กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 2 มีนาคม 2552 00:05
กาแฟดำ
กาแฟดำ

แย่ที่สุดหรือไม่..ไม่สำคัญเท่ากับต้องรอดในที่สุด

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรที่รัฐบาลไทยจะออกมาโต้แย้งคำทำนายของสำนักจัดลำดับความน่าเชื่อถือMoody’sที่บอกว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้เลวร้ายที่สุดในเอเชีย

เพราะความจริงจะเป็นอย่างไรจนถึงปลายปีนี้เป็นเรื่องของฝีมือของแต่ละรัฐบาลในภูมิภาคนี้...และ ณ วันนี้ ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจของโลกหรือของเอเชียหรือของประเทศตัวเอง

ใครบอกว่ารู้ล้วนแล้วแต่ขี้โม้ทั้งนั้น

แต่เมื่อสภาพัฒน์ ของเราบอกว่าผลผลิตมวลรวม หรือ GDP ของเราสำหรับไตรมาสที่ 4 ที่ผ่านมาติดลบร้อยละ 4.3 ก็ต้องถือว่าเลวร้ายที่สุดในอย่างน้อย 12 ปี

ยิ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมรับว่าตัวเลขจีดีพีของประเทศสำหรับไตรมาสแรกนี้ อาจจะยังติดลบและเผลอๆ อาจจะแย่กว่าของไตรมาสที่ 4 ด้วยซ้ำ จะไม่ให้สำนักประเมินเศรษฐกิจไหนวาดภาพของไทยไปในทางลบมากกว่าปัจจุบันได้อย่างไร?

ในภาพรวมแล้ว ปีนี้ทั้งปีหากตัวเลขจีดีพี เฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ในแดนบวก ก็ต้องถือว่าทั้งเก่งทั้งเฮง เพราะฟังจากนายกฯ และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว ไตรมาสแรกนี้หนักแน่ อาจจะติดลบมากกว่าร้อยละ 4 ด้วยซ้ำ

ไตรมาส 3 นั้นอาจจะยังติดลบอยู่ต่อเนื่อง

หากเป็นไปตามความคาดหวัง (ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความคาดหมาย) ไตรมาส 4 ควรจะต้องเป็นบวก

แต่จะบวกแค่ไหนจึงจะเฉลี่ยกับอีกสามไตรมาสแรกของปีแล้วจะออกมาเป็นบวก? มองเห็นตั้งแต่วันนี้เลยว่า "เหนื่อยรากเลือด" อย่างไม่ต้องสงสัย

บทวิเคราะห์ของ Moody’s Investor Service ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (credit ratings) บอกว่า เศรษฐกิจไทยส่อเค้าวิกฤติหนักที่สุดในเอเชียจากสาเหตุที่การส่งออกทรุด ราคาสินค้าเกษตรตก การเมืองไม่นิ่ง ทำให้ต่างชาติไม่กล้ามาลงทุน

รายงานนี้บอกว่าเหตุที่ตัวเลขไตรมาส 4 ของไทยย่ำแย่อย่างหนักมีสาเหตุจากราคาสินค้าเกษตรรวมถึงปริมาณการส่งออกที่ลดลงโดยเฉพาะสินค้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์

เขาบอกว่ายิ่งไปกว่านั้นความวุ่นวายทางการเมืองก็ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งรายได้จำนวนมาก และปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประชาชนลดการใช้จ่าย และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศก็ชะลอการลงทุนอย่างชัดเจนอีกด้วย

ประเด็นที่เขานำมาวิเคราะห์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ใครๆ ก็รู้กันว่าปัญหาของไทยคืออะไร และตัวเลขต่างๆ ที่เขานำมากล่าวอ้างก็มาจากหน่วยงานของไทยทั้งสิ้น

อยู่ที่เขามองว่าตัวเลขของประเทศอื่นแย่กว่าของไทยหรือไม่...เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่ทำท่าอาการจะหนักหนาสากรรจ์ไม่น้อย

นายกฯ อภิสิทธิ์ ย้อนถามว่า "เขาใช้อะไรวัด? วัดอย่างไร?"  เพราะนายกฯ บอกว่า เท่าที่ดูตัวเลขต่างๆ ไม่เห็นว่าจุดไหนจะมีปัญหาเป็นพิเศษ เพราะบางเรื่องใกล้เคียงกับประเทศอื่น แต่บางเรื่องน้อยกว่าที่อื่นด้วยซ้ำไป

"และส่วนใหญ่ไม่มีอะไรที่เหนือความคาดหมายกับเศรษฐกิจโลกแบบนี้..." คือคำแย้งของนายกฯอภิสิทธิ์

แต่ความจริงก็คือว่าในสภาพเศรษฐกิจโลกแบบนี้นั้น ผมว่าไม่มีอะไรที่อยู่ในความคาดหมายได้เลย

ซึ่งแปลว่าอะไรๆ ก็เกิดได้ และสิ่งที่ไทยจะต้องทำก็คือต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ "แย่กว่าที่ควรจะแย่"

ดังนั้น จึงไม่มีประโยชน์อันใดที่รัฐบาลไทยจะปักหลักแย้งว่าเราแย่ที่สุดหรือแย่ที่สอง

เพราะการเอาตัวให้รอด และบาดเจ็บน้อยที่สุด จะเป็นอันดับที่เท่าไรไม่สำคัญ...อย่ากลายเป็นศพให้เขานับก็แล้วกัน
 
 (เข้ามาอ่าน ฟัง ชมบทวิเคราะห์ข่าวกว้างขวาง ร้อนแรง และหลากหลายที่ www.suthichaiyoon.com  ได้ตลอด 24 ชั่วโมง)

 

Tags : สภาพัฒน์ GDP

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22

เคยอ่าน สุทธิชัย หยุ่น เขียนเรื่องเศรษฐกิจหลายครั้ง ไม่ค่อยได้เรื่อง เขียนไม่น่าสนใจ และไม่เคยเจาะลึกในด้านเศรษฐกิจ เลย เพราะ สุทธิชัย ไม่ค่อยรู้เรื่องเศรษฐกิจ อีกเรื่องคือ ไตรมาสสี่อาจไม่เป็นบวก และ ที่แน่ๆ GDP ปีหน้า ติดลบ 100% แน่นอน

ความคิดเห็นที่ 21

เคยอ่านสุทธิชัย หยุ่น เขียนเรื่องเศรษฐกิจหลายครั้ง ไม่ค่อยได้เรื่อง เขียนไม่น่าสนใจ และไม่เคยเจาะลึกในด้านเศรษฐกิจ เลย อีกเรื่องคือ ไตรมาสสี่อาจไม่เป็นบวก และ ที่แน่ๆ GDP ติดลบ 100% แน่นอน

ความคิดเห็นที่ 20

สัญชาติญาณ เลว ประชิธิปัตยฺ

ความคิดเห็นที่ 19

ตัวเลขจะบวกจะลบมันไม่สำคัญเท่าความเป็นจริงหรอก ต่อให้ตัวเลขสวยหรู แต่คนตกงานล้นเมือง ปัญหาสังคมรุมเร้า ตัวเลขที่กอดเอาไว้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ รอดไม่รอดอยู่ที่คนไทยเราเองนี่หล่ะ

ความคิดเห็นที่ 18

ประชาธิปัตย์ซื้อได้แค่สื่อหัวล้าน ให้คอยเห่า อย่างอื่นเคยทำอะไรได้ รีบๆ * ้เถอะ เห็นออกตัวถอดใจตั้งแต่ไก่โห่ ทำห่าไรได้ ไล่คนดีเข้าออกนอกประเทศทั้งปี นายปรีดี ดีที่สุดยังเคยดดนใส่ความ

เลว ติดลบ ยิ่งกว่าเศรษกิจ สะใจ พระบิดาเมิง แล้วสินะ

ความคิดเห็นที่ 17

นักวิเคราะห์นั้นจะวิเคราะห์อนาคตโดยดูจากข้อมูลในอดีต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักวิเคราะห์จะใช้ข้อมูลไตรมาสสามเเละไตรมาสสี่ของเรามาวิเคราะห์เเล้วสรุปว่าประเทศไทยจะมีแนวโน้มแย่ที่สุดในเอเซีย

เเต่ในความเป็นจริงปัจจัยลบของไทยในช่วงไตรมาสนั้นๆมีปัจจัยการเมืองหนุนนำอยู่สูงมาก ทำให้ตัวเลขต่างๆของเราเลวร้ายไปจาก แนวโน้มความเป็นจริงค่อนข้างมาก

ในความคิดผมแล้วเมืองไทยปีนี้ก็จะได้รับผลกระทบจาก Globalization ไม่ต่างจากประเทศอื่น แต่จะได้ผลตอนจบอย่างไร ก็ต้องขึ้นกับฝีมือของผู้บริหารประเทศเเละความร่วมมือร่วมใจกันของคนไทยโดยรวมนะครับ

ความคิดเห็นที่ 16

-------- ขุดคอขอดกระ --------- โดยระดมทุนจากชาติอาเซียนทั้งหมดเป็นหุ้นส่วนผลประโยชน์ โดยที่ไทยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เมือ่ทุกชาติเป็นหุ้นส่วนกันทุกชาติในอาเซียนก็จะไขดแย้งกันแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 15

ผมอยากขอเพิ่มความเห็นที่7อีกเล็กน้อย เพราะตอนนั้นเพื่อนรอทานข้าวอยู่ครับ ที่คุณกาแฟดำบอกว่า"แย่ที่สุด...ไม่สำคัญเท่ากับต้องรอด" ผมเห็นด้วยเฉพาะประเด็นอย่างหลังเช่นเดียวกับความเห็นที่11ครับ ส่วนประเด็นแรกผมออกความเห็นไปแล้ว ผมเองเชื่อว่าหากเราได้รัฐบาลที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน เห็นวาระของประชาชนมาก่อนวาระส่วนตัวของคนเพียงคนเดียว เห็นว่านักการเมืองต้องมีจิตอาสาอย่างแท้จริง เมื่อไหร่ที่ประชาชนสงสัยไม่ไว้วางใจนักการเมืองผู้ใด คนนั้นต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบทันที ไม่ศรีธนญชัยไปวันๆ เห็นประชาชนที่ยากจนต้องได้รับการดูแลก่อน ไม่ใช่ว่าใครเลือกตนจึงจะได้รับการดูแลก่อน ใครไม่เลือกก็ไปอยู่ท้ายแถว หากนักการเมืองผู้นั้นไม่มีผลประโยชน์อื่นใดทับซ้อน ไม่เบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่เนรคุณแผ่นดินเกิด ไม่หมิ่นเบื้องสูง ไม่ทำหินแตก ไม่แบ่งแยกประชาชน ถ้าเรามีนักการเมืองที่มีคุณสมบัติที่ดีเช่นนี้ ผมเชื่อว่าชาตไทยของเราต้องรอด และถ้าหากประชาชนพร้อมใจกันร่วมไม้ร่วมมือกันสนับสนุนรัฐบาลที่ดี ชาติเรายิ่งต้องรอดแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัยใดๆทั้งสิ้น ท่ามกลางพายุร้ายที่พร้อมถล่มเรือลำน้อยนี้ เรายังโชคดีอยู่บ้างที่มีการเปลี่ยนกัปตันคนใหม่ที่มีจิตสำนึกดีต่อบ้านเมืองและส่วนรวมมาก่อนเรื่องส่วนตัว เพราะถ้าหากยังเป็นคุณสมชายที่หายใจเข้าก็ทักษิณ หายใจออกก็ทักษิณ ป่านนี้เรือน้อยลำนี้จะเป็นยังไง ผมไม่อยากนึกคิดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 14

แล้วมูดี้ส์จะมายกเมฆเพื่ออะไรครับ ทำให้ประเทสไทยขาดความเชื่อมั่นจากนักลงทุนเหรอ?ผมว่าดีซะอีกที่เขาออกมาเตือนจะได้ชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง

ความคิดเห็นที่ 13

ประเทศไหนที่หากินกับทุนนิยม และร่ำรวยจากทุนนิยม เป็นส่วนใหญ่ หรือบุคคลไหนหากินกับทุนนิยม ซึ่งเป็นระบบที่เอารัดเอาเปรียบและไม่รู้จักพอ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบหนักแน่นอน แต่ประเทศไทย ส่วนใหญ่ เป็นภาคเกษตรกรรม ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ (ไม่นับชาวนักการเมืองที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ และผันตัวเองเข้าสู่ทุนนิยม โดยเฉพาะลงทุนในตลาดหุ้น ต่างๆ ทำให้ กระทบกันถ้วนหน้า) ซึ่งจากการที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้เข้าไปยุ่งกับทุนนิยมที่แสวงหาผลประโยช์กำไรจนหน้ามืด ทำให้ประชนส่วนใหญ่ไม่กระทบแน่นอน โดยเฉพาะอาหารการกิน ที่ยังไงๆ ก็อุดมสมบูรณ์ตลอดเวลา คือเป็นไปไม่ได้ที่จะอดอยาก แต่ที่กระทบก็คือการที่ไม่มีศักยภาพในการบริโภคของฟุ่มเฟือย ทำให้สินค้าประเภทนี้ขายไม่ออก ส่วนจะกระทบต่อประชนหรือไม่อยูที่ว่าประชาชนส่วนใหญ่ ใช้ชิวิตที่พอเพียงหรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่มีที่ทำกินกันทกคน(ถ้าไม่ละโมบ มีกัน พันไร่หมื่นไร่ เหมือนกับพวกนักการเมืองหรือเจ้าสัว ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้น้าจะเก็บภาษีให้เยอะ น่าจะกำหนด ถ้าครบอครองเกิน สิบไร่ ให้เก็บภาษีร้อยละร้อย)ส่วนที่บอกว่ายอดส่งออกหายไปเยอะ ความหมายก็คือกำไรของเจ้าสัวต่างๆ หายไปเยอะ หรือกำไรของบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในไทยหายไปเยอะ รํฐอาจจะเก็บภาษีน้อยลง ไม่เห็นตอนเศรฐกิจดีจะทำให้บริษัท ส่งออก ทำให้ชิวิตของเขาดีขึ้น ไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของประชาชนเลย จริงอยู่อาจจะตกงานไม่มีงานทำ แต่ทุกคนกลับบ้านก็มีงานทำภาคเกษตรกรรม รัฐน่าจะทุ่มการพัฒนาภาคเกษตรกรรมให้มากที่สุด และมีความพอเพียงในการดำรงชีพตามความสามารถ

ผมอยากให้วัดว่าความเป็นอยู่ของประชนติดลบหรือติดบวก มากกว่านำการส่งออก การลงทุนต่างชาติที่มาใช้ทรัพยากรในไทยได้สิทธิพิเศษเพียบ หรือการใช้จ่าย การบริโภคอย่างบ้าคลั่ง มาเป็นตัวชี้วัด เพราะการชี้วัดดังกล่าวมันไม่ได้อะไรกับประชนส่วนใหญ่ และรัฐบาลต้องสนับสนุนบริษัทไทยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเงิน การลงทุน ที่ต้องช่วยให้แก่บริษัทไทย ที่มีการคิดการทำ การวิจัยพัฒนา ที่มีสินค้าที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างจริงจัง และสนับสนุนไทยทำไทยใช้ไทยเจริญ เราไม่จำเป็นต้องพึ่งส่งออกอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 12

ผลด้านจิตวิทยา มีผลกระทบรุนแรง มากมายมหาศาล ยากแก่การคาดคำนวณ คนอื่นบอกว่าแย่ เราไปยอมรับ ใครจะออกมาใช้จ่าย ใครจะออกมาลงทุน ต่างคนต่างก็กอดเงินไว้แน่น ด้วยความตกใจต่อภาวะเศรษฐกิจที่เข้าใจว่าย่ำแย่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราบอกว่าเราไม่แย่มากเพราะเหตุผลอะไรไม่ใช่อ้างลอยๆ ลบล้างความน่าเชื่อถือมูดี้ส์ เป็นความชอบธรรมที่ถูกต้อง ต่างกับมูดี้ส์ที่ว่าไทยแย่สุดในอาเซี่ยนโดยใช้ฐานข้อมูล ดัชนี อะไร เห็นชัดๆว่ากรณีนี้ มูดี้ส์นั่งเทียน ยกเมฆ แน่นอน ขอยืนยัน

ความคิดเห็นที่ 11

การออกมาโต้แย้งของรัฐบาล ที่คอลัมน์นี้บอกไม่มีประโยชน์ อย่างนี้ไม่ถูก การออกมาโต้แย้ง เป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ ไม่ใช่นิ่งเฉย การนิ่งเฉยก็เหมือนการยอมรับ สิ่งที่เขาวิจารณ์ทั้งหมด แต่การโต้แย้งนี้ ไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่มูดดี้วิจารณ์ แต่การโต้แย้งอ้างถึงการที่มูดดี้วิจารณ์เกินจริง สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้ว หากมีคนถล่มเพิ่มโดยไม่โต้แย้ง ยิ่งซ้ำเติมให้ประเทศไทยเลวร้าย และไม่น่าลงทุนเพิ่มมากขึ้นในสายตาต่างประเทศ หากประเทศไทยมีข้อมูล สามารถแสดงการโต้แย้งด้วยเหตุผล และหลักฐานการเปรียบเทียบลักษณะเศรษฐกิจที่ไม่แย่ที่สุดในเอเซีย ให้มูดี้และชาวต่างชาติรับรู้ ทำให้ประเทศไทยไม่ตกอยู่สภาพที่ต้องจนใจยอมรับคำวิจารณ์ของมูดดี้ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญต่างแตกต่างจากความคิดของผู้เขียนคอลัมน์นี้ ส่วนตัวเลขจากลบมากให้เป็นลบน้อยลง สามัญสำนึกธรรมดา ยังไงก็ต้องทำอยู่แล้ว และต้องทำเต็มที่ตามแต่ที่แต่ละรัฐบาลจะคิดได้ ซึ่งนั้นต้องดูผลของการทำงานอีกที การรู้ผิดรู้ถูก จังหวะควร ไม่ควร โอกาสเหมาะไม่เหมาะ เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่คิดแค่ว่าใครจะว่าอย่างไรก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องตอบโต้ ให้ทำให้ได้ก่อน คนจะเห็นเอง อย่างนี้ไม่ถูกต้อง คนที่ทำงานหากทำดี ตั้งโต๊ะประกาศกันเลย ใครอยากได้หน้าได้ตาก็มานั่งโต๊ะแถลงกันไป อย่างนี้ไม่แปลกตรงไหน ใครทำดีอยากได้หน้า ก็ควรได้ แต่ถ้าทำไม่ดี ทำชั่ว แล้วยังได้แต้มได้หน้านี่สิ ต้องควรจะทบทวนให้หนักๆ

ความคิดเห็นที่ 10

กาแฟดำคงยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นว่าเศรษฐกิจไทยคงจะเป็นไปอย่างที่หลายคนออกมาพยากรณ์ พยามสื่อให้น้องรักทั้งสองคือ อภิสิทธฺ์ และกรณ์ ยอมรับ และหาทางออกที่เจ็บตัวน้อยที่สุด พร้อมกับข้อชี้แนะที่กาแฟดำพอจะเข้าใจและทำได้ นี่เป็นความหว่งหาอาทร และความรักที่ พี่พึงมีกับน้องที่ทั้งรัก ทั้งหว่ง และหวง อารมย์ก็เลยออกมาประมาณนี้ แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่อภิสิทธิ์น้องรัก โดยเฉพาะที่มาจากพรรคเพื่อไทย ป่านนี้กาแฟดำคงบูด อารมย์เสียด่าเกี้ยวกราด ขว้างข้าวขว้างของ ไง! ก็อย่าหลงจนโงหัวไม่ขึ้นก็แล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 9

ที่น่าห่วงเพราะประเทศที่GDPลดลงมากมายยังไม่วิ่งแจ้นไป * ้เงินต่างประเทศเช่นสิงคโปร์เพราะเป็นไปได้ที่ทุนเดิมมีอยู่สูง แต่ประเทศที่คุยว่าตัวเองแน่กลับแจ้นไป * ้เงินก่อนเพื่อน จึงน่าเป็นห่วง ภาพสวยงามสามารถสร้างอย่างไรก็ได้ แต่ความจริงยังคงปรากฏตัวเองออกมาในที่สุด เพราะเราต้องยอมรับความจริงนั้นจริงกว่าสร้างภาพหรือหรือผลทางจิตวิทยาหลอกชาวบ้าน

ความคิดเห็นที่ 8

คุณคนกรุงแท้ ความเห็น 7 นี่พูดแบบคนมีปัญญา อ่านแล้วประเทืองปัญญาจริงๆ ติก็ติ ด่าก็ด่า เห็นด้วย

ความคิดเห็นที่ 7

ผมคิดว่าท่านนายกฯอภิสิทธิ์ไม่ได้แกล้งโง่อย่างที่คุณlamai98ว่าหรอกครับ สิ่งที่นายกฯถามด้วยความสงสัยว่าใช้อะไรเป็นตัววัดว่าเศรษฐกิจของไทยจะ"ตกต่ำแย่ที่สุดในเอเชีย"ผมเชื่อว่าไม่เพียงแต่นักเศรษฐศาสตร์ของไทยเท่านั้นที่สงสัยแต่จากทั่วโลกครับ จริงอยู่ว่าเราพึ่งการส่งออกมากถึง70%ของจีดีพี แต่หลายประเทศในเอเชียไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น ก็ล้วนมีสัดส่วนการส่งออกสูงมากกว่าของไทยทั้งสิ้น เมื่อประเทศผู้นำเข้าอย่างสหรัฐหรือยุโรปจนลงก็ย่อมส่งผลกระทบถึงหลายประเทศในเอเชียอย่างไม่สามารถหลีกหนีได้พ้นครับ สิงคโปร์ยอดส่งออกเดือนที่แล้วลดลงมากกว่าของไทยเยอะ แต่เศรษฐกิจบ้านเราโชคดีกว่าตรงที่เรามีพื้นฐานรองรับอยู่ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ทรัพยากรทั้งธรรมชาติและค่าแรงที่ไม่ถือว่าสูงมากนัก หรือที่เรียกว่าBuffer Economy ที่สามารถเคลื่อนย้ายจากภาคแรงงานหนึ่งไปอีกภาคแรงงานอื่นได้ง่ายกว่า มีภาคการเกษตรในชนบทรองรับ มีราคาอาหารที่ถูกกว่าในหลายๆประเทศในเอเชีย นอกจากนี้ไทยยังมีสถาบันการเงินทั้งในส่วนของรัฐและเอกชนที่มีหนี้ต่างประเทศไม่สูงมากนัก อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็มีเงินทุนสำรองต่างประเทศสูงมาก ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้ล้วนดีกว่าอีกหลายๆประเทศ ดังนั้นเหตุผลและการให้ความเห็นของMoodysจึงถูกสงสัยอย่างมากว่า ทำไมถึงนำเสนอในสิ่งที่อ่อนด้อยทางปัญญาอย่างชนิดที่สถาบันจัดอันดับใดๆในโลกนี้เขาไม่ทำกันเช่นนี้ เพราะแค่การกล่าวอ้างว่าแย่ที่สุดในเอเชีย ก็ทำให้ตกม้าตายอย่างง่ายดายแล้ว จึงมีแต่คนโง่ที่จะกล้ากล่าวเช่นนั้นครับ ที่คุณlamai แนะท่านนายกฯว่าให้ออกมาสารภาพความจริงกับประชาชนว่าเศรษฐกิจตอนนี้ย่ำแย่แล้ว ผมคิดว่าท่านนายกฯรวมคนไทยอีกเจ็ดสิบล้านคนคงไม่ได้หลับหรอกครับถึงไม่รู้ว่าเศรษฐกิจตอนนี้เป็นอย่างไร แต่ท่านเองก็ออกมายอมรับว่าQ1และ2นี้ก็ยังคงเป็นลบอยู่ต่อเนื่องจากQ4ของปีที่แล้ว เมื่อรู้ว่าเศรษฐกิจติดลบเช่นนี้ ภาครัฐซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวที่เหลืออยู่จึงต้องพยายามเลี้ยงเครื่องไว้ไม่ให้ดับ และที่สำคัญภาคแรงงานgenerationใหม่ที่จะเข้าสู่ภาคการผลิตอีกหลายแสนคนในแต่ละปี และเมื่อรวมกับภาคแรงงานที่มีอยู่เดิมที่ต้องออกจากงาน ก็จะทำให้ปัญหาแรงงานเป็นเรื่องด่วนที่สำคัญมาก ผมจึงเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ต้องเร่งอัดฉีดเงินลงไป รวมทั้งเตรียมรับมือหากเศรษฐกิจโลกตกต่ำนานสองถึงสามปี ด้วยการ * ้เงินในระยะกลางและระยะยาวไว้รองรับ การ * ้เงินต่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่เสียหายแต่อย่างไร หากเป็นการ * ้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศ เช่น สาธารณูปโภค ระบบโลจิสติคส์ แหล่งน้ำ ท่าเรือ ขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟใต้ดิน ซึ่งล้วนเพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศทั้งสิ้น

ความคิดเห็นที่ 6

เฮ้ยหยุ่นดูท่าทางนายจะหมดหวังกับเด็กสองคนนี้เเล้วนะ ยอมรับความจริงซะเขียนเตือนคนอ่านจะได้ระวังตัว นโยบายมาร์ค์กับกรณ์ไม่ต่างอะไรกับเด็กมีตังค์เเค่ซื้อ * ติมกับลูกอมกินเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 5

เออ ใครจะรู้ข้อมูลวงในบ้าง ไม่มีงานกลับบ้านนอกทำนา ก็ที่นามันขายให้นายทุนไปตั้งปีมะโว้แล้วยังหลับหูหลับตาพูด เศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในมือใคร
ใครไม่ไปซื้อของที่โลตัส คาร์ฟูร์ บิ๊กซี ก็โง่แล้ว ราคาถูกออก เซเว่นมีทุกหัวถนน จะฝันอยู่อีกว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว จริงๆมันของนายทุนเขา เรารับจ้างก็พอเพียงแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4

ก่อน เลแมนบราเธอร์ เจ้ง มู๊ดดี้ส์ ให้เรดติ้ง aa แล้วเป็นไงวันนี้ เชื่อได้เปล่า?

ความคิดเห็นที่ 3

ทำเป็นแกล้งโง่ หรือว่าโง่จริงๆก็ไม่รู้จริงๆ"เขาใช้อะไรวัด? วัดอย่างไร? คนระดับนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ ถามแบบนี้ก็เป็นการเกลื่อนหรือตะแบงพูด ถ้าเป็นรัฐบาลอื่นไม่ใช่ ปชป.ป่านนี้นายอภิสิทธิก็แตกฉานแล้ว ปากชักยนต์ใส่แต้มไม่ทัน นีแหละครับ หมาเจ้าเลย์ แกล้งโง่แบบเห่าใบตองแห้งทั้งที่รู้ว่ามันเป็นใบไม้ ไม่ต้องไปพูดให้เสียเวลาหรอก มันก็ติดลบทุกไตรมาสเพื่อสร้างความเชื่อมันก็ไปยืมเขามาซีครับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจจะได้เพิ่มเป็น 0.1%ตอนนี้ก็เป็นหนี้ 3.4 ล้านล้านแล้วไม่ใช่หรือ แซงรัฐบาลนายชวนไปแล้ว วิกฤติโลกในวันนี้ ถ้าเปรียบวิกฤติของทุกประเทศเป็นแก้วน้ำมันก็ว่างเปล่ากันทุกแก้วหาน้ำสักหยดที่จะแบ่งปันกันกินไม่ได้เลย การที่จะหาเงินจากอาเซียนมากองเป็นกองกลางช่วยเหลือกัน ก็เห็นชอบกันทุกประเทศแต่พอไปถึงบ้านเขาคำพูดอีกคำจะออกมาในทางตรงกันข้ามความคิดนี้คุณทักษิณก็เคยคิดมาแล้วมันเกิดไหมครับทั้งๆที่เศรษฐกิจโลกมันไม่ใช่อย่างทุกวันนี้ทุกประเทศในอาเซียนมันไม่ได้แตกต่างกันเลยเจอเหมือนกัน ทางที่พอจะทำให้เห็นใจรัฐบาลนายอภิสิทธิได้ก็คือ"ออกมาสารภาพกับประชาชน"แล้วมาตั้งหน้าตั้งตาเอา"เศรษฐกิจพอเพียง"ที่ไปแสดงโวหารไว้ในที่ต่างๆมาทำให้เกิดผลจริงๆ คนไทยกินง่ายอยู่ง่าย ไข่ต้มใบเดียว น้ำพริกถ้าย ผักข้างรั้ว ปลากระดี่ในคู เขาก็มาทำอาหารกินกันได้ทั้งครอบครัว ไม่ต้องถึงกับไปยืมเงินมาแจกเขาหรอก ไม่ต้องออกเงินเรียนฟรีเท่ากันทุกคนไม่ว่าจะรวยหรือจนเอาแค่คนจนที่ไม่มีความสามารถส่งลูกเรียนได้ก็พอ ส่วนคนรวยไม่ต้องไปซื้อเสียงกับเขา อย่าเอา"ความพอเพียงไปพูดพร่อยๆ"แค่เป็นใบประกันให้ได้เป็นรัฐบาลนานๆ จะอยู่นานหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ปาก อยู่ที่การกระทำ อยู่ที่ความจริงใจกับทุกคน อย่างออกมาขอบคุณคนเสื้อแดง ผมฟังแล้วรื่นหูดีแต่การตั้งนายเทพไท มาเป็นไม้กันหมา อาศัยปากชั่ว ไล่บี้คุณทักษิณแทบไม่อยากอ่านคำพูดมัน งานที่ควรทำในเมื่อมีโอกาศไม่ทำไปไล่ข้าราชการให้เขาไปตามเอาทักษิณมาเข้าคุกมันวังเวงครับ ต้องการให้เขามารับโทษจริงหรือขู่กลัวเขาจะมา กลัวทำให้เสื่อม กลัวแบบหาเหตุผลไม่ได้ กะแค่เซ็นชื่อให้ภริยาไปประมูลซื้อที่ดิน ก็ให้ราคาสูงกว่าราคากลาง มันคอขาดบาดตายเลยหรือ ไ อ้ที่ ปิดสนามบิน ยึดทำเนียบ ประท้วงรถไฟไม่วิ่ง ดับไฟฟ้า การท่าไม่ทำงาน เสียหายประมาณค่าไม่ได้ เทียบกันแล้ว เหมือนจิ๋มมดกับจิ๋มช้าง ดันไม่เคยเอ่ยปากพูด วังเวงครับ

ความคิดเห็นที่ 2

ปี 40 พิษต้มยำกุ้งยังมีเศรษฐีขี้ฉกและพรรคพวกฉกข้อมูลวงใน เก็งถูกว่าเมืองไทยจะลดค่าเงินบาท เลยเก็งถูกเรื่องค่าเงินให้บริษัทตัวเองเอาตัวรอด ฟันกำไรอยู่แค่บริษัทเดียว .. แต่ปี 50 เจอวิกฤติเศรษฐกิจโลกจากพิษแฮมเบอเกอร์ โดนมากบ้าง น้อยบ้างถ้วนทั่วหน้า ทั่วทุกประเทศในโลก โดยเฉพาะประเทศยักษ์ใหญ่ ส่วนเมืองไทยส่งออกหดตัวหนัก ท่องเที่ยว ประเทศเติบโตลดลงหรือติดลบกันทุกประเทศทั่วโลก วันนี้แทบทุกประเทศในโลกมุ่งแต่จะปกป้องเศรษฐกิจในประเทศ หาทางออกไม่เจอก็มุ่งแต่จะกินใช้ของที่ผลิตในประเทศของตัวเองกันแทบทุกประเทศ โลกทั้งโลกก็จะแย่กันหมด ..หากวิกฤติจากตัวนักการเมืองไทยแย่งกันเป็นรัฐบาลซ้ำเติม เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของนายใหญ่ฮ่องกง ของตนเอง พรรคพวก แย่งอำนาจกัน ทำแม้กระทั่งวางระเบิดเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธ์ผู้เสียภาษีฉลองปีใหม่ ไม่มีใครยอมใคร ดังนั้นยุบระบบฝ่ายค้านเลยก็ดี เพราะเป็นฝ่ายค้านในสภาเป็นสิ่งไม่มีประโยชน์อะไรอยู่แล้ว.. ได้แต่พูดๆๆ เปลืองน้ำลาย ให้พวกรัฐบาลฟังหูซ้าย ทะลุหูขวา กินขนมบ้าง พับนกบ้าง แล้วฝ่ายรัฐบาลเดินหน้า ฉกฉวย ยักยอก เอาเปรียบชาวบ้านหาเงินเข้ากระเป๋าพรรคพวกกันต่อไป ก้นกาวติดเก้าอี้ อ้างว่าศาลยังใช้เวลา 10 ปีตัดสินคดีทุจริตยังไม่เสร็จ .ถ้านักการเมืองไทยยังปลุกระดมมวลชน 2 ฝ่ายให้ก่อสงครามกลางเมืองกันแบบนี้ .. เมืองไทยควรพัฒนาไปสู่รัฐบาลเพื่อชาติที่ไม่มีฝ่ายค้าน หรือขอคนสมัครใจไปเป็นฝ่ายค้านแค่ 2-3 คนก็พอแล้ว..แบ่งนักการเมืองเป็น 2 ฝ่ายจำนวนพอๆ กัน แล้วเอาจำนวนกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ หาร 2 ให้ 2 ฝ่ายจับสลากแบ่งกันไปบริหารแบ่งไปตรวจสอบโกงกินกันคนละครึ่ง ขอย้ำว่าต้องจับสลากตำแหน่งเหล่านี้กันเท่านั้น ส่วนนายกก็ให้ 2 ฝ่ายตกลงกันจะเอา สส คนหนึ่ง หรือ 2 ฝ่ายร่วมกันแก้ รธน เอานายกจากคนนอก

ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าดูผิวเผิน อาจจะใช่และคิดว่าไม่แปลกที่ GDP ของไทยจะติดลบในภาวะเช่นนี้ เพราะเกิดทั้งโลก และเราเป็นประเทศเล็กๆที่ต้องพึ่งพาประเทศที่ใหญ่กว่า แต่มู๊ดดี้ส์อาจลืมคิดว่า ประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่นๆ เพราะเราเป็นประเทศที่ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ไม่มีงานทำก็กลับบ้านนอก หัดอยู่อย่างพอเพียงกันซะบ้าง คิดว่ามู๊ดดี้ส์ น่าจะไปห่วงสิงคโปร์มากกว่า เพราะประเทศนั้นเค้าไม่มีอะไรเลย ในน้ำไม่มีปลา ในนาไม่มีข้าว ถ้าติดลบก็ตายกะตายและกระทบหนักกว่าเราแน่นอน

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement