กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 01:00
กาแฟดำ
กาแฟดำ

ทำไมนักลงทุนต่างชาติ ยังเชื่อมั่นแค่ 50:50?

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

น่าเป็นห่วงครับถ้าหากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ยังไม่แน่ใจว่าจะลงทุนต่อ หรือจะย้ายฐานการผลิต

   เพราะไม่มั่นใจว่าน้ำจะท่วมใหญ่อีกรอบหรือไม่

 เพราะแปลว่าที่ผ่านมาหลายเดือน แม้รัฐบาลจะประกาศซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าจะไม่มีน้ำท่วมอีกแล้ว “ชั่วกัลปาวสาน” และได้คุยกับนักลงทุนแล้ว ส่วนใหญ่ยังมั่นใจที่จะลงทุนต่อไป

 แต่ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกว่า จากการไปพบนักลงทุนต่างประเทศ ขณะนี้นักลงทุน 50% กับ 50% แล้วที่กำลังจะตัดสินใจว่าจะลงทุนในประเทศไทยต่อไปหรือไม่ ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านอย่างเร่งด่วน

 และเป็นจังหวะการพูดหลังจากที่นายกฯ กลับจากการพบปะระดับนำของโลกทั้งทางการเมืองและธุรกิจที่ World Economic Forum ที่ดาวอสมาแล้ว

 ทำให้ไม่แน่ใจว่าจากที่เคยฟังเหมือนมั่นใจเกือบ 100% มาเหลือที่ 50% นั้นมีสาเหตุจากอะไร?

 หรือนั่นเป็นวาทกรรมในวันที่รัฐบาลต้องการให้สภาผ่านความเป็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงินสองฉบับที่อยู่ในสภา?

 ถูกต้องแล้วที่นายกฯ บอกว่าไม่อยากจะให้เรื่องสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างนี้เป็นเรื่องการ “เล่นการเมือง” เพราะหาก “การเมือง”หมายถึงการแก่งแย่งผลประโยชน์ และเอาชนะคะคานกันโดยไม่สนใจความเป็นไปของบ้านเมือง, ก็สมควรที่จะต้องเอาการเมืองออกจากความเป็นจริง

 แต่คำว่า “การเมือง” ย่อมหมายถึงความรับผิดชอบและการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักด้วย...ดังนั้น “การเมือง” จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงความล้มเหลวหรือการกระทำการที่อยู่ตรงกันข้ามกับความถูกต้องเสมอไป
 หากทำ “การเมือง” ให้เป็นการเมืองในความหมายที่แท้จริง

 วันนี้ สิ่งที่เราเคยได้ยินจาก “นักการเมือง” ว่านักลงทุนต่างชาติยังมีความมั่นใจที่จะลงทุนต่อในไทยกลับกลายเป็นเรื่องที่เอาแน่ไม่ได้เสียแล้ว

 คุณพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยบอกว่ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เริ่มย้ายฐานการผลิตจากไทยแล้ว โดยมีสัญญาณจากการที่ “ซัมซุง” เลือกตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาหรือ R&D ที่กรุงฮานอย

 ขณะที่ “โตชิบา” ก็เลือกอินเดีย เป็นศูนย์ R&D แล้วแทนที่จะเลือกประเทศไทย

 อย่างที่เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่าหากนายกฯ หรือรัฐมนตรีหรือที่ปรึกษาใหญ่ของไทยเราไปสนทนากับนักธุรกิจต่างประเทศเรื่องนี้ เขาก็จะตอบอย่างสุภาพว่ายังมั่นใจในไทย และหวังว่ารัฐบาลไทยจะสามารถป้องกันน้ำท่วมใหญ่ในปีใหม่นี้

 ประโยคหลังนี่แหละคือคำตอบ, ส่วนประโยคแรกนั้นเป็นเรื่องของมารยาทแบบคนเอเชียพูดกันเองเพื่อไม่ให้เสียความรู้สึก

 ส่วนการตัดสินใจจริงๆ นั้น สำนักงานใหญ่ของบริษัทยักษ์ๆ ทั้งหลายไม่ได้อยู่ที่คำหวานของประธานหรือกรรมการผู้จัดการบริษัทที่มาพบกับผู้นำของไทย หากแต่อยู่ที่ฝ่ายวิเคราะห์และผู้ปฏิบัติงานจริงๆ ที่จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทของเขาด้วยตัวเลข, บทวิเคราะห์และการเปรียบเทียบว่าประเทศไหนมีความเสี่ยงมากน้อยกว่ากัน และอนาคตของการลงทุนควรจะไปตั้งอยู่ที่ใด

 ไทยจึงถูกวางเป็นตัวเปรียบเทียบทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนเมื่อวางเคียงข้างกับประเทศอาเซียนอื่นๆ ในฐานะเป็น “ฐานการผลิตในวันพรุ่งนี้” มิใช่เรื่องในอดีตที่หวานชื่นหรือปัจจุบันที่ยังขาดความแน่นอน

 ดังนั้น, สิ่งที่รัฐบาลไทยจะต้องเร่งทำจึงคือ “แผนปฏิบัติ” หรือ action plans มิใช่เพียงแค่แผนภาพรวมที่มีแต่ตัวเลขเงินงบประมาณที่จะใช้ เพราะความมั่นใจมาจากการสามารถทำตามแผน, มิใช่เพียงแค่มีแผนสวยหรูหรือเงินก้อนใหญ่

 เขาต้องการรู้เหมือนที่คนไทยเรียกร้องหาคำตอบว่าแผนปฏิบัติการในรายละเอียดอยู่ที่ไหน? ใครจะเป็นคนทำ? กรอบเวลาเป็นอย่างไร?  หากเกิดเหมือนปีที่แล้ว, ปัญหาแต่ละข้อที่เคยเจอมาจะแก้อย่างไร? ความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่างๆ มีอยู่อย่างไร? ที่บอกว่ามีการบูรณาการอย่างชัดเจนหรือ Single Command ที่ในสั่งการและแก้ปัญหาฉับพลันทันท่วงทีนั้นเป็นอย่างไร?

 นี่คือโจทย์ที่จะต้องตอบเพื่อขยับสัดส่วนความมั่นใจหรือไม่มั่นใจจาก 50:50 เป็น 100:00 ก่อนที่มันจะสะดุดกลายเป็น 80:20

Tags : ทำไมนักลงทุนต่างชาติ ยังเชื่อมั่นแค่ 50:50?

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 3

    ssss15

    ไปดูคำสัมภาษณ์
    ของคนในคณะกรรมการ กยน.เช่น
    คุณสมิทธิ์
    คุณปราโมทย์

    ฟังแล้วเราพอสรุปได้ว่า
    น้ำจะท่วมอีกหรือไม่

    มันขึ้นกับ ดวง ของคนไทยแล้ว
    ตั้งงบไว้ 3 แสนกว่าล้าน
    ยังไม่เห็นคณะกรรมการทำอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย

    งานที่ โรงแรมดุสิต
    คนที่ยอมเสียเงินไปฟัง
    คงคาดหวังจะได้อะไรประเทืองปัญญาบ้าง จึงจะไป
    ถ้าคนในประเทศยังไม่มีความมั่นใจ
    จะไปหลอกนักลงทุนต่างชาติ
    คงยาก

  • ความเห็นที่ 2

    Jirach

    คงไม่ต้องไปดูนักลงทุนต่างชาติ
    ดูแค่"นักลงทุนไทย"ที่เขาพร้อมใจกัน
    ทิ้งโต๊ะ "ทิ้งทั้งโต๊ะ" งานที่ดุสิตธานี
    นักธุรกิจไทยที่รู้ตับไตไส้พุง เขาประเมิน
    ค่าของวิทยากรสูงหรือต่ำขนาดไหน?
    ถ้าคราวหน้าลืมกระบวนการ"จัดตั้ง"
    ก็อย่าลืมบอกขี้ข้าหัวหงอกให้ติดปี๊บ
    เผื่อเอาไว้ใช้คลุมหัวบ้างก็ยังดีนะ

    จริงๆช่วงหลังน้ำลด ต้องเห็นความคืบหน้า
    ในการก่อสร้าง และงานวิศวกรรมที่จำเป็น
    ตามลำดับความสำคัญบ้างแล้ว
    ไม่นับงานซ่อม-บูรณะที่ต้องไม่ตกหล่น
    ทุกพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหาย
    ตัว single command ต้องมีข้อมูลล่าสุด
    อยู่ในมือ ไม่ใช่แค่ภาคธุรกิจ แต่หมายถึง
    ชาวบ้านทั่วๆไป! แต่นี่ก็ไม่ได้สนใจ 
    สร้างข่าวใหม่กลบเรื่องเก่าไปเรื่อยๆ
    ชาวบ้านเขาจะซ่อมบ้าน หรือจะต้องทิ้งบ้าน
    ก็ไม่ได้สนใจ ถ้าตัวเองเกาะติดในปัญหานี้
    ด้วยที่สนใจต่อทุกข์สุขของราษฎร มันย่อม
    รู้ได้ด้วยตนเองว่า ความมั่นใจเขาหายไปเยอะแค่ว่าจะเพาะปลูกสิ่งใดของ"เกษตรกร"
    ก็หดหาย ไม่นับหนี้เก่า-หนี้ใหม่ที่อาจจะทบ
    เท่าเป็นทวีคูณ
    "ขวัญกำลังใจ"เป็นสิ่งที่ต้องเร่งสร้าง
    แล้วน้ำหน้าอย่างพวกนักการเมือง
    ไม่มีวันทำได้!!
    มันไม่ได้ทำง่ายๆแค่แจกเงินไม่กี่พันแล้วจบ

    แต่ในกรณีนี้ เราเห็นว่ารัฐบาลพูดถึงแต่
    เรื่องเงินก่อน ทั้งที่ในหัวเหมือนจะยังไม่มีอะไร
    แล้วรู้ได้อย่างไรว่าจะใช้ตรงไหน เท่าไหร่
    หรือว่าไปตกลงกับผู้รับเหมาเอาไว้หมดแล้ว?
    ว่าเจ้าไหน เครือข่ายไหน รายละกี่หมื่นล้าน
    แล้วโครงการนั้นประหยัด คุ้มค่า ชาญฉลาด
    จริงหรือไม่? ถึงตอนนี้ไม่มีเวลาปล่อยให้
    นักการเมืองหน้าโง่ หรือนักวิชาการด้อยปัญญา
    คนไหนผลาญงบประมาณของชาติ 
    จนต้องเสีนค่าโง่มากมายอย่างในอดีต

    สำหรับคน 15 ล้านที่เลือกพรรคนี้
    สมควรต้องตรวจสอบดูประสิทธิภาพ
    ในการทำงานของรัฐบาลให้สมกับค่าจ้าง 
    อย่าให้หลวงต้องจ่ายเงินแพงเกินกว่าระดับ
    สติปัญญาของคนพวกนั้นอย่าง"เสียของ"

  • ความเห็นที่ 1

    NuttelPantip

    เพราะคนไทยมีลักษณะแบบนี้ ต่างชาิติเลยไม่เชื่อมั่น ไปดูคลิปนี้เอาเอง
    http://www.norsorpor.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/m2739117/%E1%BF%B9%C3%D2%C2%A1%D2%C3%A2%D9%E8%B7%D3%C3%E9%D2%C2%B9%D4%B5%D4%C3%D2%C9%AE%C3%EC++%C7%D5%C3%D0+%B8%D5%C3%C0%D1%B7%C3++%E1%B9%D0%A4%E9%B9%A4%C7%E9%D2%A2%E9%CD%C1%D9%C5%A1%E8%CD%B9+%26quot+

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement