้อด้วยวิธีการพิเศษนี้สามารถลดเวลาให้เหลือน้อยกว่า 28 วันได้ แต่ต้องรายงานให้ ครม. ทราบ

 หากเป็นไปตามข่าว  ก็คงจะเข้ากับแนวทางที่ นายกฯ เคยพูดหลายครั้งถึงการปรับโครงสร้าง ให้มี “single command” หรือระบบบริหารภายใต้การบังคับบัญชาสายเดียว ผ่านคนกลุ่มเดียว และให้ทุกอย่างมาขึ้นตรงต่อคณะกรรมการชุดนี้

 คำว่า “บูรณาการ” และ “เอกภาพ” ก็คงจะกลับมาเป็นถ้อยคำสำหรับการป้องกัน และแก้ปัญหาน้ำท่วมอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่เกิดคำถามอย่างกว้างขวางว่าปีนี้จะท่วมหนักเหมือนปีที่แล้วหรือไม่? และงบพิเศษ 350,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลได้ประกาศว่าจะนำมาใช้นั้นจะออกมาเป็นแผนปฏิบัติการที่ชาวบ้านมีความอุ่นใจได้อย่างไร

 อ่านข่าวแล้วก็ยังไม่อาจจะแน่ใจได้ว่าคนทั่วไปจะเข้าใจการทำงานของรัฐบาล, ครม. กระทรวง ทบวง กรม และคณะกรรมการมากมายต่าง ๆ ได้มากน้อยแค่ไหน

 เดิมทีนั้น คนทั่วไปก็ย่อมจะเข้าใจว่าคณะกรรมการ “ยุทธศาสตร์” สองชุดใหญ่ที่ นายกฯ ตั้งมานั้น น่าจะมี “ทีเด็ด” เพียงพอ ที่จะทำให้รัฐบาล “เอาอยู่” กับปัญหาน้ำของปีนี้ได้แล้ว

 เพราะมีแต่คนดังๆ เก่งๆ และผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำท่วมครบถ้วนกระบวนความอยู่ในสองคณะกรรมการชุดนี้แล้ว
 และนายกฯ ก็เป็นประธาน ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นที่ปรึกษาใหญ่ และ “กูรู” เรื่องน้ำดังๆ ของประเทศก็อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมดแล้ว

 ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่มี ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานนั้น ก็มีคนเก่งทางด้านต่างๆ ครบถ้วนเช่นกัน

 หลายคนบอกด้วยซ้ำไปว่าเอากรรมการสองชุดนี้มานั่งร่วมกันเมื่อไหร่ ก็ดูจะมีบารมีมากกว่าคณะรัฐมนตรีทั้งชุดด้วยซ้ำไป

 ทำไมต้องตั้งคณะกรรมการชุดใหม่? และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ตั้งขึ้นแล้ว คณะกรรมการยุทธศาสตร์สองชุดเดิมจะสลายตัวไปหรือไม่? และหากมีคณะกรรมการ “single command” แล้ว  ข้อเสนอทั้งหลายทั้งปวงของคณะกรรมการยุทธศาสตร์สองชุดนี้จะส่งไปที่ไหน? ไปที่ ครม. หรือที่คณะกรรมการ “กนอช.”?

 และหากตั้ง “กนอช.” แล้ว อำนาจของคณะรัฐมนตรีในเรื่องป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไร?
 หากการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่นี้เพื่อให้สามารถจัดซื้อจัดจ้างด้วย “วิธีการพิเศษ” ได้สะดวกขึ้น ก็จะมีคำถามต่อมาว่า ครม. และ กยอ. กับ กยน. และคณะกรรมการต่างๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม  อุทกภัย  ภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวงนั้นจะต้องยุบไปหรือไม่ เพื่อให้เกิด “เอกภาพ” อย่างแท้จริง?

 เพราะว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว ปัญหาของความล้มเหลวในการป้องกันและแก้ปัญหาอภิมหาอุทกภัยของปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้อยู่ที่ว่าไม่มี “คณะกรรมการ” ที่อยู่ใต้การสั่งการของนายกฯ คนเดียว (เพราะนายกฯ มีอำนาจอยู่แล้ว) หากแต่อยู่ที่การบริหารคนและข้อมูล วิเคราะห์ข่าวสาร และ การสื่อสารกับประชาชนให้ทันกับเหตุการณ์

 ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้แก้ด้วยการตั้งคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง หากแต่อยู่ที่การรู้ว่าใครต้องทำอะไร  เมื่อไหร่ และสามารถบริหารวิกฤติได้อย่างฉับพลันทันกาล โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเปิดเผย โปร่งใส และ ให้ภาคเอกชนเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันและรับมือหรือไม่  เพียงใด

 

Tags : วิกฤติมิอาจแก้ด้วย ระบบคณะกรรมการ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 2

    ssss15

    การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่าง มหาอุทกภัยที่ผ่านมา
    ต้อง single command ถูกต้องแล้ว

    แต่ขอเถอะ
    การแก้ไข ป้องกัน น้ำท่วมรอบใหม่นี้
    ขอ single command
    ที่มาจากบุคคล คณะบุคคล
    ที่มีกึ๋น มีความรู้ ความสามารถ มากกว่านี้ได้ไหม
    อย่าว่าแต่คนไทย นักลงทุนชาวไทยเลย
    นักลงทุนต่างชาติเห็นโครงสร้างผู้จะมาแก้น้ำ ไม่ให้ท่วมอีก
    ที่ยังลังเลจะย้ายฐานการผลิตออกจากไทยหรือไม่
    หรือที่กำลังจะตั้งฐานการผลิตใหม่ในไทย
    เขาเห็นแล้ว

    คงเป็นข้อมูลให้เขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

    ขอเถอะ
    คณะกรรมการนี้

    จะต้องปลอดนักการเมืองโดยสิ้นเชิง

    โดยเฉพาะผู้มีปัญญานิ่ม
    ไม่ควรสะเออะเข้ามาให้เปลืองที่นั่งผู้อื่น

  • ความเห็นที่ 1

    Jirach

    แค่ได้ยินว่าใครจะมาเป็นประธานก็"เซ็ง"แล้ว
    เกรงว่าจะเป็น Single (Fool) Command
    เสียมากกว่าเพราะนอกจากความรู้ไม่ค่อยมี
    แล้วทักษะในการประมวลผลและตัดสินใจ
    อย่างทันท่วงทีตามลักษณะของ"นักบริหารฯ"
    ที่ควรจะต้องมี "sense" บ้าง ให้สมกับที่
    เคยเป็นเบอร์ 1 ในบริษัทยักษ์ของประเทศ
    ก็ไม่แน่ใจว่ามีผู้ใดเคยเห็นหรือสัมผัสได้
    บ้างหรือเปล่า? ดูจะ"ลี้ลับ"ยิ่งกว่าเรื่องผีๆ?

    เรื่องพรก.กู้เงินเป็นเรื่องที่รัฐบาลตอบอะไร
    ใครไม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ นี่เป็น
    งบประมาณขอชประเทศซึ่งไม่ว่าจะเร่งด่วน
    ขนาดไหน ก็ต้องใช้"สติปัญญา"และ
    "ความเฉลียวฉลาด"กระทำอย่างรอบคอบ
    และโปร่งใส  ไม่ใช่ใครจะมาทำ"มักง่าย"
    ไปทำงุบงิบออกพรก. แต่ไม่เคยเห็นแม้แต่
    ความพยายามในการเรียงลำดับความสำคัญ
    ในการใช้จ่าย หลังจากที่น้ำลด ก็ยังเห็นว่า
    มีความทะเล่อทะล่าใช้งบประมาณในเรื่อง
    ที่ไม่สมเหตุสมผล อ้างว่าเป็นนโยบาย
    ซื้อ...เอ้ย! หาเสียงตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง!
    โจทย์ของรัฐบาลไม่ใช่แค่ว่าต้องรู้จักใช้จ่าย
    ให้ประหยัด คุ้มค่า และสร้างสรรค์
    การจะไปหยิบยืมเขา โดยที่ตัวเองไม่ประหยัด
    และจำกัดการใช้จ่ายที่"ไม่จำเป็น"นั้น
    เป็นเรื่อง"ผิดธรรมชาติ"ผิดวิสัยของมนุษย์
    ที่ต้องรู้จักคิด...

    การจะตั้งคกก.ใดเจตนาจะต้อง"บริสุทธิ์ใจ"
    พึงต้องระลึกไว้เสมอว่า"บัณฑิต"กับ"คนพาล"
    คงคบกันไม่ได้ จะไปบอกให้"ดี"กับ"เลว"
    ปรองดอง สามัคคีกันได้อย่างไร?
    และการตั้งคกก.ใดก็แล้วแต่ ที่ผ่านมา
    ก็มักจะ"เล่นพวกพ้อง"ไม่ใช่ว่าเห็นแก่
    ประเทศชาติ แต่"เห็นแก่ตัว"ต้องการเอา
    ประโยชน์ให้พรรคพวกใช่ไหม? คกก.เหล่า
    แค่เอาไว้ใช้"บังหน้า"ว่าได้ผ่านการคัดครอง
    เอาเรื่องของชาติออก เหลือแต่"เรื่องของตัว"
    ใช่หรือไม่? แม้แต่การแก้รธน.อ้างว่าผ่าน
    การเลือกตั้งระดับจังหวัด แต่ใครๆก็รู้ทันว่า
    จะมีแต่คนในอาณัติ เพราะได้ตั้งธงเอาไว้แล้ว
    ด้วยเรื่อง"ของตัว"หรือ"พวกของตัว"?!

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement