กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 01:00
กาแฟดำ
กาแฟดำ

สงครามตัวแทนไทยผ่าน 'ล็อบบี้ยิสต์' มะกัน ที่สมรภูมิวอชิงตัน

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ทักษิณ ชินวัตร กับรัฐบาลไทยของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำศึกสงครามกันที่ “สมรภูมิวอชิงตัน” เพื่อน้าวโน้มให้ทำเนียบขาว และสภาคองเกรสมะกัน

  เชื่อในสิ่งที่ตนต้องการให้โลกเชื่อ ก็ต้องจ้าง ล็อบบี้ยิสต์ เพื่อเป็น “นายหน้าวิ่งเต้น” ให้กับตนเอง

 ถ้าทักษิณ ใช้เงินส่วนตัว นั่นเรื่องของเขา

 ถ้ารัฐบาลไทยจ้างล็อบบี้ยิสต์ ก็แปลว่าจะต้องใช้เงินภาษีประชาชน ก็จะต้องแจ้งให้ประชาชนคนไทยได้รู้ว่าใช้เงินไปเท่าไร จ้างใคร และมีจุดมุ่งหมายปลายทางอย่างไร

 ผมยืนยันมาตลอดว่าการจ้างล็อบบี้ยิสต์ เป็นสิ่งที่เปลืองเปล่า และ “นักวิ่งเต้น สร้างภาพ” เหล่านี้ทำงานให้กับคนว่าจ้างเขา ไม่ได้สนใจว่าประเทศไทยจะได้หรือเสียอย่างไร

 ยิ่งใครต้องจ้างล็อบบี้ยิสต์มาก ก็แปลว่ามีเรื่องที่จะต้อง “เสกสรรปั้นแต่ง”  มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะหากคู่กรณีพูดความจริงและมีแหล่งที่มาของข่าวสารข้อมูลเหล่านั้นอย่างชัดแจ้งแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเสียเงินเสียทอง และเสียความน่าเชื่อถือด้วยการว่าจ้างให้ฝรั่งต่างชาติมาทำหน้าที่ “พูดแทน” คนไทยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้

 ข่าวจาก TheHill.com ที่ใกล้ชิดกับรัฐสภามะกัน บอกว่า ทั้ง ทักษิณ และรัฐบาลไทยได้ว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ เพื่อจะวิ่งเต้นกับผู้วางนโยบายระดับชาติของสหรัฐ

 เขาบอกว่าทักษิณ ว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์สามบริษัทชื่อ

 BGR Government Affairs หนึ่ง Amsterdam & Peroff อีกหนึ่ง รวมไปถึง Kobre & Kim

 ส่วนรัฐบาลไทยนั้นได้เซ็นสัญญาว่าจ้าง Podesta Group เมื่อต้นเดือนมิถุนายนเป็นเวลาสามเดือน ด้วยเงิน $240,000 หรือเกือบ 8 ล้านบาท

 ผู้บริหารของบริษัทนี้คนหนึ่ง ที่ชื่อ John Anderson บอกว่า ข้อตกลงนี้ทำกับกระทรวงการคลังของไทย เพื่อช่วยในการ “ฝึกฝนด้านสื่อให้กับโฆษกและไปถึงสื่อต่างๆ ในอเมริกา”

 เขาบอกต่อว่า "เป้าหมายของการว่าจ้างนี้ ก็เพื่อให้บริษัทของเขาช่วยรัฐบาล (ไทย) ส่งสารออกไปและให้สื่อมวลชน (มะกัน) ให้ความสนใจเพื่อฟื้นฟูความมั่นใจของนักลงทุน และการท่องเที่ยวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้..."

 รายงานนี้บอกด้วยว่า นอกจากนี้ รัฐบาลไทยก็ได้ว่าจ้างอีกสองบริษัท คือ Akin Gump Strauss Hauer & Feldกับ Sandler  Travis & Rosenberg “เพื่อให้สหรัฐยังคงเปิดให้สินค้าไทยได้สิทธิพิเศษทางการค้าต่อไป...”

 ที่เขารู้รายละเอียดทั้งชื่อเสียงเรียงนามของบริษัทและตัวบุคคลผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างรวมไปถึงเงินทองที่เกี่ยวข้องนั้น ก็เพราะเขามีกติกาที่นั่นว่าใครจะทำหน้าที่เป็น lobbyist จะต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรมของเขาอย่างเป็นทางการ

 และข้อมูลเหล่านี้ จะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ เพราะเขาปกป้องสิทธิของการรับรู้ข่าวสารของผู้เสียภาษีสหรัฐ ในการที่จะรู้ว่ามีใคร “วิ่งเต้น” เรื่องข้อมูลข่าวสารและแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อย่างไร กับผู้ที่เขาเลือกมาเป็น ส.ส. และ ส.ว. บ้าง

 แต่ในเมืองไทย ไม่มีกฎหมายที่ระบุว่า ใครมาวิ่งเต้นอะไรกับ “ผู้แทนอันทรงเกียรติ” ของเราหรือข้าราชการที่มีตำแหน่งแห่งหนสำคัญในการตัดสินนโยบายนั้น จะต้องมีการเปิดเผยให้เป็นที่รับรู้กันทั่ว

 เพื่อจะได้มีการตรวจสอบให้ใกล้ชิดว่าใครกำลังจ่ายเงินใคร เพื่อป้อนข้อมูลข่าวสารหรือวิ่งเต้นให้ “ลูกความ” หรือ “ลูกค้า” ของตนอย่างไร

 รายงานนี้บอกว่า ทักษิณ เพิ่งจะลงนามว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ สามบริษัทนี้หนึ่งเดือนหลังจากการสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงรัฐบาลไทยที่ทักษิณ ถูกกล่าวหาว่าหนุนหลังอยู่

 บริษัท BGR ระบุในเอกสารขึ้นทะเบียนตนเป็นล็อบบี้ยิสต์ให้กับทักษิณ ว่า บริการที่เสนอให้กับอดีตนายกฯ ของประเทศไทยคนนี้ คือ

 "…provide strategic counsel on US government policy and assist with advancing individual’s desire to promote democracy in Thailand…"

 แปลได้ว่าบริษัทล็อบบี้ยิสต์นี้ ให้คำแนะนำด้านยุทธศาสตร์ ว่าด้วยนโยบายของรัฐบาลสหรัฐ และช่วยในการที่ผู้ว่าจ้างต้องการจะส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศไทย

 เขียนไว้กว้างๆ อย่างนี้ เพื่อจะได้ทำอะไรก็ได้ที่จะช่วยทักษิณ ได้ความเห็นอกเห็นใจจากรัฐบาล และรัฐสภาคองเกรส

 ล็อบบี้ยิสต์เหล่านี้มาจากไหน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่เคยมีตำแหน่งในรัฐบาลหรือในรัฐสภามะกันนั่นแหละ เช่นในบริษัท BGR นี้ ก็จะมี Stephen Rademaker อดีตผู้อำนวยการนโยบายความมั่นคงของวุฒิสมาชิกบิล ฟริสต์ ; กับ Jonathan Mantz ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการการเงินของคณะผู้จัดการหาเสียงให้กับ ฮิลลารี คลินตัน กับ Walker Roberts ซึ่งเคยเป็นรองหัวหน้าคณะทำงานของกรรมาธิการกิจกรรมสภาผู้แทน

 อีกสองบริษัททนายความที่ไปขึ้นทะเบียนเป็นล็อบบี้ยิสต์ ของทักษิณ คือ Amsterdam & Peroff กับ Kobre & Kim เขียนเอาไว้ในรายงานทางการว่า พวกเขารับจ้างที่จะ

 “...provide guidance and counsel with respect to Mr Thaksin’s interests in Washington D.C. and abroad.”
 ซึ่งก็ตีความได้อย่างไม่ต้องอ้อมค้อมว่าพวกเขาทำหน้าที่ให้คำแนะนำในเรื่องที่เกี่ยวกับ “ผลประโยชน์ของคุณทักษิณในวอชิงตัน ดี.ซี. และต่างประเทศ”

 ก่อนหน้านี้ ทักษิณเคยว่าจ้าง BGR ตอนที่บริษัทนี้ยังชื่อเต็มว่า Barbour Griffith & Rogers

 อีกทั้งยังเคยจ้าง Baker Botts เพื่อเป้าหมายเดียวกัน

 ตัวเลขทางการที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ บอกว่า ระหว่างปลายปี 2006 ถึงกลางปี 2008 ทักษิณ ใช้เงินมากกว่า $1.1 ล้าน (หรือประมาณ 35 ล้านบาท) ในการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ ในวอชิงตันอย่างเดียว

 นี่คือ ตัวเลขเฉพาะที่กฎหมายมะกันบังคับให้ต้องเปิดเผย ไม่มีใครบอกได้ว่านอกเหนือจากนี้ เงินทองที่แจกจ่ายออกมา เพื่อทำการ “วิ่งเต้น” ณ จุดต่างๆ ของโลกนั้นมีอีกมากมายเท่าไร

 ยังต้องสงสัยอีกไหมว่าที่ทนายฝรั่งของทักษิณ มาเอะอะโวยวายเรื่องประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยนั้นเขาทำเพราะรักประเทศไทย หรือเพื่อ “ปกป้องผลประโยชน์ของคุณทักษิณ” ที่เป็นนายจ้างเขาเท่านั้น

 โปรดสังเกตว่าเขาไม่ได้บอกว่า “ปกป้องผลประโยชน์ประเทศไทย” เพราะว่าเขาได้รับการจ้างให้ดูแล “ผลประโยชน์ของ Mr. Thaksin” เท่านั้น

 จบข่าว

Tags : ล็อบบี้ยิสต์ ทักษิณ ชินวัตร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 2

    KVoice

    การว่าจ้างนักสร้างภาพพวกนี้ จะว่าไม่จำเป็นก็ไม่เชิงนะครับ แม้จะเชื่อมั่นในความจริง แต่มันมี Gap ระหว่าง Truth กับ Perception ทำให้เป็นปัญหามากมายในบ้านเราอยู่ทุกวันนี้ไงครับ และเงินเพียงเท่านี้กับงานระดับชาติอย่างนี้ถือว่าขี้ผงครับ

  • ความเห็นที่ 1

    suthon

    ผมสงสัยจริง ๆ ทำไมใช้ "ล็อบบี้ยิสต์"
    น่าจะเป็น "ล้อบบีอิสต์" มากกว่านะครับ
    ด้วยความเคารพครับ
    สุธน หิญ

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement