กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 30 มกราคม 2555 01:00
กาแฟดำ
กาแฟดำ

ที่เห็นถึงวันนี้ยังมั่นใจไม่ได้ ว่าปีนี้จะไม่ท่วมใหญ่อีกรอบ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไม่ต้องให้ คุณสมิทธ ธรรมสโรช ออกมาโวยว่า “สิ้นหวังแผนรับมือน้ำท่วม” คนไทยก็ได้รับข่าวที่น่าหวั่นไหวมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้ว

  ว่า หากฝนตกมากเท่ากับปีที่ผ่านมา สงสัยจะ “เอาไม่อยู่” อีกรอบหนึ่ง

 และหากปีนี้น้ำท่วมหนักเท่ากับปีที่เพิ่งผ่านมา ทุกอย่างจะดูไม่จืด และอนาคตประเทศชาติจะมืดมนอนธการทีเดียว

 คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) นั้น มียอดกูรูว่าด้วยน้ำมากมายหลายท่าน อีกทั้งงบประมาณก็ประกาศเปรี้ยงปร้างออกมาว่าจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 350,000 ล้านบาทเพื่อการนี้ และพระราชกำหนดที่จำเป็นเพื่อการนี้ก็ออกมาเรียบร้อยแล้ว ไฉนเราจึงยังไม่มั่นใจว่าปีนี้จะไม่ท่วมหนักเหมือนปีก่อน?

 ตอบได้ว่าเพราะไม่มีใครที่พูดกับสาธารณชนแล้วจะน่าเชื่อได้ว่าจะป้องกันปัญหาอันดับหนึ่งของประเทศได้จริงๆ
 ประเด็นของเรื่องไม่ได้อยู่ที่เราขาดคนเก่ง คนรู้ และไม่มีปัญหาเรื่องข้อมูลและอุปกรณ์ที่จะทำเรื่องนี้

 เรื่องของเรื่องอยู่ที่ว่าไม่มีใครบริหารให้ใช้ความรู้ของคนเก่งของประเทศมาทำเป็นแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมที่จะอธิบายกับชาวบ้านได้ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ทำเมื่อไหร่ ใครทำ และจะเริ่มเมื่อไหร่ เสร็จวันไหน และจะไม่ให้ปัญหาเก่ากลับมาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

 ผมได้ยินจากกรรมการหลายคนใน กยน.ว่า กรรมการที่เป็นกูรูมากมายหลายคนนั้นต่างก็มี “อัตตา” และแนวทางการแก้ปัญหาของตัวเอง ซึ่งก็แปลว่าอาจจะมีมุมมองที่ต่างกัน และต่างคนต่างก็เชื่อว่าวิธีคิดและข้อเสนอของตนถูกต้องกว่าของใคร

 ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหรือเสียหายด้วยซ้ำที่คนเก่งๆ จะมี “อัตตา” สูง (กูเก่งที่สุด) แต่ที่เป็นปัญหาคือว่าเมื่อเอาคนเก่งคนมีความมั่นใจสูงมาอยู่ที่เดียวกันแล้ว ต้องมีคนมีภาวะผู้นำสูงเพียงพอที่จะระดมความคิด สรุปประเด็น ตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ และกำหนดให้มีแผนงานที่นำไปปฏิบัติได้อย่างจริงจัง

 เพราะคณะกรรมการทั้งชุดนั้นไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ถ้าไม่สามารถหาข้อสรุปออกมาให้ประชาชนได้รับทราบและเชื่อมั่นก็ไร้ประโยชน์...เข้าลักษณะความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดอีกจนได้

 จริงแค่ไหนไม่ทราบที่คุณสมิทธบอกว่าการอนุมัติงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ใช้เวลาไม่กี่วินาที และไม่มีข้อเสนอนักวิชาการอยู่ในแผน แต่ที่แน่ๆ คือว่าถึงวันนี้มีแต่ “ตัวเงินก้อนใหญ่” ที่จะใช้ แต่ยังไม่ได้บอกกล่าวกับสาธารณชนทั้งไทยและเทศว่าเงินก้อนนี้จะเอาไปทำอะไร เมื่อไหร่ และป้องกันไม่ให้ปัญหาน้ำท่วมเกิดซ้ำในปีนี้อีกได้อย่างไร

 ผมได้ยินกรรมการอีกท่านหนึ่งบอกกับนักข่าวว่าหากฝนตกมากเท่าปีที่ผ่านมา น้ำก็จะท่วมหนักอีก เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแผนงาน หรือการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานต่างๆ

 ที่บอกว่าจะ “บูรณาการ” เพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างจริงจังนั้น ก็เป็นเพียงถ้อยประโยคที่พูดจากผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังไม่มีใครบอกได้ว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำกว่า 20 หน่วยงานในรัฐบาลทำงานภายใต้กลไกเดียวกันที่เรียกว่า “single command” นั้น จะเกิดขึ้นอย่างไร ภายใต้โครงสร้างอะไร และมีความมั่นใจว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว จะทำได้หรือไม่

 เพราะยังไม่มีใครสรุปบทเรียนจาก “ศปภ.” จากวิกฤติมหาอุทกภัยออกมาให้ได้เห็นชัดๆ เพื่อบอกว่าระบบการทำงานรอบใหม่นี้จะไม่เหมือนของเก่าเป็นอันขาด

 วันก่อน เพิ่งได้ยินรองนายกฯ และรัฐมนตรีมหาดไทย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ขู่ว่า ถ้า กทม. ไม่ร่วมมือกับมหาดไทยในการป้องกันน้ำท่วมปีนี้ ท่านก็มีอำนาจที่จะเปลี่ยนผู้ว่าฯ ได้

 ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้คนไทยทั่วไปอุ่นใจได้เลย เพราะที่พูดกันอยู่นี้ยังไม่เกี่ยวอะไรกับแผนป้องกันน้ำท่วมใหญ่เลยแม้แต่น้อย

Tags : ที่เห็นถึงวันนี้ยังมั่นใจไม่ได้ ว่าปีนี้จะไม่ท่วมใหญ่อีกรอบ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 2

    ssss15

    ยังมีความคาดหวังจากรัฐบาลนี้อยู่อีกหรือ

    ....เห็นแต่เร่งกู้เงินหลายแสนล้าน (โดยใช้เวลาไม่กี่วิ)
    ....เห็นแต่จะขายหุ้น ปตท. การบินไทย
    ....เห็นแต่จะตั้ง สสร. แก้รัฐธรรมนูญ
    ....เห็นแต่ทำเรื่องเยียวยาเหยื่อ 7.5 ล้าน (แล้วเหยื่อที่ตายจากน้ำท่วมได้กี่หมื่น)
    ....เห็นท่าไม่ดี รีบชิ่ง เรื่องแก้ ม.112

    ลำพังข้าราชการประจำที่เขาทำงานด้านน้ำอยู่
    ถือว่าใช้ได้พอสมควร ถ้านักการเมืองไม่เข้าไปก้าวก่าย
    ไม่เช่นนั้น น้ำ มันท่วมกรุงเทพฯไปนานแล้ว
    ฉะนั้นข้อเสนอคือ
    การดูแลน้ำทั้งหมดตั้งแต่ต้นสายยันปลายสาย
    ควรให้ คณะกรรมการอิสสระ ที่มีความสามารถดูแล

    นักการเมือง ขออย่างเดียว
    กรุณาอย่าเข้าไปสอด
    เมื่อมีการสอด
    ย่อมต้องมีเรื่องคะแนนเสียง เข้าไปปะปนด้วย
    น้ำท่วมที่ผ่านมาจึงเละเป็นวุ้น

    ยกเว้น
    ข้าวเปลือกที่สวยงามที่เก็บเกี่ยวก่อน ที่จะยอมให้ปล่อยน้ำจากเขื่อน
    ทำงานกันอย่างนี้
    ข้าวสารจงเจริญ
    ประเทศชาติช่างหัวมัน

  • ความเห็นที่ 1

    Jirach

    อย่างแรกที่ต้องรบกวนพี่น้องสื่อมวลชน
    ว่าไม่ควรจะเขียนถึง"สามล้อถีบ"ที่มีแต่
    โชว์ 3 หาว และ No Create มาตลอด!

    นึกถึงรับสั่งฯของสมเด็จพระนางเจ้าฯ
    ในปีหนึ่งที่ตรัสถึง "brain bank"
    คือ ถ้าเราเริ่มได้ตั้งแต่วันนั้น ถึงวันนี้
    เราคงมี "ที่ประชุมของปราชญ์"
    • ด้านน้ำ การชลประทาน
    • ด้านการเกษตร ที่ดิน
    • ด้านโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และงาน
    วิศวกรรม
    • ด้านเศรษฐกิจ การคลัง การตรวจสอบ
    งบประมาณ และการภาษี
    • ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
    • ด้านพลังงาน ยุทธปัจจัย
    • ด้านศาสนา การศึกษา และจริยธรรม
    • ด้านการปกครอง การกระจายอำนาจ
    ฯลฯ
    ไว้คอมเม้นท์นโยบายห่วยๆ เห่ยๆ
    ให้ประชาชนได้หูตาสว่างกันบ้างแล้ว
    แต่ก็ต้องมีคุณสมบัติที่จำกัดว่า"เก่า-เก่ง-
    เสียสละ และซื่อสัตย์"เช่นเดียวกัน
    จะทำงาน"เพื่อชาติ"ไม่ต้องการ"คนทรยศ"!!

    ไม่สำคัญว่าคนเก่งๆจะทะเลาะกันเองหรือไม่
    กรณีนี้เราควรจะทำตามฝรั่ง
    จะโต้แย้ง ทะเลาะ ติติงว่ากล่าวอย่างไร
    ก็ให้เสร็จสิ้นในที่ประชุม อย่ามาตำหนิไล่หลัง
    ให้อายเด็ก ผู้อาวุโสพึงเป็นตัวอย่างที่ดี
    และหากว่าท่าน"เสียสละ"จริง
    ก็ยิ่งควรทำให้นักการเมืองได้เห็นว่า
    การทำงานเพื่อชาติ ต้องการทั้งความสามารถ
    ความทุ่มเท ความเสียสละ และความซื่อสัตย์
    อย่างไร? หากแม้นว่าพบเรื่องไม่ชอบมาพากล
    ท่านก็ควร"ชิงฟ้อง"ประชาชนเสียเอง
    แล้วประชาชนจะได้จัดการให้!

    ถ้าเราเอา "ชาติบ้านเมือง" เป็นที่ตั้ง
    เอา "ความถูกต้อง-ชอบธรรม" เป็นที่ตั้ง
    ทุกคนพร้อมที่จะ"เสียสละ"ในส่วนของตัวเอง
    ความแตกแยกหรือแตกต่างใดๆน่าจะอยู่
    ในวิสัยที่"มนุษย์"จะจัดการได้
    แล้วต้องจำกัดแยก "คนโกหก-คนทรยศ-
    คนฉ้อฉล"ไว้ในที่ที่ควร ไม่ใช่ปล่อยให้มา
    "จรจัด" ในที่สาธารณะของคนส่วนใหญ่!

    สำหรับคุณสมบัติของ"ผู้นำ"เป็นเรื่องสำคัญ
    นักการเมืองพึงได้ตักน้ำใส่กระโหลก
    ชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้าง! ถ้าโง่นัก
    ก็ได้โปรดไปทำมาหากินอย่างอื่น
    ถ้าไม่โง่ ก็ต้องสำแดงความเฉลียวฉลาด
    ในการแก้ไขปัญหาของชาติ และการใช้
    งบประมาณ!!

    ปีนี้.. อย่างไรเสียจะต้องไม่เจอกับ
    Single (Fool) Command
    ที่แปลเป็นไทยว่า "โง่รวมศูนย์"

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement