กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 01:00
กาแฟดำ
กาแฟดำ

มะรุมมะตุ้ม...โมเดลนี้ ต้อง จดลิขสิทธิ์เป็นของไทยเท่านั้น

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ผมต้องชื่นชมอารมณ์ขันของคนที่คิดใช้ “แผนมะรุมมะตุ้ม” เพื่อปกป้องนิคมฯ บางชัน

  ซึ่งหมายถึง การ “อุด” และ "บล็อก" ท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำที่ไหลเอ่อขึ้นมา กลับไปสู่ระบบคลอง จากนั้นก็จะ “สูบ” น้ำออกจากถนนเสรีไทย

 อ่านเจอคำนี้ครั้งแรกเมื่อเช้าวันเสาร์ ผมเข้าใจผิดคิดว่าใครไปวิพากษ์ความพยายามที่จะป้องกัน ไม่ให้น้ำเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ เสมือนมีความหมายว่าต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างไม่รู้ว่าใครทำอะไรบ้าง จึงทำให้เกิดภาพวุ่นวาย ลักษณะ มะรุมมะตุ้ม

 ผมจริงจังกับคำนี้ถึงขั้นแสวงหาความหมายที่แท้จริงของคำนี้
 ก็พบว่า “มะรุมมะตุ้ม” นั้น ตามคำนิยามในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 คือ “กลุ้มรุมทำให้เกิดรำคาญ เช่น เจ้าหนี้มามะรุมมะตุ้มกัน...มารุมมาตุ้ม ก็ว่า...”

 ซึ่งก็คงไม่ใช่ความหมายของแผนปฏิบัติการนี้ นอกเสียจากว่าจะตีความว่าเป็นการ “กลุ้มรุมทำให้เกิดความรำคาญ” แก่น้ำ จนน้ำไม่อยากจะเข้ามายุ่งกับเรา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากเย็นนัก

 แต่ไม่ว่าความหมายที่ผู้วางแผนปฏิบัติการจะคืออะไร คำนี้ก็ทำให้เห็นภาพของความวุ่นวายสับสนทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจของฝ่ายรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศปภ. กับ กทม. พูดจากันคนละภาษา นั่นก็ “มะรุมมะตุ้ม” อีกแบบหนึ่งที่ทำเอาผู้คนงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 ข้อมูลข้อเท็จจริง และ การ “เตือนภัย” ของ ศปภ. และของผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำที่ไปถึงประชาชนก็ขาดการประสานและอธิบายให้เกิดความชัดเจน จนผู้คนไม่รู้จะเชื่อใครดี...นั่นก็ “มะรุมมะตุ้ม” อีกแบบหนึ่ง

 การแจกจ่ายความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัยที่ทุลักทุเล ไม่รู้ว่าจะจัดลำดับความสำคัญอย่างไร และไม่ประสานกับหน่วยอาสาของภาคเอกชนให้เป็นเรื่องเป็นราว ก็เป็นอาการ “มะรุมมะตุ้ม” อีกลักษณะหนึ่ง

 อาจารย์เสรี ศุภราทิตย์ บอกว่า “ขณะนี้ เครื่องสูบน้ำคือพระเอก” ของการแก้ปัญหาน้ำท่วม (ก็มีคนใน social media เขียนต่อทันทีว่า “ถ้าอย่างนั้น นางเอกก็คือ กระสอบทราย” และ “Big Bag ก็ต้องเป็นพี่นางเอกอีกทีหนึ่ง”)

 เรื่องเครื่องสูบน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งของอาการ มะรุมมะตุ้ม ไม่น้อย เพราะ ศปภ. ต้องประกาศขอให้ประชาชนบริจาคเครื่องสูบน้ำ และรัฐมนตรีบางท่านบอกว่าต้องสั่งเครื่องสูบน้ำจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น หรือ เกาหลี

 ผมได้ยินรัฐมนตรีท่านหนึ่งบอกว่าหาซื้อเครื่องสูบน้ำขนาดที่ต้องการจากจีนได้แล้วตามจำนวนที่ต้องการ แต่ยังมาไม่ถึง “เพราะมีปัญหาการขนส่ง” แต่จะมาถึงก่อนสิ้นเดือนนี้แน่...ขณะที่ข่าวอีกด้านหนึ่งบอกว่าคนของรัฐบาลกำลังไล่หาซื้อเจ้าเครื่องสูบน้ำที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ด้วย

 จะไม่ให้คิดถึงคำว่า มะรุมมะตุ้ม ได้อย่างไร ในเมื่อน้ำเริ่มท่วมมาเป็นเวลาเกือบสองเดือนแล้ว แต่เพิ่งจะวิ่งหาเครื่องสูบน้ำกันจ้าละหวั่นก็ตอนนี้เอง

 และยิ่งส่อความเป็นมะรุมมะตุ้ม มากขึ้น เมื่อประเด็นเรื่องเครื่องสูบน้ำนี้แหละที่กลายเป็นชนวนแห่งความขัดแย้งอย่างโจ๋งครึ่มระหว่างรัฐบาลกลาง กับ กทม. ถึงขั้นทะเลาะกันโช้งเช้งเป็นที่หนวกหูต่อชาวบ้านว่า “จดหมายราชการ” ที่ กทม. ขอเครื่องสูบน้ำนั้นไปส่งผิดกระทรวง ทั้งๆ ที่นี่คือวิกฤติของบ้านเมืองที่เลวร้ายที่สุดใน 70 ปี
 และเมื่อมีการส่งมอบเครื่องสูบน้ำก็แล้ว ก็มีการกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งระหว่างผู้ให้กับผู้รับอย่างชนิดที่เราไม่เคยได้เห็นและได้ยินมาก่อน

 หากวิธีการ มะรุมมะตุ้ม นี้ สามารถแก้ปัญหาครั้งนี้ลุล่วงได้ ต้องขอจดลิขสิทธิ์ระดับโลกเพื่อไม่ให้ใครแอบขโมยใช้ "โมเดล" ของเราไป โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอันขาด ขอบอก

Tags : มะรุมมะตุ้ม ศปภ.

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 9

    toontan

    ทุกคนรู้ว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากฝนตกหนักกับการแก้ปัญหาน้ำหลากมันต่างกัน การแก้ปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากฝนตกหนักก็ต้องสูบออกหากไม่สูบน้ำก็ท่วม ส่วนการแก้ปัญหาน้ำหลากจำนวนมหาศาลหากไม่สามารถเอาออกทะเลได้เร็วก็จะต้องหา "แก้มลิง" เพื่อเป็นการชะลอน้ำ ยุทธศาสตร์ "แก้มลิง" เป็นสิ่งที่เคยใช้มาโดยตลอดอยู่แล้ว เราก็รู้กันอยู่ว่าท้องนาพื้นที่มหาศาลในแถบลุ่มน้ำภาคกลางสามารถนำมาใช้เป็น "แก้มลิง" ได้และน่าจะเพียงพอไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใดก็ตาม และรวมถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นก็น้อยมากหากเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ประเด็นก็คือ เพราะเหตุใดรัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงละเลยต่อยุทธศาสตร์ตรงนี้ หรือเป็นเพราะมีสาเหตุจาก "ปัจจัยอื่น" ที่ควบคุมไม่ได้หรืออยู่เหนือความสามารถของรัฐบาลนี้ในการจัดการ สิ่งที่ตัวเองในฐานะของคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบต้อการคำตอบคือ เพราะเหตุใดจึงไม่ทำ

  • ความเห็นที่ 8

    toontan

    งั้นผมขอมีส่วนร่วมในการมะรุมมะตุ้มด้วย โดย
    1. ขอเรียกยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาน้ำหลากของรัฐบาลนี้เป็น "ยุทธศาสตร์มะรุมมะตุ้ม" ช่วยจดทะเบียนยุทธศานตร์นี้ไว้ด้วยเผื่อว่าในอนาคตอาจจะมีรัฐบาลที่หน่อมแน้มเหมือนรัฐบาลนี้ก๊อปปี้ไปใช้บ้าง
    2. ให้ฉายา ศปภ. ว่าเป็น "ศูนย์มะรุมมะตุ้ม"
    สำหรับนายกฯ คงจะไม่ต้องให้ฉายาว่านายก มะรุมมะตุ้ม เนื่องจากเขามีฉายาที่เหมาะกว่าคือ "เอาอยู่ค้า"

  • ความเห็นที่ 7

    pimsen

    การแก้ปัญหาน้ำท่วม 1.น้ำเข้า 1.1น้ำบน 1.2น้ำล่าง 1.3น้ำเหนือ 1.4น้ำใต้ 1.5น้ำตะวันออก 1.6น้ำตะวันตก คงไม่ต้องละเอียดถึง น้ำตะวันออกเฉียงเหนือ ฯลฯ 2.น้ำขัง 2.1น้ำขังในระบบ บริหารจัดการควบคุมได้!!! เขื่อน แหล่งกักเก็บน้ำ แม่น้ำ ลำคลอง ประตูระบายน้ำ ทางน้ำไหล 2.2น้ำขังนอกระบบ บริหารจัดการควบคุมลำบาก 3.น้ำออก 3.1ไม่มีที่ออกหรือออกไม่ได้ 3.2ยิ่งเพิ่มวิกฤตเมื่อ น้ำออกกลายเป็นน้ำเข้า ทุกอย่างในโลกนี้มี สอง ด้านเสมอ ถึงเวลาหรือยังกับ...การสร้างถนนเป็นแนวกักกั้นน้ำบริเวณอ่าวไทย จากฝั่งตะวันออกของจังหวัดเพชรบุรีตามแนวเส้นรุ้งมายังฝั่งตะวันตกของจังหวัด ชลบุรี... ข้อดี.....1.มีอภิมหาแก้มลิงยักษ์ 2.ป้องกันไม่ให้เกี่ยวข้องกับการที่น้ำทะเลหนุน 3.ใช้เครื่องสูบน้ำควบคุมระดับน้ำสูงต่ำได้ในบริเวณอภิมหา แก้มลิงยักษ์ 4.อาจป้องกันไม่ให้น้ำทะเลท่วมผืนแผ่นดินไทย!!! ข้อเสีย..1.ระบบนิเวศน์พื้นที่ชายฝั่งทะเลถูกยืดออกจากแผ่นดินไปจากเดิม 2.ต้องใช้เงินงบประมาณมากพอควร 3.ต้องใช้เวลาดำเนินการนานพอควร 4.อาจถูกกล่าวหาว่าคิดเองไม่เป็น บังอาจลอกเลียนแบบ จากประเทศเนเธอร์แลนด์ policemajor@hotmail.com

  • ความเห็นที่ 6

    reverse

    ถาม คุณสุทธิชัย
    เพื่อมีความรู้อย่างถูกต้อง
    do the right thing แปลเป็นไทยว่า
    do the thing right แปลเป็นไทยว่า

  • ความเห็นที่ 5

    ssss15

    คงไม่จำเป็นต้องจดลิขสิทธิ์
    การ มะรุมมะตุ้ม ในการแก้ปัญหาหนึ่งๆ
    เพราะรัฐบาลทั่วโลกคง
    ไม่เบาปัญญา
    ไม่โง่เขลาในการแก้ปัญหา
    ไม่แก้ปัญหาแบบเห็นแก่ตัว
    ไม่แก้ปัญหาแบบหาเสียง
    เหมือนรัฐบาลเราอย่างแน่นอน

    การแก้ปัญหาแบบนี้นั่นแหละ
    ทำให้ประเทศไทยหายนะอย่างที่เห็น
    มันสมควรฟ้องร้องให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ควรเอาอย่าง

    การแก้ปัญหานิคมบางชันนี่
    เป็นตัวอย่างหนึ่งของการแก้ปัญหาแบบมะรุมมะตุ้ม
    ทุกสรรพกำลัง ทุกภาคส่วนของรัฐ ทุ่มกำลังเข้ามาดูแล
    โดยมองไม่เห็นหัวของชาวบ้านรอบทิศแถบนั้นว่าจะต้องเดือดร้อนเพียงใด
    แถมอาจบั่นทอนการผันน้ำที่จะต้องไปทางบางชัน ไปทางอื่นเสีย
    ถามว่าชาวบ้าน นับพันนับหมื่นครอบครัวที่ต้องเดือดร้อน สำคัญน้อยกว่า นิคมบางชันกระหยิบมือเดียว อย่างนั้นหรือ

    จึงเห็นใจชาวบ้านทั้งสองฝั่ง
    ทั้งฝั่งท่วมสูง และ ฝั่งท่วมน้อยกว่า
    ชาวบ้านฝั่งท่วมสูง เขาทำผิดอะไรจึงต้องเป็นฝ่ายรับภาระความเดือดร้อนแทนอีกฝั่ง

    ถ้าเป็นธรรมและไม่มีเหตุผลอื่นๆตามที่ชอบอ้าง

    ควรจะปล่อยให้น้ำไปตามอิสสระอย่าไปขวางกั้นไม่ว่าที่ใดที่หนึ่ง ทางใดทางหนึ่ง
    แต่ชาวบ้าน โรงงาน แต่ละฝ่าย มีสิทธิ์ปิดกั้นไม่ให้น้ำเข้าบ้านตนเอง
    เช่นนี้น้ำจะมาเร็วไปเร็ว จะได้เริ่มต้นกันใหม่เสียที
    ไม่ใช่ยิ่งใช้เวลายาวนานขึ้น จากการหน่วงน้ำ เบี่ยงเบนน้ำ
    ซึ่งสุดท้ายมันก็ท่วมแถมท่วมขังยาวนานขึ้นไปอีก

    พูดแล้วอยากให้ประชาชน มะรุมมะตุ้ม รัฐบาลคนละโป๊กสองโป๊ก เผื่อจะรู้สำนึกขึ้นบ้าง

  • ความเห็นที่ 4

    reverse

    คำว่า มะรุมมะตุ้ม อาจหมายถึง ผู้คนมาช่วยกันทำงาน อะไรก็ตาม ให้สำเร็จ (GETTING THING DONE) แบบไม่เป็นระบบ หากเป็นเจ้านาย สั่งลูกน้อง ทำโน้นทำนี่ เวลาไม่พอแล้ว มาช่วยกันแบบ มะรุมมะตุ้ม แต่คิดว่า ดีกว่า ดีแต่พูด(BETTER TALKING) และ ดีกว่า งื้อง่าราคาแพง ไม่ได้ทำอะไร เป็นชิ้นเป็นอัน

    เวลามีวิกฤต มันเป็นแบบนี้ เพราะ ไม่มีการตระเตรียม เรียงลำดับก่อนหลัง อะไรควรทำก่อน ทำหลัง เวลามี sense of urgency จึงออกมา แบบ มะรุมมะตุ้ม

  • ความเห็นที่ 3

    Somboon Jate

    การเขียนคอลัมน์แบบนี้ก็เป็นการมะรุมมะตุ้มเช่นกัน
    เพราะไม่ได้เสนอทางออกเป็นรูปธรรมนัก
    แต่หนักไปทางหยิกแกมหยอก แถมเหน็บแนมแกมประชด
    แบบมะรุมมะตุ้มที่คนไทยชอบใหช้กันมาก
    ตัวอย่างหนึ่งชาวบ้านไทยมุงที่พยายามจะแร้งทึ้งรถบรรทุกที่พลิกคว่ำ
    ปรากฏว่ารถบรรทุกระเบิดเมื่อชาวบ้านจะไปกอบโกยทรัพย์
    ผลก็คือ ชาวบ้านตายกันระนาว เพราะโลภมากมักลาภหาย
    อย่างเดิมๆ ที่เคยทำไม่ได้อีกแล้ว

  • ความเห็นที่ 2

    onnalin

    ฝากคุณกาแฟดำ ถึง เนชั่นฯ ด้วยครับ โดยเฉพาะรายการคม ชัด ลึก ที่ชู รองคณบดีวิศวฯ ลาดกระบัง ผมติดตามดู อย่างตั้งใจมาทุกครั้ง ตอนแรกก็ ฟังอย่าง งง เนื่องจากไม่มีความรู้ จนมาถึงทุกวันนี้ ผมว่าเหลวครับ ครั้งแรก ๆบอกว่า ประตูน้ำคลองสามวา ควรเปิดกว้าง ๆ 1 เมตรก็ไม่พอ ถ้าไม่เปิด น้ำเค๊าจะล้น ปัจจุบันน้ำเหล่านั้น กำลังสร้างปัญหาอยู่ในคลองแสนแสบ ที่ใครก็บอกว่า ไม่มีน้ำ จนเรือวิ่งไม่ได้ ช่วงหลังมาบอกว่าน้ำในคลองแสนแสบจะสร้างปัญหา เพราะมีปริมาณมากเกินไปกว่าที่อุโมงค์ยักษ์ จะรับได้ เลยไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ เลยมาย้อนนึกถึง ที่กทม. กำหนดให้เปิด ไม่เกิน 80 cm. เพราะต้องบริหารจัดการน้ำไม่ให้ลงคลองแสนแสบมากเกินไป จะบริหารจัดการได้ลำบาก ซึ่งมันก็เป็นไปตามนั้น ต่อ ๆมาก็ไปดูที่นั่นที่นี่ ขึ้น ฮ.ไปดู แล้วก็ว่า น้ำเค๊าจะอย่างโน้น อย่างนี้ ผมว่าเสียงบประมาณไปเปล่า ๆไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากความสับสน

  • ความเห็นที่ 1

    Jirach

    เมื่อก่อนนี้มีภาพยนตร์ฝรั่งเรื่องหนึ่ง
    ที่แปลชื่อเป็นภาษาไทยว่า..
    มะรุมมะตุ้ม"รุม"รักแมรี่
    เชื่อว่าคนที่ตั้งชื่อให้ปฏิบัติการนี้
    น่าจะคิดว่ามันหมายถึง การระดมคน
    เข้าไปทำอะไรสักอย่าง..ดูไม่เป็นทางการ
    แต่ความคิดที่ดู "ปูๆ" แบบนี้อาจจะ
    สำเร็จก็ได้..ก็ต้องรอดู

    ก่อนหน้านี้เคยเรียนแล้วว่า
    วิวาทะระหว่างชาวบ้าน 2 ฝั่งคลอง
    ทหารไม่เกี่ยว และต้องถอยออกมา
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อใช้ตำรวจ
    ตามมาตรา 31 นั่นแล้ว ตำรวจจะหิ้วปืน
    เข้าไปออก"แอกอ๊าด"ขู่ชาวบ้านได้ทันที
    รัฐบาลไม่รู้จริงๆหรือว่าถึงแม้จะเป็นพื้นที่
    ในกรุงเทพฯ งานไหนที่มันเกินระดับกทม.
    ไปแล้ว? 
    จนถึงวันนี้รัฐบาลยังมีปัญหาในการสื่อสาร
    "ทั้งหมด" ทั้งแนวดิ่ง-แนวราบ
    และที่สำคัญ คือ การสื่อสารกับชาวบ้าน!!

    ก็เข้าใจอยู่ว่าสถานะของ"นักการเมือง"
    จะไปบอกให้ชาวบ้านต้อง"เสียสละ"
    อาจจะถูกย้อนถึงขั้นขุดบรรพบุรุษในหลุม
    ขึ้นมาเปรียบเทียบให้เสียหมา
    แต่วิธีทางเทคนิคก็เห็นมีผู้เสนอมากแล้ว
    กับชาวบ้านนี่ ทั้งไม่เคยเป็น"แบบอย่างที่ดี"
    ให้แล้ว ยังจะมาเขียมกับเขา..
    แต่พอพูดถึงแหล่งอุตสาหกรรมนี่กี่แสนล้าน
    ก็ทุ่ม..มันน่าให้ประชาชนผลัดกัน
    "เบิร์ดกระโหลก" จนกว่าจะเลิกปูมั้ย?
    จะบอกว่า "เงิน" ก็ไม่ใช่คำตอบเดียว!
    จะต้องเร่งการระบายน้ำ มีกำหนดเวลา
    พร้อมๆกับเร่งบรรเทาน้ำที่เน่าไปพร้อมกันด้วย
    โน่น..ไปมะรุมมะตุ้มชาวบ้านที่อยากจะให้
    เขาเสียสละ..
    คนไทยมีน้ำใจ...ใช่ แต่ส่วนใหญ่..ก็มักง่าย
    นี่เป็นพื้นฐานขัดแย้งที่ไม่ค่อยดีนัก
    และเป็นเหตุว่าทำไมเราถึงได้ผู้แทนฯ
    แบบปูๆไปตั้งเยอะ!

    พวกเราคงต้องช่วยกันจับตาดู
    ว่าเงินหลายแสนล้านที่จะใช้
    มีความเหมาะสมในแต่ละโครงการ
    ขนาดไหน? อย่าให้มั่ว!!
    เพราะในระหว่างที่พวกเราเดือดร้อน
    กลับปรากฎว่ามี"คนไทยใจสัตว์"
    ถือโอกาสสร้างช่องทางทำมาหากิน
    ทั้งระดับล่างที่พังเขื่อนเอาเรือมารับจ้าง
    (แถวบางบอน เห็นว่าได้อาทิตย์ละ 2 หมื่น+)
    เอาตะปูโรยใส่ล้อรถทหาร/อาสา
    ส่วนระดับบนมีไหม?...ต้องลองคิดต่อดู

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement

advertisement