กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 17:10
สุกัญญา  หาญตระกูล
สุกัญญา หาญตระกูล

สระว่ายน้ำฟรี !

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เรียนฟรี ค่ารักษาพยาบาลฟรี รายการต่อไปแทนที่จะเป็นรถเมล์ฟรี และรถไฟฟรี ขอเปลี่ยนเป็นสระว่ายน้ำฟรี จะดีไหม

งานนี้ให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นรับไปทำเต็มๆ โดยส่วนกลางและคนในท้องถิ่นติดตามแผนงาน และผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นเรื่องชีวิตสุขอนามัย จึงต้องใส่ใจรายวันให้มีความสะอาด ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ
 

ทุกหัวระแหงในประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้ขาดพื้นที่เล่นกีฬา เริ่มจากสระว่ายน้ำ ทั้งๆ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะชีวิตที่จะไม่จมน้ำตายและช่วยชีวิตคนอื่นที่กำลังจะจมน้ำตาย การขาดพื้นที่เรียนรู้ทักษะเอาชีวิตรอดในน้ำเช่นว่านี้ช่างสอดคล้องเสียนี่กระไรกับสถิติเด็กของเราที่ยังเสียชีวิต เพราะจมน้ำตายสูงที่สุดในภูมิภาค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เคยรายงานว่า "...ทั่วประเทศในแต่ละปีมีเด็กและเยาวชนอายุ 1-17 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำตายราว 2,650 คน และยังมีเด็กอีกราว 3,000 ราย ประสบเหตุเกือบเสียชีวิตจากการจมน้ำ จากสถิติดังกล่าวแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีเด็กไทยจมน้ำตายเฉลี่ยวันละ 7 คน หรือราวทุก 3-4 ชั่วโมง จะมีเด็กๆ จมน้ำตาย 1 คน ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในเด็กสูงที่สุดในปัจจุบัน สูงยิ่งกว่าการเสียชีวิตจากโรคระบาดร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้นและในจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กที่จมน้ำตายเป็นเด็กที่อยู่ในวัยเพียง 5-9 ปี เด็กผู้ชายจะมีสถิติการเสียชีวิตจากการจมน้ำมากกว่าเด็กผู้หญิง 2.5 เท่า
 

โดยเด็กๆ ในพื้นที่ภาคอีสานมีสถิติการเสียชีวิต จากการจมน้ำตายมากที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะอากาศในภาคอีสานนั้นร้อน และเด็กๆ ในชนบทภาคอีสานซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นต้องออกไปทำงานในไร่นา จึงเป็นโอกาสให้เด็กๆ ชักชวนกันแอบไปเล่นน้ำตามลำคลอง หนอง บึง จนเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น..."
 

ขณะนี้ ที่กระทรวงสาธารณสุขตื่นตัวแล้ว ได้เริ่มทำโครงการนำร่องไปบ้างด้านการฝึกทักษะช่วยชีวิตจากการจมน้ำ แต่ยังอยู่ในขอบเขตจำกัดมาก เช่นเดียวกับโรงเรียนใน กทม. และกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้พยายามบรรจุว่ายน้ำเข้าในหลักสูตรแล้ว แต่ทว่าหากท้องที่ทั่วไทยไร้เสียซึ่งสระว่ายน้ำถูกสุขอนามัย มีผู้ช่วยสอน หลักสูตรเหล่านั้นก็ยากจะเป็นผล อย่าให้ครูและนักเรียนของเราไปพึ่งริมคลองหรืออ่างเก็บน้ำเลยในขณะที่พยายามกันเหลือเกินที่จะให้โรงเรียนทุกตำบลมีห้องคอมพิวเตอร์ และเครื่องแบบนักเรียนฟรี
 

น่าสนใจที่ผู้เคยส่งบุตรไปเข้าโครงการ "เด็กไทย ว่ายน้ำเป็น" เพื่อสอนให้เด็กไทยได้ "ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้ ออกกำลังกายดี" ของกระทรวงสาธารณสุข โดยกลุ่มป้องกันการบาดเจ็บสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้เล่าถึงข้อสังเกตว่า "...การอบรมเขามิได้มุ่งเน้นที่จะสอนเด็กให้ว่ายน้ำเป็นเหมือนหลักสูตรการสอนว่ายน้ำทั่วไป แต่เขาจะเน้นที่พื้นฐานของความปลอดภัยในการเล่นน้ำและการช่วยเหลือตัวเองให้ปลอดภัยจากการจมน้ำเป็นหลัก เช่น การไม่โดดลงไปช่วยเมื่อเห็นเพื่อนตกน้ำ แต่จะช่วยเหลืออย่างถูกวิธีด้วยการตะโกนขอความช่วยเหลือจากรอบข้าง หรือการช่วยชีวิตเพื่อนง่ายๆ ด้วยการใช้ขวดน้ำอัดลมพลาสติกหรือขวดน้ำเปล่าๆ ที่อยู่ใกล้ตัวโยนลงไปให้เพื่อนเกาะเป็นชูชีพ รวมทั้งการฝึกลอยตัวในน้ำโดยการกอดขวดน้ำเปล่าเพียงขวดเดียว ซึ่งเมื่อฝึกให้ถูกท่าแล้ว เด็กๆ ก็สามารถจะลอยตัวอยู่กลางผืนน้ำได้เป็นเวลานาน ก่อนที่จะประคองตัวเข้าสู่ฝั่ง ซึ่งเด็กๆ ทั้งเด็กเล็กเด็กโตที่เข้ารับการอบรมสามารถทำได้ทุกคน
 

จากนั้นยังฝึกให้เด็กๆ ฝึกลอยตัวด้วยท่าลูกหมาตกน้ำ ซึ่งเป็นท่าพื้นฐานของการฝึกลอยตัวที่ง่ายที่สุด ต่อด้วยการฝึกลอยตัวในท่านอนหงาย กรรเชียง ซึ่งจะลอยตัวอยู่ได้นานโดยสามารถผ่อนแรงและสามารถหายใจได้สบายที่สุด เมื่อลอยตัวท่าลูกหมาตกน้ำได้ ท่าลอยตัวกรรเชียงได้ ครูฝึกก็สอนท่าคว่ำหน้าตีขาพุ่งไปข้างหน้าเหมือนจรวด สลับกับการวาดแขนช่วยในการว่ายน้ำ เพื่อให้ได้ระยะทางเข้าสู่ฝั่ง โดยหากคว่ำหน้าว่ายไปไม่ไหวก็พลิกตัวใช้ท่าลูกหมาตกน้ำกับท่าหงายท้องกรรเชียงลอยตัว เพื่อพักหายใจสลับกันไปจนสามารถจะเข้าถึงฝั่ง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าการฝึกใช้ทั้ง 3 ท่าสลับกันนั้น ก็สามารถจะทำให้เด็กๆ ไม่ว่าจะเด็กเล็กเด็กโตที่เข้าอบรมร้อยกว่าคน สามารถจะลอยตัวว่ายน้ำข้ามสระมาตรฐานขนาดกว้าง 25 เมตร ยาว 50 เมตรได้ อย่างน่าทึ่ง แม้แต่ละคนจะไม่ได้ว่ายน้ำเป็นตามท่ามาตรฐาน แต่ทุกคนก็สามารถจะช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการลอยตัวรอดจากการจมน้ำเข้าสู่ฝั่งได้อย่างปลอดภัย
 

แทบไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 20 ชั่วโมงของการฝึกอย่างถูกวิธี จากหลักสูตรดีๆ ที่เน้นย้ำในความปลอดภัย และการให้เด็กๆ สามารถจะช่วยเหลือตัวเองไม่ให้จมน้ำ โดยครูฝึกที่มากประสบการณ์จะสามารถมอบสิ่งสำคัญอันสูงค่า ที่จะติดตัวกับเด็กๆ ไปตลอดชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดเมื่อผมประจักษ์ได้ในความสำเร็จเกินความคาดหมายของโครงการนี้ ก็คือ ทำอย่างไรจะให้มีโครงการดีๆ เช่นนี้ขยายตัวแพร่หลายออกไปให้เด็กๆ ไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสดีๆ เช่นนี้บ้าง ซึ่งคงต้องวิงวอนให้รัฐบาลเห็นความสำคัญผลักดันส่งเสริมเป็นนโยบายหลักของประเทศ มีการจัดทำหลักสูตรการอบรมที่เน้นย้ำในเรื่องของความปลอดภัยในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นเป็นสำคัญ มากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การว่ายน้ำเป็นเพียงเท่านั้น ..."
 

คงไม่มีใครปฏิเสธแล้วว่าสระว่ายน้ำนอกจากมีไว้สำหรับเรียนรู้ที่จะไม่จมน้ำตายและช่วยชีวิตคนอื่นให้รอดพ้นจากการจมน้ำตายแล้ว ยังเป็นสถานที่ออกกำลังกายเหมาะสำหรับทุกวัย ไม่ว่าจะเด็กเล็กหลังจากว่ายน้ำเป็นแล้ว วัยผู้ใหญ่ และโดยเฉพาะเข้าสู่วัยทอง
 

ก็จำนวนประชากรผู้สูงอายุของเราที่ว่ากำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ประจวบเหมาะกับการเรียกร้องให้คนไทยต้องออกกำลังกายมากขึ้นทุก และตลอดช่วงอายุเพื่อจะได้มีสุขภาพดี สิ้นเปลืองเวลาและประหยัดงบประมาณดูแลความเจ็บป่วยโรคสุดฮอตสุดฮิต เช่น โรคหลอดเลือด โรคความดัน โรคเบาหวาน ฯลฯ นอกจากการออกกำลังด้วยการเดินที่ทำกันได้ทั่วถึงและง่ายๆ แล้ว จะมีอะไรมาสู้การว่ายน้ำตามกำลัง การออกกำลังกายในน้ำ เช่น ยิมนาสติกในน้ำ และหากจะทำถึงขั้นตระเตรียมสถานที่ให้มีการบำบัดในน้ำ ก็จะยิ่งดี
 

เมืองไทยอากาศร้อน เป็นข้อดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ต้องเสียงบประมาณทำน้ำในสระให้อุ่นแบบในเมืองหนาว ไม่ต้องมีบริการน้ำอุ่นสำหรับอาบ เพียงแต่ทำหลังคาแบบเปิดปิดได้เหนือสระเสียหน่อย ก็จะใช้การได้ตลอดวันตลอดปี รัฐและท้องถิ่นควรบริการสระว่ายน้ำและการออกกำลังในน้ำสำหรับประชาชนตาดำๆ ทั่วไปมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่สนใจส่งเสริมแต่เฉพาะกีฬาแข่งเรือหรือกีฬาล่องแก่งหน้าน้ำ (เพื่อการท่องเที่ยวที่อาจเก็บเงิน เพราะในยามไม่แข่งไม่ล่องแก่ง ไม่เห็นมีการส่งเสริมหรือยอมลงทุนด้านทรัพยากรบุคคล หรือความพร้อมของสถานที่อะไรเลย ราชการมักเกณฑ์ชาวบ้านในท้องที่ให้ "ช่วยๆ กัน" เมื่อถึงเวลาในฤดูน้ำหลาก) ส่วนสระว่ายน้ำที่ใช้เงินภาษีสร้างทีไรก็เป็นสระมาตรฐานโอลิมปิก 50 เมตร เพื่อการแข่งขันซึ่งใครๆ ก็อยากเป็นผู้จัดสร้าง โดยเมื่อเสร็จจากแข่งกีฬาระดับชาติระดับภูมิภาคแล้ว ประโยชน์ใช้สอยก็ตกฮวบฮาบลงทันที ขาดการดูแล แถมยังมีข้อจำกัดในการเปิดให้เข้าใช้ เช่น เก็บเงิน เปิดปิดเวลาราชการ เป็นต้น
 

อนึ่ง การที่ประชาชนไปว่ายน้ำออกกำลังกาย โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำไมจะต้องสร้างปราการเก็บเงิน สร้างเงื่อนไขต่างๆ มากมายไปทำไม กิจกรรมเช่นนี้ รัฐและท้องถิ่นจะต้องหาทางส่งเสริมสนับสนุนมากกว่า จนถึงขั้นบริการผ้าขนหนูให้ยืมใช้ฟรีเสียเลยเมื่อมาว่ายน้ำ นั่นแหละจึงจะสมเป็นรัฐบาลและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่นิยมประชาและต้องการให้ประชาชนออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพดีจริงๆ

 

Tags : สุกัญญา หาญตระกูล

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement