ไม่ต้องให้ คุณสมิทธ ธรรมสโรช ออกมาโวยว่า สิ้นหวังแผนรับมือน้ำท่วม คนไทยก็ได้รับข่าวที่น่าหวั่นไหวมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้ว
ว่า หากฝนตกมากเท่ากับปีที่ผ่านมา สงสัยจะ “เอาไม่อยู่” อีกรอบหนึ่ง
และหากปีนี้น้ำท่วมหนักเท่ากับปีที่เพิ่งผ่านมา ทุกอย่างจะดูไม่จืด และอนาคตประเทศชาติจะมืดมนอนธการทีเดียว
คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) นั้น มียอดกูรูว่าด้วยน้ำมากมายหลายท่าน อีกทั้งงบประมาณก็ประกาศเปรี้ยงปร้างออกมาว่าจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 350,000 ล้านบาทเพื่อการนี้ และพระราชกำหนดที่จำเป็นเพื่อการนี้ก็ออกมาเรียบร้อยแล้ว ไฉนเราจึงยังไม่มั่นใจว่าปีนี้จะไม่ท่วมหนักเหมือนปีก่อน?
ตอบได้ว่าเพราะไม่มีใครที่พูดกับสาธารณชนแล้วจะน่าเชื่อได้ว่าจะป้องกันปัญหาอันดับหนึ่งของประเทศได้จริงๆ
ประเด็นของเรื่องไม่ได้อยู่ที่เราขาดคนเก่ง คนรู้ และไม่มีปัญหาเรื่องข้อมูลและอุปกรณ์ที่จะทำเรื่องนี้
เรื่องของเรื่องอยู่ที่ว่าไม่มีใครบริหารให้ใช้ความรู้ของคนเก่งของประเทศมาทำเป็นแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมที่จะอธิบายกับชาวบ้านได้ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ทำเมื่อไหร่ ใครทำ และจะเริ่มเมื่อไหร่ เสร็จวันไหน และจะไม่ให้ปัญหาเก่ากลับมาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
ผมได้ยินจากกรรมการหลายคนใน กยน.ว่า กรรมการที่เป็นกูรูมากมายหลายคนนั้นต่างก็มี “อัตตา” และแนวทางการแก้ปัญหาของตัวเอง ซึ่งก็แปลว่าอาจจะมีมุมมองที่ต่างกัน และต่างคนต่างก็เชื่อว่าวิธีคิดและข้อเสนอของตนถูกต้องกว่าของใคร
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหรือเสียหายด้วยซ้ำที่คนเก่งๆ จะมี “อัตตา” สูง (กูเก่งที่สุด) แต่ที่เป็นปัญหาคือว่าเมื่อเอาคนเก่งคนมีความมั่นใจสูงมาอยู่ที่เดียวกันแล้ว ต้องมีคนมีภาวะผู้นำสูงเพียงพอที่จะระดมความคิด สรุปประเด็น ตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ และกำหนดให้มีแผนงานที่นำไปปฏิบัติได้อย่างจริงจัง
เพราะคณะกรรมการทั้งชุดนั้นไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ถ้าไม่สามารถหาข้อสรุปออกมาให้ประชาชนได้รับทราบและเชื่อมั่นก็ไร้ประโยชน์...เข้าลักษณะความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดอีกจนได้
จริงแค่ไหนไม่ทราบที่คุณสมิทธบอกว่าการอนุมัติงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ใช้เวลาไม่กี่วินาที และไม่มีข้อเสนอนักวิชาการอยู่ในแผน แต่ที่แน่ๆ คือว่าถึงวันนี้มีแต่ “ตัวเงินก้อนใหญ่” ที่จะใช้ แต่ยังไม่ได้บอกกล่าวกับสาธารณชนทั้งไทยและเทศว่าเงินก้อนนี้จะเอาไปทำอะไร เมื่อไหร่ และป้องกันไม่ให้ปัญหาน้ำท่วมเกิดซ้ำในปีนี้อีกได้อย่างไร
ผมได้ยินกรรมการอีกท่านหนึ่งบอกกับนักข่าวว่าหากฝนตกมากเท่าปีที่ผ่านมา น้ำก็จะท่วมหนักอีก เพราะถึงวันนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแผนงาน หรือการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานต่างๆ
ที่บอกว่าจะ “บูรณาการ” เพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างจริงจังนั้น ก็เป็นเพียงถ้อยประโยคที่พูดจากผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังไม่มีใครบอกได้ว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำกว่า 20 หน่วยงานในรัฐบาลทำงานภายใต้กลไกเดียวกันที่เรียกว่า “single command” นั้น จะเกิดขึ้นอย่างไร ภายใต้โครงสร้างอะไร และมีความมั่นใจว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว จะทำได้หรือไม่
เพราะยังไม่มีใครสรุปบทเรียนจาก “ศปภ.” จากวิกฤติมหาอุทกภัยออกมาให้ได้เห็นชัดๆ เพื่อบอกว่าระบบการทำงานรอบใหม่นี้จะไม่เหมือนของเก่าเป็นอันขาด
วันก่อน เพิ่งได้ยินรองนายกฯ และรัฐมนตรีมหาดไทย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ขู่ว่า ถ้า กทม. ไม่ร่วมมือกับมหาดไทยในการป้องกันน้ำท่วมปีนี้ ท่านก็มีอำนาจที่จะเปลี่ยนผู้ว่าฯ ได้
ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้คนไทยทั่วไปอุ่นใจได้เลย เพราะที่พูดกันอยู่นี้ยังไม่เกี่ยวอะไรกับแผนป้องกันน้ำท่วมใหญ่เลยแม้แต่น้อย
Tags : ที่เห็นถึงวันนี้ยังมั่นใจไม่ได้ ว่าปีนี้จะไม่ท่วมใหญ่อีกรอบ

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น