กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 23 เมษายน 2553 01:00
กาแฟดำ
กาแฟดำ

'ม็อบ'ไม่ใช่'มวลชน' การปะทะด้วยอารมณ์ ไม่ใช่ประชาธิปไตย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง "คนสีลม" กับ "คนเสื้อแดง" สะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า "ม็อบ" กับ "มวลชน" ได้อย่างชัดเจนยิ่ง

  เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องแยกแยะให้ออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุนองเลือด ระหว่างประชาชนคนไทยด้วยกันเองโดยไม่มีสาเหตุอื่นใดนอกจาก "อารมณ์ไร้การควบคุม" ภายใต้บรรยากาศการเมืองที่คนสองฝ่ายไม่นั่งลงพูดคุยกันด้วยเหตุผลอีกต่อไป

 เป็นสภาพ "ไร้ขื่อ-แป" และ "ไร้อำนาจรัฐ" ที่ไม่อาจจะสกัดกั้นไม่ให้ฝูงชนที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ และกระแสความรู้สึก และจะเป็นบาดแผลร้าวลึกของสังคมไทยที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น

 ผมขอเน้นว่าหากปล่อยให้เกิดการ "จลาจลของฝูงชน" อย่างที่เราเห็นที่สี่แยกศาลาแดง ถนนสีลม เมื่อค่ำวันพุธที่ผ่านมาเกิดขึ้นซ้ำอีก และบานปลายไปยังจุดต่างๆ ของประเทศ คนเสียหายจะไม่ใช่เฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง... แต่คนไทยทุกผู้ทุกนาม จะเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความหายนะที่เกิดขึ้น

 หากนั่งลงพิจารณาอย่างใจเย็นและรอบด้าน เราก็พอจะเข้าใจ "ความรู้สึก" และ "อารมณ์" ของคนสองฝ่ายที่ปะทะกัน นั่นคือความไม่พอใจในสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งกระทำ ซึ่งมีผลกระทบต่อคนกลุ่มอื่นในสังคม

 เมื่อต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิของตนภายใต้รัฐธรรมนูญ ในการระดมคนออกมากลางถนน โดยไม่สนใจว่าจะก่อให้เกิดความปั่นป่วนต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประเทศชาติอย่างไร ก็ย่อมแปลว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้เรียกร้อง "ประชาธิปไตย" หากแต่เป็นการใช้วิธีการแสดงออกด้วยความรุนแรงต่อกันเท่านั้นเอง

 อย่างนี้ไม่เรียก "ประชาธิปไตย" หากแต่เรียกว่า "อนาธิปไตย" หรือ "กลียุค"

 แทนที่ทั้งสองฝ่ายจะส่งตัวแทนไปพูดคุยกัน เพื่อสอบถามความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่ง และเพื่อส่งสารถึงอีกด้านหนึ่งว่าข้อเรียกร้องของตนเป็นอย่างไร อย่างที่คนที่เคารพในประชาธิปไตยควรกระทำ ทั้งสองฝ่ายก็ตะโกนด่าว่ากัน โยนสิ่งของและห้ำหั่นกันด้วยกำลัง

 เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะ "ม็อบ" ทั้งสองข้างขาดแกนนำ ที่จะสามารถควบคุมไม่ให้บางส่วนของคนของตน ใช้อารมณ์โกรธแค้น กระทำการที่จะยั่วยุให้อีกฝ่ายหนึ่งตอบโต้ด้วยวิธีการรุนแรงจนกลายเป็น "จลาจล"

 เมื่อไม่มีผู้นำหรือเมื่อมีผู้นำที่ไร้ประสิทธิภาพ ในสภาพที่หมิ่นเหม่ต่อการปะทะ นั้น ความวุ่นวายปราศจากการควบคุมจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะมีการ "แทรกซึม" ของคนบางกลุ่มที่ "ปลอมตัว" หรือ "แฝงตัว" เข้าไปในม็อบกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือทั้งสองกลุ่ม โดยมีเป้าหมายของการสร้างสถานการณ์ให้เกิดการปะทะกัน เพื่อนำไปสู่ความยุ่งเหยิงทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง

 เหตุอันไม่ควรเกิดที่ถนนสีลม 2-3 คืนที่ผ่านมา อาจจะมีเบื้องหลังทั้งข้อแรกและข้อหลัง แต่ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใด ก็ไม่ควรจะให้เกิดขึ้นเป็นอันขาด

 ตำรวจที่ได้รับการฝึกฝนมาทางด้านป้องกันจลาจล ควรจะต้องทำหน้าที่สกัดกั้น ไม่ให้เกิดความรุนแรงระหว่างกลุ่มคนที่มีอารมณ์ร้อนแรงเช่นนี้ อย่างฉับพลันทันที แต่เท่าที่สังเกตจากเรื่องจริงที่เกิดที่สี่แยกศาลาแดงวันก่อนนั้น ตำรวจไม่ได้เข้าไประงับเหตุอย่างทันท่วงที อย่างที่ควรจะทำเลย

 ต้องเข้าใจแยกแยะคำว่า "มวลชน" ออกจากคำว่า "ม็อบ" ซึ่งมีความหมายคนละอย่างโดยสิ้นเชิง

 ประชาชนที่รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญอย่างสันติและปราศจากอาวุธนั้น เรียกว่า "มวลชน" ซึ่งในทุกสังคมประชาธิปไตยถือว่าเป็น "พลัง" ทางสังคมทางบวกที่ควรแก่การส่งเสริมและเข้าใจ

 แต่หากบางส่วนของคนที่มารวมตัวกันเกิดพฤติกรรมรุนแรง แสวงหาการเผชิญหน้าเพื่อทำร้ายคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับตน หรือจงใจจะก่อให้เกิดสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ความวุ่นวายปั่นป่วนของสังคม นั่นเรียกว่า "ม็อบ" ซึ่งสังคมประชาธิปไตยไม่อาจจะยอมรับได้ และจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สังคมยังมีความเชื่อมั่นใน "ขื่อแป" ของบ้านเมือง

 ดังนั้น คนที่ต่อสู้เพื่อ "ประชาธิปไตย" อย่างแท้จริง จึงต้องแยกให้ถูกว่า "ม็อบ" ไม่ใช่ "มวลชน" และการใช้ความรุนแรงสาดใส่เข้าสู่คนที่ไม่เห็นพ้องกับเรา ก็หาใช่ "ประชาธิปไตย" ไม่

 เหตุที่บ้านเมืองยังสับสนอลหม่านอยู่อย่างนี้ ก็เพราะไม่มีใครแยก "ม็อบ" ออกจาก "มวลชน" ...และอ้างทุกความเคลื่อนไหวของ "ฝูงชน" ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประชาธิปไตย

 ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว หาใช่เช่นนั้นไม่เลย

 หากทั้งฝ่ายรัฐและผู้ชุมนุมแยกแยะออกได้ชัดเจน นั่นแหละ จึงพอจะเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำอันมืดมนนี้ได้บ้าง

Tags : 'ม็อบ' 'มวลชน' เสื้อแดง คนสีลม

advertisement

advertisement

advertisement