อ่านระหว่างบรรทัดให้ดีก็จะต้องตกใจ กับการสำรวจความเห็น ของเด็กไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ที่สรุปว่า "เด็กไทยภูมิใจความเป็นไทยแค่ 38%"
รัฐมนตรีศึกษาจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บอกว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้นำเสนอผลการสำรวจผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 14,400 คน จากทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ปกติลักษณะที่พึงประสงค์สำหรับกำหนดมาตรฐานในการดำเนินตามนโยบายของกระทรวงศึกษา
ผลการสำรวจพบว่านักเรียนส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองเป็นคนดี ร้อยละ 63 ซึ่งแปลว่ามีอีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์ที่ไม่คิดว่าเป็น "คนดี" หรือยังดีไม่พอ
ที่บอกว่ามีความสุขมีร้อยละ 51 ซึ่งหมายความว่าเกือบครึ่งหนึ่งไม่คิดว่าตัวเองมีความสุข ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในยุคสมัยที่ "ความสุข" อาจตีความเป็นเรื่องราวที่คาดไม่ถึง
แต่ที่น่าประหลาดใจและสมควรที่คนทั้งสังคม จะต้องตั้งคำถาม เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์อย่างลุ่มลึก ก็คือ ผลการสำรวจที่บอกว่าเด็กไทยมี "ความภูมิใจในความเป็นไทย" เพียงแค่ร้อยละ 38 เท่านั้น
รัฐมนตรีศึกษาธิการ บอกว่า วิธีการที่จะทำให้เด็กไทยมีความภูมิใจในความเป็นไทยมากขึ้นนั้นจะทำสามด้าน
1. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนในสังคม
2. สืบค้นยกย่องตัวอย่าง เพื่อเป็นต้นแบบคุณลักษณะคนที่พึงประสงค์
3. พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
การสำรวจครั้งนี้ อาจจะเป็นข่าวในจังหวะบังเอิญกับเหตุการณ์บ้านเมืองช่วง "สงกรานต์เลือด" และอาจจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง กับความรู้สึกของเยาวชนไทยในภาพรวม กับเมื่อคนไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย อย่างที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทย "อันเป็นที่รักยิ่ง" ของเราได้
แต่การวิเคราะห์ระดับ "ความภูมิใจความเป็นไทย" ใดๆ ต่อไปนี้ จะต้องจับเอาประเด็นนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินด้วย เพราะหลังเหตุการณ์ช่วงนั้นแล้ว คนไทยไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็รู้สึกว่า
"ความภาคภูมิในความเป็นไทย" หดหายไปทันทีต่อหน้าต่อตา
ที่เราเคยสามารถบอกกล่าวกับคนต่างชาติ ว่า "ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด" นั้น วันนี้เราไม่อาจจะพูดอย่างนั้นได้อย่างเต็มปากเต็มคำเสียแล้ว
เราเคยภูมิใจว่า คนไทยเป็นชาวพุทธ และเชื่อในวิธีการสันติ อีกทั้งยังมีใจเมตตา และพร้อมที่จะมีความเห็นแตกต่างโดยไม่แตกแยก แต่วันนี้ เราโดนคนต่างชาติตั้งคำถามว่า "บ้านเมืองคุณเป็นอะไรไปแล้วหรือ?"
ความภูมิใจในความเป็นไทยนั้นเคยตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าคนไทยโอบอ้อมอารี เป็นคนพร้อมจะฟังเหตุผลของคนอื่น และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่เข่นฆ่าซึ่งกันและกัน เพราะเรามีชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นสามเสาหลักแห่งความสมัครสมานสามัคคี...
แต่วันนี้ คนไทยเรามั่นใจได้แค่ไหนว่าความเชื่อและศรัทธาเช่นนั้นยังฝังแน่นหนาในจิตวิญญาณของเรา
เราเคยภูมิใจว่าคนไทยในยามปกติอาจจะถกเถียงแสดงเหตุผลกันอย่างคึกคัก แต่เมื่อประเทศชาติเผชิญกับวิกฤติครั้งใด ก็จะสามารถรวมตัวกันได้อย่างเหนียวแน่น เพื่อรับมือกับศัตรูจากภายในและข้างนอก...
แต่วันนี้ เรายังสามารถเชื่อเช่นนั้นได้อย่างสนิทใจหรือ
นี่อาจจะเป็นจังหวะสำคัญยิ่งที่สังคมไทยทั้งมวลจะร่วมกันตั้งคำถามกับตัวเอง เพื่อแสวงหาเหตุผลและคำตอบต่อคำถามที่ว่า
"เรายังมีความภูมิใจในความเป็นไทยได้แค่ไหน"
-----------------

ความคิดเห็นที่ 31
หมึก , 5 พฤษภาคม 2552 23:03
สำรวจข้อมูลจากไหนกลุ่มข้อมูลเป็นอย่างไรขนาดข้อมูลโตแค่ไหน ถามหรือเปล่าครับว่า 62 % ที่ไม่ภูมิใจไทยแล้วไปภูมิใจชาติไหนชาติละกี่เปอร์เซนต์เพราะอะไร
ความคิดเห็นที่ 30
HIANSOON , 5 พฤษภาคม 2552 22:04
คุณ รำคาญ Ramkanคงต้องอภัยให้ เพราะเขาบอกอยู่แล้ววว่าเขาใช้สนตีนคิด
กรั๊กๆๆๆ
เสษเงินเเม้วคงจิ้มขาวเหนียวได้ไม่กี่วัน
เด่วเขาก็ตัด * เขามากินเองแหละ
เฮียนซุน
ความคิดเห็นที่ 29
ramkan , 5 พฤษภาคม 2552 21:52
ตัวอย่างของกลุ่มคนที่ทำให้เด็กต้องคิดอย่างนี้ คือ ความคิดเห็นข้างล่างผมเนี่ย ประเทศไม่เจริญ ก็เพราะมีแต่ไดโนเสาร์ โง่ๆ ที่คิดแบบนี้แหละ
ความคิดเห็นที่ 28
lamai98 , 5 พฤษภาคม 2552 20:06
"ภูมิใจในชาติไทย" กับ "มารักชาติไทยให้มากๆ" "ทดแทนคุณแผ่นดิน" เป็นคำพูดไร้สาระ มากะเกณฑ์ชาวบ้านให้เขา รักอย่างนู้นอย่างนี้ แล้วถ้ารักแล้วมันทำให้ชีวิตใครดีขึ้นไหม คงไม่ใช่คนไทยตาๆดำๆหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินหรอกนะที่จะได้สิ่งตอบแทนที่ถ้าจะทำอย่างที่พูดมา ถึงจะรัก จะทดแทนคุณแผ่นดินคนพวกนี้มันก็ผูกปีจนอยู่อย่างเดิมไม่ได้อยู่บ้านหลวง ใช้ไฟหลวง น้ำมันรถก็ไม่ได้ควักสักแดงเงินเดือนก็เยอะพวกเขามีอะไรก็คงมีแต่คว ยกับชีวิตรำเค็ญเท่านั้น อย่ามาดัดจริตพูดว่า "อยากให้ประชาชน มีสิทธิมีเสียงออกมาท้วงติงในสิ่งที่ผู้ปกครองบ้านเมืองทำไม่ถูก ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วก็แล้วกันไป จะบ้าตายขนาดเขาออกมาก่อม็อบประท้วงพวกอำมาตย์ พวกนายทุนขุนศึก ที่นั้งเสวยสุขแทรกแซงอำนาจอธิปไตยของคนไทยที่เขาพึงมีพึงได้ ประชาธิปไตยที่เขาได้มันเต็มใบหรือเปล่า แค่นี้ยังสั่งขุนศึกมาเอาปืนไล่ยิงเขาตายเป็นเบือ ไม่ต้องใช้มันสมองตรองหรอกครับ เอาส้ นตินตรองแทนก็ได้ มันน่าภูมิใจไหม รักประเทศไทยเพื่อใคร ทดแทนคุณแผ่นดินทำไมในเมื่อแผ่นดินนี้ไม่ได้มีคุณอะไรกับเขา มันเป็นของพวกอีแอบ อำมาตยาธิปไตยสามาน ที่หรอกชาวบ้านว่า บ้านนี้เมืองนีปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีสิทธิมีเสียงเท่ากัน ตุ๋ย..โตด้วยกันแล้วอย่าหลอกดีกว่า ไม่อยากพูด
ความคิดเห็นที่ 27
Sam , 5 พฤษภาคม 2552 19:58
สาเหตุคงมีหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่ผมคิดได้คือ คนไทยไม่ค่อยแคร์
เรื่องประวัติศาสตร์ เคเนดี้มั่วเซ็กส์ แต่กรณีคิวบา เขาบอกให้คณะรัฐมนตรีคิดว่า ประวัติศาสตร์จะพิพากษาอย่างไรในการตัดสินใจ ในที่
สุดเขาตัดสินใจปิดล้อมคิวบา เมื่อเวลาผ่านไป คนส่วนมากคิดว่าเคเนดี้
ตัดสินใจถูกต้อง ผมคิดว่าคนไทยไม่ค่อยคิดเรื่องแบบนี้ ถ้าทักษิณคิดแบบเคเนดี้ ผมคิดว่าเขาคงไม่ทำเหมือนที่เขากำลังทำอยู่ และนักการเมืองหลายคนคิดแบบทักษิณ แซม
ความคิดเห็นที่ 26
David Tan , 5 พฤษภาคม 2552 19:44
ผลออกมา38% ก็ถือว่ามากโขครับ
เพราะการสุ่มแม้ทำถูกต้องตามหลังStateแต่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง
ต่อให้ถามหมดทุกคน ก็คงไม่มีใครบอกความจริงจากใจทุกคน
และผลการสำรวจนี้จะได้ทำให้คนดีที่ภูมิใจในความเป็นไทย
จะได้ช่วยกับปรับปรุงและหาทางช่วยให้ความเป็นไทยน่าภูมิใจ
ทุกอย่างที่ไม่เปลี่ยนแปลงมันต้องดับได้
แต่ขออย่าให้ความดีและคนดีจงอย่าได้ดับไปจากคนไทยและมนุษย์ทุกคน
เทพฯ เดวิด ตัน
http://hiansoon.bloggang.com
ความคิดเห็นที่ 25
สัณฐิตา , 5 พฤษภาคม 2552 19:36
เรายังจะมีความเป็นไทยให้เห็นอีกหรือ? ภาพละครที่เห็นแหกปาก ตบตี แย่งผัวเมียชาวบ้าน พระเอกโง่ขนาดโดนคนใช้หลอกหรือจะเป็นด้วยหูเบา ละครเหล่านี้ผู้สร้างปัญญาอ่่อนส่วนมากก็เห็น * สร้างได้สร้างดี ประเทืองปัญญาหรือไม่? ไม่เพราะคนสร้างกับคนดุโง่ ปัญญาอ่อนพอๆกัน ถ้าความเป็นไทยเป็นแบบดั่งในละคร อย่าเป็นดีกว่า วัยรุ่นจึงหันเหไปเสพ หนังเกาหลี ญี่ปุ่นเพราะหนังทีวี2ชาตินี้หลายเรื่องก็สร้างสาระ ปัญญา แง่คิด(ถ้าคิดเป็น) แม้จะใส่กิโมโน หรือชุดประจำชาติของตัวเอง ความหลากหลายของเนื้อหาช่างแตกต่างกับละครไทยหลังข่าว จำคุณหยุ่นได้แม่นเมื่อหลายสิบปีก่อนที่ว่าตัวเองไม่เปิดทีวีไทยดูเพราะกลัวดูแล้วโง่ ซื่อบื้อ เรามีเหลืออะไรให้ภูมิใจแหละ ชี้ออกมาให้เห็น แทบจะไม่มีเลย จะเอาอะไรกับวัยรุ่นบ้านนี้เมืองนี้ ในเมื่อเรามีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่กระทำตัวได้เลวบัดซบ ชั่ว ไร้จริยธรรม ไม่เป็นแบบอย่างให้กับเด็กในบ้านนี้เมืองนี้ ที่เห็นๆบนท้องถนนมีประเทศไหนในโลกนี้ที่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชั่วๆแทบทุกพื้นที่ถนนตั้งด่านปล้นกินชาวบ้านตาดำๆที่หาเช้ากินค่ำโดยเฉพาะเหล่ามอเตอร์ไซด์-กระยะ มีทหารเลวที่คุมซ่อง(อาบอบนวด) แต่ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงสุดไม่มีปัญญาจัดการ วันดีคืนดี * พวกบรรดาเสธฯอะไรนั่นก็สำแดงเดชตลหลดตอแหลหรือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอะไรของ * ทหารเลวพวกนี้กินเงินเดือนเราแต่ไม่ทำมาหาห่าอะไรนอกจากแสดงความเก่งกาจกับพวกทำมาหากิน นักการเมืองที่แสดงความโกหกอย่างหน้าด้านๆแต่สภาห่าแห่งนั้นก็ไม่เห็นมันทำเ่าอะไรกับพวกนี้ได้ นี่คือความภูมิใจในความเป็นไทยหรือไม่?ช่วยตอบที
ความคิดเห็นที่ 24
เด็กชั่งสงสัย , 5 พฤษภาคม 2552 16:07
ผู้หญิงค้าประเวณีมีเกลื่อนเมือง
ผู้ชายไม่ทำงานเมาทั้งวันเต็มท้องถนน
พระมั่วสีกา ไม่ก็เป็นกระเทย
ตำรวจคือพ่อค้ายา แมงดาคุมซ่อง
ทหารคือหัวหน้าโจร มือปืนรับจ้าง
คนเป็นหลายล้าน ที่คลั่งไคล้จะเลือกผู้นำขายชาติ
ฯลฯ
นอกจาก พ่อเหนือหัวของปวงชนชาวไทยแล้ว
ประเทศไทยมีอะไร น่าภูมิใจอีกหรือครับ???
ความคิดเห็นที่ 23
ไทย , 5 พฤษภาคม 2552 16:06
อยากให้คนไทยมีจิตสำนึกรักชาติ วัฒนธรรมไทย และชาตินิยมบ้าง เช่น การใส่ชุดไทยในโอกาสสำคัญๆ ถึงแม้บรรพบุรุษจะอพยพมาจากประเทศจีนแต่สำนึกของตัวเองเป็นไทยแท้ ก็อยากใส่ชุดไทยบ้าง เหมือนประเทศญี่ปุ่นที่จะใส่ชุดกิโมโนในวันสำคัญ นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลและหน่วยงานทุกหน่วยทำประชาสัมพันธ์ว่าไทยเรามีอะไรดีบ้าง เคยดูสารคดีเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ของเกาหลีและไต้หวัน เขาทำได้ดีมาก ดูไม่เบื่อ แต่ของไทยรู้สึกยังทำไม่ค่อยน่าสนใจ ซึ่งที่จริงภูมิปัญญาไทยดีๆ ยังมีอีกมากมาย หรือแม้แต่โครงการตามแนวพระราชดำริของในหลวง ก็มีมากมาย น่าจะรวบรวมและเผยแพร่ และสนับสนุนให้นำไปปฏิบัติได้จริง ถ้าเราสร้างค่านิยมความเป็นไทยที่น่าภาคภูมิใจให้เยาวชนและคนไทยทั้งประเทศได้ ความเป็นไทยก็จะสืบสานต่อไปได้ชั่วลูกหลาน เลือกเอาสิ่งที่ดีของต่างชาติมาประยุกต์กับความเป็นรากเหง้าของประเพณีวัฒนธรรมที่ดีของไทย
ความคิดเห็นที่ 22
นิ้งหน่อง , 5 พฤษภาคม 2552 15:46
ปัญหาประเทศไทยตอนนี้ อยู่ที่ครูครับ ครูอาชีพเดียวเลย มันมาตรฐานต่ำมากๆ ยกมาตรฐานซะทีเถอะครับ ใครจะเป็นครูไปสอนคนต้องเก่งครับ เก่งมากๆด้วย คนเป็นครูไม่จำเป็นต้องยึดถือตามกรอบทุกวันนี้ คือพวกราชภัฏฯบ้าง พวกครุศาสตร์ ศึกษาศาตร์หรืออะไรเทือกนี้ ผมไม่เห็นด้วยเลย แต่ควรจะคัดจากคนหลากหลายอาชีพ และให้เข้าสอบคัดมาตรฐานความเป็นครู ให้ค่าตอบแทนสูง หรือต้องตั้งคณะครูโดยเฉพาะ และต้องคัดอย่างเข้มข้น ทั้งด้าน EQ และ IQ โดยให้ค่าตอบแทนสูงๆ รับรองประเทศไทยรุ่งแน่
ความคิดเห็นที่ 21
เฮ้อ , 5 พฤษภาคม 2552 15:26
วิจารณ์มามากมาย ไม่เห็นเกี่ยวกับความภูมิใจความเป็นไทยตรงไหน ไม่เข้าประเด็นกันเป็นส่วนใหญ่ ส่วนมากมาระบายอารมณ์มากกว่า ไร้สาระจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 20
555 , 5 พฤษภาคม 2552 14:40
เหรอนังลาโง่มัย ตอแหลเน่เขากล่าวเหรอก็เปล่า ถ้าไทยรัฐหรือมติชนก่อนหน้าที่ไม่ลงความจริง เหรอ 19 กย สือวิ่งเข้าหาทหารแล้ว พฤษภาทมิฬ เหลียมวิ่งเข้าหารสช ละ โถ นังแหลเอย สัตว์อย่างแกก็เอาแต่หอน แต่ไม่พูดความจริง ว่าหยุ่นพุดถูกมะ แกเคยโต้มะก็เปล่าเอาแต่แหล นังลาโง่มัยเอยทำไมจิตวิปลิศของแกมันมีโอกาสรักษาหายมะ หรือว่าต้องตายไปพร้อมโรครักเหลียมชนิดไม่ฟังใครใช่มะ แต่ไม่ยักหอนนะตอนสือนี้เขาโดนเหลียมแกล้ง และเงินก็ซื้อเขาไม่ได้ ทำไมแกไม่หอนตอนนี้บ้างละ เอาแต่ตอแหลยัดข้อหา สัตว์อย่างแกมัน ช่างเป็นหมาผสมควา ยที่จงรักภักดีต่อเหลียมจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 19
tito , 5 พฤษภาคม 2552 14:20
แบบสอบถามใช้ไม่ได้ มีคนมาถามว่าคุณเป็นคนดีหรือเปล่า คนดีที่ไหนจะตอบว่าตัวเองเป็นคนดี การจะมองว่าใครเป็นคนอย่างไรบางครั้งต้องให้คนอื่นเป็นคนบอกแทน เช่น นายกฯ รัฐบาล หรือกาแฟดำ คงไม่กล้าบอกว่าตัวเองเป็นคนดีเหมือนกัน (จะเข้าทำนองกลองดีมีคนตีจึงดัง) แต่รับประกันว่าไม่เคยทำผิดคิดร้ายต่อใคร ทุกคนต่างภูมิใจในชาติกำเนิดอยู่แล้วแต่บางครั้งผู้มีชื่อเสียงทำให้อับอาย เช่นอายแทน สส.ไม่อยากบอกว่าอยู่จังหวัดสระแก้ว แต่จะบอกว่าเป็นคนอรัญฯ โพลก็คือโพล บางคำตอบต้องตอบหนึ่งแท้ๆ บ่อยครั้งยังมีคำตอบ สอง สาม โผล่มาได้เลย คนตอบไม่ได้อ่านคำถามด้วยซ้ำ
ความคิดเห็นที่ 18
bambam , 5 พฤษภาคม 2552 14:10
ความภูมิใจในความเป็นไทยหดหายไปมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป อิทธิพลของอินเตอร์เน็ตมีส่วนเกี่ยวพันอย่างมากกับการสร้างรูปแบบตัวตนของคนไทย โดยเฉพาะเด็กไทย ขณะนี้ร้อยละ 90 หรือมากกว่านั้น กำลังลุ่มหลงอยู่กับวัฒนธรรมต่างชาติ โดยเฉพาะเคป๊อปที่ทะลุทะลวงเข้าไปอยู่ในจิตใจเด็กไทยที่ไม่อาจปฏิเสธความครอบงำจากสื่อที่มีหลากหลาย หาง่ายจากแหล่งออนไลน์ ซึ่งวัฒนธรรมแบบนี้มาแล้วก็ไปไม่จีรัง จะมีสิ่งใหม่ๆ มาให้ลิ้มลองอยู่ตลอดผันแปรไปตามกาลเวลา แต่ที่น่ากลัวมากกลับเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่า แต่กลับคิดตื้นมากกว่า เพราะหลงยึดติดกับวัตถุมากกว่าจิตใจ มัวเมากับการทำมาหากินเพื่อให้มีหน้ามีตา ร่ำรวยเงินทอง ยิ่งมีมาก ก็ยิ่งโลภมาก ที่มีน้อยก็กระหายจะให้มีมาก เพราะสื่อป้อนภาพลวงตาของการนับหน้าถือตาคนมีทรัพย์สินเงินทองอวดร่ำอวดรวยใครมีแบรนด์เนมมากกว่า ใครมีเพชรพลอยประชันกันมากกว่า แต่ไม่เห็นการประกวดแข่งขันกันทำความดี มีศีลธรรม ยึดมั่นคำสัตย์ วัฒนธรรมอันดีงามของไทยที่เคยรักสงบ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจต่อกัน มันหดหายไปกับคลื่นความร้อนที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกับอารมณ์อันร้อนแรงขาดสติ ถึงเวลาหรือยังที่จะปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษา อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบภูฏานที่มีชีวิตที่งดงามสงบสุข หรือจะเป็นแบบอเมริกาที่ควงปืนออกมาสังหารคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วย
ความคิดเห็นที่ 17
lamai98 , 5 พฤษภาคม 2552 13:54
"เรายังมีความภูมิใจในความเป็นไทยได้แค่ใหน" เห็นปฏิญญาของพวกเสื้อขาว ข้อ 6 ถ้าจำไม่ผิด เขากล่าวถึงสื่อ "คนแซหยุ่น"น่าจะไปอ่านดูนะอาจหาคำตอบที่สรุปไว้ว่าภูมิใจในความเป็นไทยแค่ใหนได้ไม่ต้องไปถามใคร 38 %ของเด็กไทยที่ภูมิใจในความเป็นไทย อีก 62 %เป็นเพราะอะไร ไม่ลองหาคำตอบดูหรือ ฟันธง ก็เพราะ"พฤติกรรมสื่อ"นั้นแหละอย่าไปมองคนอื่นเลย "ชนะใหนชนะด้วยช่วยกระพรือ" ตัวอย่างที่เห็นๆหลัง 19 กันยายน พวกสื่อนั้นแหละวิ่งเขาหาอำนาจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แข่งกัน สื่ออย่างคนแซหยุ่นได้ประกาศตัวชัดเจน ที่จะเป็นกระบอกเสียงให้ คมช.และโจมตีอีกข้าง(ทักษิณ)วิ่งขาขวิดขอสัมปทาน วิทยุ ทีวี อย่าได้ปฏิเสธเลยทุกวันนี้ก็วิ่งเข้าหารัฐบาลเผด็จการพลเรือน จนได้ คลื่น 102 ขส.ทบ.สพานแดง และที่วี 9 เข้าไปเทคโอเวอร์เบียดนายสวิช เกือบตกขอบ มีคนเขาว่า ต้นไม้พิษ ย่อมจะผลิตผลไม้พิษ ฉันท์ไดก็ฉันท์นั้น เข้าข่าวขันฯ เรื่องเด่นเย็นนี้ จมูกมด ต่างพวกนี้ก็คือผลไม้พิษ ที่เกิดจากต้นไม้พิษจากต้นของคนแซ่หยุ่น แล้วจะไปถามหาคนที่มีความภาคภูมิใจจากคนไทยได้สักกีเปอร์เซ็น เหตุการณ์ 19 ก.ย.49 มีสื่อค่ายใหนบ้างที่ยืนอยู่ข้างประชาชนที่โดนปล้นอธิปไตยไปอย่างหน้าด้านๆ แม้จะเกลียดระบอบทักษิณ หรืออิจฉาเขาที่เก่งและรวยก็ไม่ควรจะเข้าข้างทหารที่ทำรัฐประหาร นียังไม่ได้กล่าวถึง"สงกรานต์วิปโยคนะมีสื่อใหนได้เสนอข่าวอย่างอิสระบ้าง เผด็จการพลเรือนเขาชี้กราดมาที่สื่อ ให้เสนอข่าวของรัฐอย่างเดียว สิ่งที่เห็นในจอที่ผลไม้พิษเสนอ
ความคิดเห็นที่ 16
ไหหลำ , 5 พฤษภาคม 2552 13:34
ภูมิใจรึเปล่า เป็นเรื่องการตลาด คนขาย เหล้าเบียร์ น้ำมัน มีเงินมาก จ้างพนักงานเก่งๆ เอเจนซี่มือดี สร้างภาพดีๆได้ทุกวัน รัฐมีแต่คนแก่กอดเก้าอี้ ถือดี ถือตัว คิดร่วมสมัยไม่เป็น ได้ยืนอ่านสคริปท์หน้าจอก็ดีใจแล้ว เราและอีกหลายคนภูมิใจที่เกิดบนแผ่นดินนี้ ไม่ต้องให้ใครมาบอก และไม่เกี่ยวว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
ความคิดเห็นที่ 15
nun , 5 พฤษภาคม 2552 13:12
เปรียบเทียบเหมือนกับคนที่ไม่ภูมิใจในตัวเอง เพราะไม่รู้จักคุณค่าของตัวเอง อาจจะยังไม่รู้จักตัวตนของเราเลยด้วยซ้ำ ความเป็นตัวของตัวเองหดหายลงไปทุกวัน หันไปเทิดทูนต่างชาติ แบบหน้ามืดตามัว เช่นเกาหลีฟีเวอร์ ไม่โทษเด็กหรอกที่วันนนี้ไม่รู้สึกภาคภูมิใจ เพราะมันมีที่มา ๑) ระบบการศึกษาที่ล้มเหลวไม่สร้างคนให้รู้จักคิด และสร้างจิตสำนึกของความเป็นชาติ เรียนไปเหมือนนกแก้วนกขุนทอง หลายคนก็รู้ว่าระบบมันไม่เวิร์คก็รีบเอาลูกหลานไปกวดวิชาเพื่อการแข่งขันกั้นอย่างอาเป็นเอาตาย ทำให้เด็กมองแต่การเอาตัวรอดมากกว่าการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างแบ่งปัน ร้องเพลงชาติแบบเป็นหน้าที่ไม่มีจิตวิญญาณ กิจกรรมศาสนาเช่นการนั่งสมาธิไม่ถูกส่งเสริมอย่างกว้างขวางทั้งที่เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมความฉลาดของเด็ก ๒) การเมืองที่น้ำเน่าอย่างเหม็นเน่ามมานานหลายยทศวรรษ คอรัปชั่นจนลูกหลานคิดว่าโกงนั้นถุกต้องแล้ว เป็นค่านิยมพื้นฐานที่นักการเมืองสร้างมานานแผ่ขยายเข้าสู่ทุกอนูของระบบราชการซึ่งแตะต้องสัมผัสกับคนทั้งประเทศ มีใครในเมืองไทยไม่รู้จักคำว่าใต้โต๊ะ สินบน เส้นสาย อิทธิพล ทั้งหมดมาจากนักการเมืองที่กระทำให้สังคมมีค่านิยมที่น่ารังเกียจ แปลวัฒนธรรมอันดีงามเช่นความโอบอ้อมอารีไปสู่การโอบอุ้มพวกพ้อง สร้างวัฒนธรรมของการโกหกบิดเบือนข่าวสาร ไม่ว่านักการเมืองพูดอะไรต้องตีความ แปลว่าพูดแบบเตรียมชิ่งไม่มีความจริงใจ ไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นผู้แทน และในเมื่อเรามีคนที่ไม่มีคุณภาพแบบนี้มากำหนดนโยบายของชาติ อะไรจะเกิดขึ้นล่ะ พังกันหมดเลย กระทรวงศึกษาเคยเป็นกระทรวงที่เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศหรือไม่ โรงเรียนมีเยอะแบบสิ่งก่อสร้างแต่ไม่มีครูที่มีคุณภาพ สื่อการสอนด้อยพัฒนา เงินเดือนครูไม่สมศักดิ์ศรีแม่พิมพ์ของชาติ โอ๊ย เยอะจนพูดไม่หมด ๓) สื่อสารมวลชนเสนอข่าวสาร และรายการที่ไม่ส่งเสริมค่านิยมของความเป็นไทยมากเพียงพอ เมื่อเทียบกับสัดส่วนของรายการบันเทิงรวมถึงละครน้ำเน่าที่มีแต่เนื้อหาที่ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม เพราะเนื้อเรื่องประกอบไปด้วยอิจฉาริษยา ตบตี ด่าทอ รุนแรง สื่อมวลชนมีบทบาทและอิทธิพลมากมายมหาศาลเกี่ยวกับค่านิยมของสังคม และความภูมิใจในความเป็นไทยของเยาวชน คงต้องพึ่งพาจิตสำนึกของสื่อมวลชนในการที่จะช่วยพาเยาวชนของเราให้มีความรักชาติ และภาคภูมิใจในชาติของเราให้มากยิ่งขึ้น เพราะเห็นว่าทำได้เร็วที่สุดมัวแต่มารอนักการเมืองอาจไม่ทันการ
ความคิดเห็นที่ 14
มีอะไรให้ภูมิใจ , 5 พฤษภาคม 2552 12:32
เปิดทีวี มีแต่ละครไทยน้ำเน่า พล็อตเรื่องดักดาน กรี๊ดๆ กันทั้งเรื่อง ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ที่มีสติ เด็ก 15 มันยังทนดูไม่ได้เลย แล้วจะให้เอาอะไรมาภูมิใจ (มันทำละครให้อิโง่ที่ไหนดูฟะ) วงการเพลงก็ห่วย มีแต่เพลงตลาดๆ ที่สู้ต่างชาติไม่ได้ ก็สมควรแล้วที่เด็กมันจะไปฮิตเกาหลี ญี่ปุ่น อย่างน้อยก็ยังมีดีๆ ให้เลือกดูเลือกฟังมากกว่า - ถ้ายังปล่อยให้ทุกอย่างเป็นการค้า รัฐบาลไม่เข้ามาปฏิรูปสื่อและวางแผนอุดหนุนคนทำงานศิลปะวัฒนธรรมดีๆ ให้เป็นระบบ ก็คงหาอะไรให้ภูมิใจยากอย่างเนี้ยแหละ ไม่ต้องไปด่าเด็กหรอก
ความคิดเห็นที่ 13
ปชช ธรรมดา , 5 พฤษภาคม 2552 12:02
ในระยะ10ปีที่ผ่านมา สังคมไทยได้เสื่อมโทรมลงในหลายด้าน
มากกว่าการเจริญก้าวหน้า
ด้านการเมือง : อย่างที่เห็นๆกันทุกวันนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้คนรุ่นหลังมี
ความรู้สึกภูมิใจในความเป็นไทย มีแต่ความอับอาย พฤติกรรมของนักการเมืองและลิ่วล้อที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลมีมากกว่านักการเมืองนำดี
ด้านการศึกษา : คุณภาพของนักศึกษาที่จบมาส่วนใหญ่มีเพียงปริญญา
แต่สมองฝ่อมากกว่าสมองที่มีความคิดสร้างสรร ความอดทน ความพยายาม
ความอยากรู้ อยากขนขวาย มีจำกัด แต่ความฟุ้งเฟื้อมีเหลือเฟือ กลัวลำบาก ที่กล่าวมานี้ สัมผัสจากการรับบุคคลาการมาทำงาน ผลพวงจากการ
ศึกษาที่ได้ผลออกมาแบบนี้ อะไรเล่าที่เป็ความภูมิใจ
ด้านศาสนา : ได้สังเกตุและสัมผัสด้วยตาที่เห็นในทุกวันนี้ ต้องยอมรับความ
จริงว่าพุทธศาสนา(คนส่วนใหญ่ของประเทศไทย)เสื่อมโทรมมากจริง ผู้ที่
มาบวชเป็นพระทุกวันนี้เป็นพระแท้ๆมีน้อยมาก ลองสังเกตุง่ายๆว่า พระสมัยนี้ โกนผมเป็นหรือเปล่า หัวดำๆไม่ยอมโกนผมมี่เต็มไปหมด ขนาดพระที่เทศห์ เก่งๆ ลงปกหนังสือวางขาย ก็ปล่อยผมยาว ตอนเช้า 8 โมงเศษ ยังเดินนัวเนียรับตักบาตร ยังไม่รวมข่าวเฉ่าโช่ตาม นสพ พระสำนักต่างๆขึ้นบอร์ดโฆษณาพร้อมรูปเจ้าอาวาส ขายวัตถุมงคล ความเสื่อมโทรมที่เห็น
ก็เป็นผลจากความเสื่อมโทรมด้านอื่นๆมาด้วย
ด้านสังคม : มีมากกว่าจะพรรณนา
ที่สะท้อนให้เห็นมาจากประสบการณ์ที่พบและสัมผัสมา ยังไงๆ เราคนไทย
ต้องกล้าออกความเห็น ช่วยกันต่อต้านพฤติกรรม ทัศนะคติ วิธิปฎิบัติใดๆ ที่เป็นภัยต่อสังคม จรรณยาบรรณ ต้องมีสำนึกร่วมกันที่จะต้องช่วยกัน สร้าง
ความภูมิใจในความเป็นไทยให้มากขึ้น ฤาจะนิ่งดูดายให้เพื่อนบ้านเราดูถูก
คนไทยต่อไป
ความคิดเห็นที่ 12
โอวัลติน , 5 พฤษภาคม 2552 11:57
พฤษภา 509 แดดลบเงาจางหาย เขาตายอยู่ข้างทางเกวียน
หากคิดแตกต่างก็อยู่ลำบากในสังคมศักดินาไทย วันที่ 5 พฤษภา 2509 เราได้สูญเสียนักคิด นักเขียนที่มีความคิดแตกต่างจากระบบศักดินา
เพราะฉนั้นไม่ต้องสงสัยอนาคตเด็กไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร หากเด็กไทยคนต่อไปจะคิดต่างออกไป
ความคิดเห็นที่ 11
youndrad , 5 พฤษภาคม 2552 11:50
อันนี้น่าจะเป็นแค่ คนออกแบบสอบถาม คำถาม การดำเนินงานมากกว่าต้องไปดูแบบสอบจริงก่อน น่าห่วงกว่าคุณศรัณยูทำรายการASTV เอาเด็กมาพูดเล่าเรื่องการชุมนุมแล้วให้คะแนนเด็กก็ดูว่าแสดงเต็มที่ใส่อารมณ์ ผมดูแล้วไม่เหมาะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กไปดู การเลือกตั้งเรายังกำหนดอายุ ประเทศไทยยังไม่กลียุคขนาดต้องใช้เด็กมาเคลื่่อนไหวทางการเมือง หรือเอาเด็กเป็นทหาร
ความคิดเห็นที่ 10
สนทวยหน้าคิชอบปฏิวัติ , 5 พฤษภาคม 2552 11:03
ทำอะไรตามสบายคือ * แท้ ไม่รับรู้กฎระเบียบของสังคม โง่ถูกจูงใจง่าย ๆ ขี้อิจฉา และไม่มีวุฒิภาวะทางการเมือง นี่คือบางคนเขามองคนไทย และตอแหลแถกเหงือกไปได้ทุกเรื่อง เวลาถูกยิงก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองเลว กลับบอกว่าทำดีมาตลอดทำไมมีคนปองร้าย ถ้าปิดสนามบินถือว่าทำดีละก็ไม่รู้ต้องพูดต่อแล้วจริงไหม * หัวล้าน ทำอะไรก็ต้องมี 2 มาตรฐาน ถ้าเป็นพวก * ก็มาตรฐานนึง ถ้าเป็นพวก * ก็ต้องอีกมาตรฐานนึง และที่อันตรายที่สุดก็คือคนเขาไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรมแล้ว เพราะ * 2 มาตรฐานนี่แหละ สังคมไทยเวลานี้ต้องแก้ไขมากมายหลายจุด และไม่ใช่จะแก้ได้ง่าย ๆ เพราะปัญหามันรุกลามใหญ่โตพอสมควร ถ้าเอาพวกโง่แต่อยากเป็น รมต.มาบริหารต่อให้ชาติหน้าก็แก้ไม่ได้โดยเฉพาะ * ปากกระโถนปจ.สำนักฯ
ความคิดเห็นที่ 9
dda , 5 พฤษภาคม 2552 11:01
ผมว่าสืิอประเถทคุณสุทธิชัยทำได้เพียงการหาหัวข้อให้คนตอบในแนวคิดชองคุณเฃ่นเกิมไม่ดีเปลี่ยน ยะโสโอหัง อวดดี หาเงินเข้ากระเป๋าซาดิตส เหมือนเดิม
ความคิดเห็นที่ 8
จปล. , 5 พฤษภาคม 2552 09:48
เห็นด้วยกับ ค.ห. 2 ผมมองว่าสื่อเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญของสังคมเช่นกัน หากมีการนำเสนอ เจาะลึกข่าวของคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม ความดี ความน่าภาคภูมิใจของไทยในสังคมไทย การประยุกต์ความเป็นไทยให้เข้ากับสากล โดยนำเสนอให้มีความสมดุลกับข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้น (ตามหลักที่คุณ สุทธิชัย หยุ่น เคยเขียนไว้)
อย่างนี้ ผมว่าสื่อนอกจากจะทำหน้าที่สื่อ เสนอข่าวแล้ว ยังเป็นการเปิดมุมมองและโลกทัศน์ที่กว้างให้กับประชาชนได้เห็นแบบอย่างที่ดี มีกำลังใจทำสิ่งดี และมีความภูมิใจในฐานะที่เป็นและอยู่ในประเทศไทยด้วยนะครับ
ความคิดเห็นที่ 7
เดรัจฉานชินวัตร , 5 พฤษภาคม 2552 09:45
เด็กที่มีความคิดที่ไหนจะภูมิใจที่เห็นผู้ใหญ่ของตัวเองขี้เกียจสันหลังยาว ไม่ทำงานทำการ งอมืองอเท้ารอคอยให้อัศวินเดรัจฉาน * ดำเอาภาษีของคนทั้งชาติมาแจกหาเสียง ลุ่มหลงมัวเมาอบายมุขทั้งเหล้าเบียร์ หวย มวยตู้ รึว่าพร้อมที่รับจ้างโจรปล้นชาติเผาบ้านชิงเมือง ถ้าผู้ใหญ่ไทยไม่มีปัญญาทำให้สังคมดีขึ้นก้อน่าจะยกความรับผิดชอบให้กับเด็กไปเลย
ความคิดเห็นที่ 6
แบบไทยๆ , 5 พฤษภาคม 2552 09:37
จากคนภูมิใจในความเป็นไทย แม้อีก 10 ปี 20 ปีก็จะพากเพียรรอเหมือนพระมหาชนก อดทนว่ายน้ำไม่ย่อท้อ ให้ถึงฝั่งให้จงได้.. เป็นกำลังใจให้คนรุ่นใหม่ คนน้ำใสเริ่มต้นไล่น้ำเน่า น้ำครำ ดำเหม็นตั้งแต่วันนี้ ขอพวกน้ำใสค่อยๆไล่น้ำครำด้วยความเพียรเหมือนพระมหาชนกพากเพียรว่ายน้ำ สักวันน้ำใสมันต้องเข้าไปไล่น้ำครำ ดำเหม็นเน่าให้ประเทศไทย ให้คนไทยหลุดพ้นจมปลักจากประเทศด้อยพัฒนา ช่วยกันฝ่าฟันให้เมืองไทยถึงฝั่งกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วจนได้
ความคิดเห็นที่ 5
dki , 5 พฤษภาคม 2552 09:34
เราสามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีโดยไม่ต้องไปทำลายสิ่งที่ดีในอดีตได้ ประเทศที่เจริญแล้วไม่ได้ทำลายสิ่งที่ดีในอดีต เขารักษาไว้อย่างน้อยก็เป็นประวัติศาสตร์ที่ตัวเองสามารถภาคภูมิใจ แต่เขาก็สร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีสำหรับของยุคปัจจุบัน ไม่ได้ไปก้าวก่ายกับสิ่งเก่า ไม่ได้ไปทับถมสิ่งดีที่มีมาแต่เดิม ดูตัวอย่างประเทศอเมริกา เขายังมีการจำลองการรบเพื่อปลดปล่อยทาสซึ่งเกิดขึ้นมากว่าร้อยปีมาแล้วให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นทุกปีให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเหตุการณ์นั้น แม้แต่ประเทศที่เจริญในยุโรปก็ยังรักษาของเก่าที่ดีเอาไว้ สังคมที่ดีย่อมไม่ทิ้งของเก่าที่ดี คนที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน มีจำนวนมากเรียนบทเรียนที่สำคัญจากอดีต แม้แต่ยอร์ช วอชิงตันก็ศึกษากลยุทธ์การรบจากชาติกรีกโบราณ ความเจริญมิได้เกิดจากการยกเลิกของดีมาแต่โบราณ แต่ความเจริญเกิดจากการสร้างสิ่งดีเพิ่มขึ้นจากสิ่งดีที่บรรพชนได้สร้างเอาไว้ เหมือนกับสังคมครอบครัว ย่อมต้องสร้างความเจริญเพิ่มเติมจากคนรุ่นพ่อแม่ ปู่ยา ตายายได้สะสมไว้ ไอน์ สไตน์สร้างทฤษฎีทางฟิสิกส์โดยยึดทฤษฎีที่มีมาแต่เดิมที่คิดค้นโดยค้นนักฟิสิกส์รุ่นก่อน ๆ ได้ร่วมกันสร้างไว้เป็นเวลานานนับพันปี
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกจีนรักชาติ , 5 พฤษภาคม 2552 09:04
ตัวอ้างไท(ย) แต่ใจเป็นทาส ยังคงใช้ได้จนทุกวันนี้ "คนไทย"เป็นได้แค่นาม ต่างชาติเขามองว่าเป็นเหยี่อที่จะบังคับอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ ถ้าไม่สร้างเอกลักษณ์ของตนเองจากพื้นฐานแวดล้อมชีวิต ไม่นานคิดว่าไทยคงเหลือแต่ชื่อ "คนไทย" ***งานสงกรานต์ แค่ต่างชาติบอกว่าถ้าไม่ขายเหล้าเขาจะไม่มา*** ก็ไม่กล้าดำเนินการแล้ว ตกลงต้องการรักษาประเพณีสงกรานต์(ผิดๆ) ไว้เพื่อให้เขาจูงจมูกรึ ลองถามตัวเองดูเถิด เห็นด้วยกับการพัฒนาถ้าสิ่งนั้นดำเนินไปในทางที่สร้างสรรค์ต่อประเทศ
ความคิดเห็นที่ 3
โกหกตัวเองไปวันๆ , 5 พฤษภาคม 2552 08:42
ธรรมชาติของสังคมศักดินา เสพสุขไปวันๆ ไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงจนฐานอำนาจสั่นคลอน ข้าราชการทำงานไปวันๆ คิดแต่จะโกงกิน การพัฒนาจึงเป็นไปในแบบใช้โฆษณาชวนเชื่อโดยใช้โครงการไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฐานรากของประเทศอย่างแท้จริง เน้นแต่การรักษาอำนาจมากกว่าจะคิดทำอะไรจริงจัง สุดท้ายก็จะนำไปสู่ความเสื่อม เด็กรุ่นใหม่ๆ ก็จะเริ่มรู้สึกว่าทำไมประเทศเรามีแต่ของโบราณเต่าล้านปี ไม่คิดสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่เหมือนประเทศอื่นๆ บ้าง จะสร้างอะไรใหม่ก็กลัวจะไปลบล้างความยิ่งใหญ่ของเก่า สุดท้ายก็เลยไม่กล้าทำอะไร ความเสื่อมจะมาเยือนแก้นักปกครองรุ่นเสพสุข ความจริงย่อมลบล้างโฆษณาชวนเชื่อได้ในที่สุด ช้างตายทั้งตัวจะเอาใบบัวมาปิดย่อมไม่มิด ความจริงก็คือความจริง
ความคิดเห็นที่ 2
ลูกจีนเกิดในไทย , 5 พฤษภาคม 2552 07:51
ส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไทยมีความภูมิใจในประเทศไทยเพียงร้อยละ 38 ก็คงจะเป็นเพราะมีแต่ข่าวในส่วนที่ไม่ดีทั้งนั้น ในขณะที่เรื่องดี ๆ ของประเทศไม่ได้มีการนำเสนอเท่าที่ควร เรื่องของคนทำชั่วมักเป็นข่าว เรื่องของคนพูดปด วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมั่ว ๆ มักเป็นข่าว ส่วนเรื่องของคนทำความดีไม่เป็นข่าว มีคนไทยกี่คนที่รู้ว่าหมอไทยได้รางวัลแม็ก ไซ ไซ เรื่องคิดค้นการทำแขนขาเทียมให้คนจนฟรีนับหมื่น ๆ คน แม้แต่ในขณะนี้ก็มีคนไทยได้รับเกียรติ์ทำงานเป็นหัวหน้าหน่วยงานสำคัญขององค์การสหประชาชาติ เรื่องของคนดีถ้าจะเป็นข่าวก็แค่สั้น ๆ เท่านั้นเอง แล้วตอนนี้ก็ไม่มีการสอนประวัติศาสตร์อย่างเป็นชิ้นเป็นอันในโรงเรียน มีหนังสือที่ชาวต่างประเทศเขียนถึงประเทศไทยในแง่มุมที่ดีมากมาย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมแนะนำให้อ่าน มีเรื่องหนึ่งที่เชื่อว่าคนไทยน้อยที่รู้ก็คือ อักษรไทยได้ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในเพียง 17 ภาษาที่องค์การนาซานำไปพิมพ์บนยานอวกาศที่ส่งไปลงบนดาวอังคาร ภาษาในโลกมีทั้งหมดมีมากกว่าหนึ่งพันภาษา มีกี่ประเทศที่มีภาษาเป็นของตัวเองที่บรรพบุรุษพัฒนามาเป็นเวลาร่วมพันปีเหมือนชนชาติไทย มีกี่ประเทศที่มีเลขที่เป็นของตัวเองเหมือนเลขไทย การที่เขาเลือกภาษาไทยนั้นมันสะท้อนถึงวัฒนธรรมของไทยที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ที่สมควรเป็นหนึ่งในตัวแทนของมนุษยชาติเพื่อให้ชาวโลกอื่นได้เห็นได้รู้จัก มันเป็นเกียรติ์ที่คนไทยสามารถนำไปพูดได้กับชาวต่างชาติได้อย่างภาคภูมิใจ แต่มันมักจะไม่เท่ห์สำหรับคนไทยบางคนที่ชอบพูดภาษาอังกฤษ ทั้ง ๆ ที่ภาษาไทยไม่เอาไหน ที่แย่ก็คือภาษาอังกฤษที่ใช้ก็ไม่แน่ว่าจะใช้ได้ถูกต้องแบบเจ้าของภาษา เรื่องนี้จะหาอ่านได้จากนิตยสาร "ทางช้างเผือก" ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ของสมาคมดาราศาสตร์ไทย โทร02-381-7409 สงสัยเหมือนกันว่ามีผู้ที่อยู่ในวงการสื่อมวลชนที่ควรจะมีหูตากว้างไกลกี่คนที่รู้เรื่องนี้
ความคิดเห็นที่ 1
คนต่างแดน , 5 พฤษภาคม 2552 07:50
ผู้ใหญ่เดียวนี้ทําตัวเสือม มีข่าวที่ไม่สร้างสรรออกมาตลอด เช่นวิธีการโจมตีและแย่งอํานาจกัน ขาดเหตุผลของการต่อสู้ที่ถูกต้อง ใช้วิธีได้มาแบบโกงต่อหน้าต่อตา มาสองปีนี้ยิ่งหนักภาพที่ออกมาโดยสื่อ มันทําให้เกิดความเบื่อ ประเทศไทยแล้วเด็กก็ได้รับแต่ ภาพความหรูและดีจากต่างประเทศ ทุกอย่างมันมากจนสังคมขาดความอบอุ่นและน่าอยู่ ผู้ใหญ่ก็ต่อสู้ใส่เสื้อเหลืองใส่เสื้อแดงเส้อนํ้าเงิน เอากันจนบ้านเมืองยับเยิน ทั้งทีมันเป็นเพียงแค่ความแค้นส่วนตัวทั้งนั้น จริงไหมละความแค้นส่วนตัวทั้งนั้น มาวันนี้ก็มองเห็นแล้วว่า คนเริ่มต้นก่อการมันก็ผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้น แล้วอ้างประชาชน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคงทําให้เด็กภูมิใจในความเป็นไทยรึ เด็กไทยที่มาอยู่ต่างประเทศไม่คิดจะกลับเมืองไทยเลยต่างที่จะดิ้นรนอยู่ที่ต่างประเทศทั้งหมด แม้จะขาดญาติ ขาดการได้ชิมความอร่อยของอาหารไทย แต่ชีวิตต่างแดนแม้จะขาดอย่างที่ว่า แต่ไม่ขาดความดี ที่เมืองไทยไม่มี คือความถูกต้องและความเสมอภาพอย่างมีระเบียบ ที่ว่ามาทั้งหมดคือบ่อเกิดของความภูมิใจที่ว่า จะให้ภูมิใจอย่างไรได้ในเมื่อ ตัวพวกท่านทั้งหลาย ทําตัวน่าเบื่อหน่าย ให้เด็กหมดความภูมิใจ จริงไมยุ่น